“มาร์ค”เดินหน้าจัดเวที “ผ่าความจริงภาคพิเศษ”

“มาร์ค”เดินหน้าจัดเวที “ผ่าความจริงภาคพิเศษ” กระตุกคนไทยอยู่กับความจริง อย่าปล่อยรัฐใช้อำนาจไม่เป็นธรรม

“มาร์ค”เดินหน้าจัดเวที “ผ่าความจริงภาคพิเศษ”


                  วันนี้(13 ต.ค.) ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการจัดนิทรรศการ “ผ่าความจริง ใครบงการมัจจุราชชุดดำรับจ้างฆ่าประเทศไทย” ควบคู่ไปกับการเปิดเวทีผ่าความจริงหยุดล้มรัฐธรรมนูญ ออกกฎหมายล้างผิดคนโกง ที่สวนลุมพินี ว่า สิ่งที่พรรคพยายามทำคือการให้ความจริงกับประชาชนเพื่อประโยชน์ในการที่จะให้ประเทศเดินไปข้่างหน้าบนความปรองดองที่ถูกต้อง แต่การที่พรคเพื่อไทย หรือ กลุ่มคนเสื้อแดงโดยเฉพาะแกนนำที่ไม่ถูกใจจึงปฏิเสธรายงาน คอป. หรือ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าไม่ต้องการให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้า แต่ยืนอยู่ตรงจุดที่ตัวเองต้องการ ดังนั้นเราต้องทำให้สังคมเห็นว่าต้องร่วมกันค้นหาความจริงที่ไม่ใช่ความจริงที่ถูกกำหนดโดยผู้มีอำนาจหรือฝ่ายนโยบาย ถ้าเดินหน้าไปสู่ความยุติธรรมของผู้ชนะจะเป็นการสร้างปมปัญหาใหม่ขึ้นมา เพราะจะนำไปสู่เรื่องของความไม่เป็นธรรม และยังเป็นการสร้างบรรทัดฐานว่า สุดท้ายการแย่งชิงอำนาจไม่ต้องมีกติกา เพราะว่าเมื่อชนะก็สามารถทำทุกสิ่งทุกอย่างได้ จะเป็นการส่งเสริมให้เกิดความขัดแย้ง ความรุนแรงมากขึ้นในอนาคต


              ส่วนที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ทำใจไว้แล้วว่าดีเอสไอจะต้องตั้งข้อกล่าวหาแน่นอนนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราไม่ประมาทเตรียมได้ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอยู่ ในส่วนของตนเองไม่หวั่นไหวเพราะทราบดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะรัฐบาลต้องการกดดันให้ยอมรับการล้างผิดคนโกง ซึ่งได้คุยกับนายสุเทพและพูดต่อที่ประชุม ส.ส.อย่างชัดเจนแล้วว่า ทั้งตนเองและนายสุเทพไม่หวั่นไหว แม้ว่าจะมีแรงกดดันมากขึ้นพรรคก็ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงจุดยืน เพราะมีความชัดเจนว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และผู้ที่เกี่ยวข้องมีธงอยู่แล้ว

             นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงการมอบนโยบายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงมหาดไทย ที่ระบุให้มีการเร่งจัดสานเสวนาเรืองรัฐธรรมนูญ ว่า เรื่องนี้รัฐบาลอนุมัติเงินไปแล้วก็ต้องมีการเดินหน้าแต่ต้องตรวจสอบว่าทำในรูปแบบไหน เพราะหลักที่สถาบันพระปกเกล้าให้มาในเชิงวิชาการก็ระบุชัดว่าการกระทำสานเสวนาจะต้องทำในรูปแบบใด พรรคจะส่งคนไปตรวจสอบว่าเป็นไปตามนั้นหรือไม่ แต่การที่ ร.ต.อ.เฉลิม กำหนดว่าจะส่งวิทยากร เช่น นายอดิศร เพียงเกษ และนายสุธรรม แสงประทุม ไปมีส่วนร่วมในการสานเสวนาที่กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการนั้น ยิ่งแสดงให้เห็นชัดเจนว่า เรื่องนี้ไม่ใช่การแสวงหาความเห็นจากประชาชนอย่างกว้างขวางตามที่มีการอ้าง แต่เป็นการชี้นำหรือพยายามผลักดันไปสู่ความต้องการของรัฐบาล ซึ่งไม่ได้สร้างความชอบธรรมให้กับรัฐบาลในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และจะทำให้เงินภาษีของประชาชนก็จะสูญเปล่าด้วย เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ มีเป้าหมายชัดว่าต้องการกลับบ้าน ร.ต.อ.เฉลิม พูดชัดในเรื่องนี้ก็หมายความว่าจะล้มล้างกฎหมายอย่างไรก็ได้ขอให้ตัวเองได้กลับมา แต่ตนไม่คิดว่าการกระทำของรัฐบาลจะตบตาประชาชนได้ เพราะคนไทยน่าจะรู้เท่าทัน

             นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนที่ ร.ต.อ.เฉลิม มอบนโยบายกับผู้ว่าราชการจังหวัดในลักษณะให้ช่วยแก้ต่างกับชาวบ้านเนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณถูกกลั่นแกล้งว่า อยากให้ระวังเพราะหลายเรื่องเป็นเรื่องของศาล ถ้า ร.ต.อ.เฉลิมไม่เป็นธรรม ศาลกลั่นแกล้งขอให้พูดให้ชัดเจน ทั้งนี้ยังเห็นว่าหาก ร.ต.อ.เฉลิม ไปเป็น รมว.มหาดไทยตามที่มีกระแสข่าวออกมาจะเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะได้ไปจัดการเรื่องสนามกอล์ฟอัลไพน์ให้กลับมาเป็นที่ธรณีสงฆ์อย่างที่เคยอภิปรายไม่ไว้วางใจไว้เมื่อปี 2545 แต่ถ้าเป็น รมว.มหาดไทยแล้วไม่จัดการเรื่องนี้ก็ต้องให้ ร.ต.อ.เฉลิม 10 ปีที่แล้วมาจัดการ ร.ต.อ.เฉลิมในปีนี้

เครดิต :
เครดิต : เดลินิวส์ (อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์)


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์