มาร์ค ยันข้อเสนอ ปชป.เว้นวรรค แม้ว เชื่อถึงจุดจบสำนึกแน่

มาร์ค ยันข้อเสนอ ปชป.เว้นวรรค แม้ว เชื่อถึงจุดจบสำนึกแน่

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 26 มีนาคม 2549 14:08 น.

อภิสิทธิ์ ยันข้อเสนอ ปชป.ไม่ได้เว้นวรรคประชาธิปไตย แค่เว้นวรรค ทักษิณ ให้โอกาสพิสูจน์ความจริง ไม่ต้องมีข้อครหา ระบุ หวังดีชวนร่วมแก้ไขปัญหาของประเทศ ฟื้นฟูเจตนารมณ์ของ รธน.ไม่ใช่ตอบโต้กัน เชื่อวันที่ถึงจุดจบจะสำนึกข้อเสนอนี้

วันนี้ (26 มี.ค.) เมื่อเวลา 10.00 น.ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า หลังจากเห็นปฏิกิริยาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีต่อข้อเสนอของพรรคประชาธิปัตย์ในการหาทางออกให้กับประเทศแล้วเห็นว่าน่าเสียดาย เพราะข้อเสนอของตนเป็นการเชิญชวนให้ พ.ต.ท.ทักษิณ มาร่วมแก้ไขปัญหาของประเทศ ไม่ได้เป็นข้อเสนอที่เป็นการเชิญชวนให้มาตอบโต้กันไปมา หรือจะให้เกิดสภาพให้ทะเลาะกัน

ยืนยันว่า ข้อเสนอของตนไม่มีการเว้นวรรคประชาธิปไตย เพราะกระบวนการประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญต้องเดินหน้า เพียงแต่ต้องมีช่วงเวลาหลังจากที่นายกฯ และ ครม.ได้ไปกราบบังคับทูลฯเพื่อพึ่งพระบารมี และมีนายกฯกับรัฐบาลเข้ามาปฏิบัติภารกิจ ซึ่งเป็นการไปฟื้นฟูเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และแก้ไขความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรัฐธรรมนูญและระบอบประชาธิปไตยที่ผ่านมา และถือเป็นการยืนยันสิทธิของประชาชนในการรับรู้ความจริง

รวมทั้งสามารถตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชัน และการใช้อำนาจในทางที่ผิดของผู้มีอำนาจได้ โดยเป็นกระบวนการที่ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย คือ การไต่สวนที่โปร่งใส เปิดเผย และเป็นอิสระ จึงไม่อยากให้ พ.ต.ท.ทักษิณ กังวลประเด็นนี้จนเกินไป

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การฟื้นฟูเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ คือ การเลือกตั้งใด ๆ ที่จะมีขึ้นต้องเป็นการเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรมเท่านั้น แต่กระบวนการใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญทั้งฝ่ายนิติบัญญัติบริหารและตุลาการเป็นไปตามกติกาทุกประการ เพราะเมื่อภารกิจตรงนี้เสร็จสิ้นก็สามารถดำเนินการเลือกตั้งตามเหตุยุบสภาได้ทันที ถ้าจะมีการเว้นวรรค ก็คือ เว้นวรรคเฉพาะตัว พ.ต.ท.ทักษิณ เท่านั้น และเป็นการเว้นวรรคที่เปิดโอกาสให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้พิสูจน์ความจริง โดยไม่ต้องมีข้อครหาใด ๆ เลยว่าการพิสูจน์ความจริงจะเป็นไปในกระบวนการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังไปครอบงำอยู่ และเป็นการเว้นวรรคที่เปิดโอกาสให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้ามาแข่งขันในการเลือกตั้ง กลับมาเป็นผู้แทนของประชาชนและเป็นผู้นำได้

เมื่อกระบวนการที่เกี่ยวกับปัญหารัฐธรรมนูญเสร็จเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ น่าจะทำความเข้าใจตรงนี้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องยาก และไม่เป็นประเด็นที่บอกว่าข้อเสนอนี้เหมือนกับพันธมิตรฯ และมีรายละเอียดชัดเจนที่ตอบคำถามได้ทั้งหมดในเรื่องรัฐธรรมนูญ กฎหมายและประชาธิปไตย

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองที่เก่าแก่ 60 ปี เป็นสถาบันที่ตั้งขึ้นมาเพื่อต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และตนเป็นคนศึกษาเล่าเรียนมาทางรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ และพวกเราผ่านร้อนผ่านหนาวในทางการเมืองในฐานะสถาบันมั่นใจว่าตนและพรรคประชาธิปัตย์มองออกว่าความหมายของประชาธิปไตยคืออะไร ไม่ใช่แค่อ้างเรื่องการเลือกตั้ง เพราะหลายประเทศเผด็จการในโลกนี้จำนวนมากก็มีการเลือกตั้ง

ดังนั้น สาระไม่ได้อยู่ที่การเลือกตั้ง แต่ประเทศที่เป็นประชาธิปไตยต้องเคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชน ไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ไม่เป็นรัฐตำรวจ และต้องไม่อนุญาตให้คนมีอำนาจอยู่เหนือกฎหมาย และได้รับการปฏิบัติไม่เท่าเทียมบุคคลอื่น รวมทั้งประชาชนต้องได้รับข้อมูลข่าวสารครบถ้วนทุกด้านตลอดเวลา

ผมขอเสนอและเชิญชวนอีกครั้งให้คุณทักษิณมาแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง ไม่เชิญชวนให้ทะเลาะตอบโต้กัน ถึงแม้ผมกับคุณทักษิณจะเป็นคู่แข่งทางการเมืองมาโดยตลอด ผมพูดถึงคุณทักษิณด้วยความหวังดี ถ้าไม่สนใจไยดีต่อข้อเสนอต่าง ๆ ของบ้านเมือง วันที่คุณทักษิณถึงจุดจบ คุณทักษิณจะคิดถึงข้อเสนอของผม และขอย้ำว่า รัฐธรรมนูญมี 336 มาตรา ข้อเสนอของผมเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ คือ นำสถานการณ์ไปสู่กระบวนการที่ใช้มาตรา 7 จึงเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ผมไม่ได้เสนอมาตราที่ 337 แต่เสนอมาตรา 7 ที่อยู่ในรัฐธรรมนูญ นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าอะไรที่ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ หวนกลับมาคิดถึงข้อเสนอนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าเพราะวันนั้นจะเห็นว่าความเสียหายที่เกิดขึ้น ไม่เฉพาะกับบ้านเมือง แต่ตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ได้รับความเสียหายมาก ดังนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ควรใช้เวลาในการไตร่ตรองและไม่ควรกังวลสถานภาพเฉพาะหน้า และหากรัฐบาลสนใจตนจะได้หารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วย โดยในวันที่ 27 มี.ค.จะมีการพูดคุยกันระหว่าง 3 พรรคร่วมฝ่ายค้านเดิมเกี่ยวกับสถานการณ์และข้อเสนอต่าง ๆ รวมทั้งการเคลื่อนไหวต่อไปในนามพรรคร่วม

เมื่อถามว่า หากปล่อยให้สังคมอยู่ในสภาพอึดอัดเช่นนี้ การเคลื่อนไหวแบบสันติวิธีจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่รุนแรงขึ้นหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การเคลื่อนไหวโดยสันติวิธี และการที่ทุกคนมีความกังวลในเรื่องรัฐธรรมนูญ กติกาประชาธิปไตย บ่งบอกถึงวุฒิภาวะของสังคมไทยในแง่ประชาธิปไตย แต่สิ่งที่ทุกคนวิตก ก็คือ เกิดอุบัติเหตุได้เกิดอะไรขึ้นได้เสมอ และฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดอาจคิดว่าได้คำตอบ หรือได้ชัยชนะ แต่ถามว่าคำตอบหรือชัยชนะที่ตัวเองคิดอยู่สามารถหลอมรวมความคิดของคนทั้งประเทศได้หรือไม่ ถ้าทำไม่ได้ก็จะเกิดความอ่อนแอในประเทศขึ้นในวันข้างหน้า ดังนั้นต้องยึดประเทศจะเอาตัวบุคคลหรือตัวเองเป็นตัวตั้งไม่ได้

ส่วนที่มี กกต.มีแน้วโน้มจะเลื่อนวันเลือกตั้งออกไปนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าเรื่องนี้เป็นการยืนยันว่าหลายฝ่ายยังมองเห็นปัญหา ซึ่งคงต้องรอดูผลการประชุมกกต.ในวันที่ 27 มี.ค.นี้

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์