พธม.ประณามมาร์คสมยอม นปช.ควรลาออก

วันนี้( 6 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แถลงการณ์ ฉบับที่ 9/2553 พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

 เรื่อง ประณามนายกรัฐมนตรีในการปรองดองกับ “ขบวนการก่อการร้ายของรัฐไทยใหม่”
      
       จากกระบวนการปรองดองที่จะแก้ไขวิกฤติของชาติซึ่ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้แถลงเมื่อคืนวันจันทร์ที่ 3 พฤษภาคม 2553 นั้น ได้ประกาศด้วยว่าหากผู้ชุมนุมสลายก่อนวันที่ 5 พฤษภาคม 2553 นายกรัฐมนตรีก็จะทำการยุบสภาและกำหนดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2553 โดยพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้มีการประชุมและมีมติให้กำหนดท่าทีดังต่อไปนี้
      
       1. เราเห็นด้วยกับการปฏิรูปประเทศไทยครั้งใหญ่และสร้างรัฐสวัสดิการ ซึ่งควรจะ
       ดำเนินการมาตั้งนานก่อนหน้านี้แล้วโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ดังที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้เคยเรียกร้องมาตั้งแต่ปี 2551 แต่แผนกระบวนการปรองดองของ
       นายกรัฐมนตรีนั้นขาดความชัดเจน และเป็นการแถลงราวกับว่ารัฐบาลทำตัวเหนือปัญหาเป็นคนกลางท่ามกลางความขัดแย้งหรือทะเลาะกันของคนสองกลุ่มทั้งๆที่รัฐบาลเองเป็นผู้ประกาศว่ากลุ่มผู้ชุมนุมมีผู้ก่อการร้าย มีอาวุธสงครามจำนวนมาก มีกองกำลัง เป็นที่ซ่องสุมของกลุ่มอันธพาลซึ่งมีพฤติกรรมคุกคามและทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์ อีกทั้งยังมีขบวนการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ดังนั้นรัฐบาลจะต้องดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ มิใช่ไปเจรจาปรองดองยอมจำนนกับขบวนการก่อการร้ายของรัฐไทยใหม่อยู่ในขณะนี้
      
       2. ท่ามกลางปัญหาดังที่เป็นอยู่ในขณะนี้ การประกาศว่าจะให้ยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ใน
       วันที่ 14 พฤศจิกายน 2553 นั้น เราถือว่าเป็นการทำลายกระบวนการปฏิรูปประเทศและทำลายกระบวนการยุติธรรมหลักนิติรัฐอย่างย่อยยับ ทำให้นักการเมืองจะสนใจแต่การแย่งชิงอำนาจในการเลือกตั้ง ทำให้ข้าราชการจะไม่ทำหน้าที่ในการเอาคนทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองมาลงโทษทั้งกลุ่มอันธพาลทางการเมืองที่ติดอาวุธ ขบวนการก่อการร้าย และขบวนการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ขบวนการสื่อการเมืองเพื่อโค่นล้มอำนาจฝ่ายตรงกันข้าม จะทำให้บรรยากาศนับตั้งแต่วันประกาศวันยุบสภา วันเลือกตั้ง และหลังการเลือกตั้ง จะกลายเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน ไร้ขื่อแป และเหตุการณ์จะยิ่งรุนแรงและพินาศยับเยินมากกว่าที่ผ่านมาหลายเท่าทวีคูณ ซึ่งฝ่ายที่ได้อำนาจรัฐโดยรัฐไทยใหม่จะเข้าครอบงำหน่วยงานราชการในกระบวนการยุติธรรมก่อนถึงศาล โฆษณาชวนเชื่อผ่านสื่อของรัฐ และใช้อาวุธสงครามเข่นฆ่าประชาชน
      
       ยิ่งไปกว่านั้นการละเว้นไม่เข้าตรวจอาวุธ และดักจับอาวุธ โดยปล่อยให้กลุ่มคนเสื้อแดงถ่วงเวลาในการขนถ่ายอาวุธออกจากที่ชุมนุมนั้น ถือเป็นสิ่งอันตรายที่จะคุกคามประชาชนและระบอบประชาธิปไตยในอนาคต จนนำไปสู่รัฐไทยใหม่ของขบวนการก่อการร้ายในที่สุด
      
       3. เราขอประณามการประกาศวันเลือกตั้งเป็นการล่วงหน้าว่า เป็นการทำลายขบวนการ
       ปฏิรูปประเทศไทย เปิดโอกาสให้ขบวนการก่อการร้ายขยายตัวไปทั่วประเทศ และไม่สามารถหยุดยั้งขบวนการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ของขบวนการรัฐไทยใหม่ได้ ซ้ำร้ายยังจะเป็นการยกบ้านเมืองให้กับขบวนการอันธพาลก่อการร้ายของรัฐไทยใหม่ การประกาศวันเลือกตั้งล่วงหน้าจึงเป็นเพียงการเอาตัวรอด และเป็นความเห็นแก่ตัวของนายกรัฐมนตรี โดยไม่ใส่ใจกับความเสียหายของชาติบ้านเมือง และประชาชนที่จะต้องตกเป็นเหยื่อเผชิญหน้ากับวิกฤติทางการเมืองที่รออยู่เบื้องหน้าโดยที่ปราศจากความรับผิดชอบ
      
       4. การกำหนดวันเลือกตั้งเป็นการล่วงหน้าว่าเป็นวันที่ 14 พฤศจิกายน 2553 นั้น แสดงให้
       เห็นว่า เป็นผลมาจากการเจรจาลับๆระหว่างระบอบทักษิณกับรัฐบาล โดยฝ่ายรัฐบาลมุ่งหวังเพียงแค่ต้องการใช้งบประมาณในปีนี้และจัดตั้งงบประมาณรายจ่ายในปีหน้า มุ่งหวังจะได้โยกย้ายข้าราชการโดยเฉพาะทหารและตำรวจ และมุ่งหวังที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อผลประโยชน์ของนักการเมืองของพรรคร่วมรัฐบาลรวมถึงการหาทางช่วยเหลือไม่ให้พรรคประชาธิปัตย์ถูกยุบพรรค ในขณะที่ฝ่ายระบอบทักษิณและขบวนการรัฐไทยใหม่มุ่งหวังที่จะแย่งชิงอำนาจรัฐมาให้ได้โดยเร็วที่สุด
      
       ในขณะที่เรามีข้อสงสัยว่ามีการเจรจาสมยอมกันระหว่างรัฐบาลกับนักโทษชายทักษิณว่า คดีของนักโทษชายทักษิณและครอบครัวที่ยังไม่เข้าสู่ศาลนั้นจะนิรโทษกรรมหรือหาวิธีการดึงถ่วงหรือช่วยเหลือไม่นำขึ้นสู่ศาล จะมีการนิรโทษกรรมคดีความทางการเมืองโดยเฉพาะผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งทั้งหมด โดยภายใต้เงื่อนไขนี้นักโทษชายทักษิณตกลงว่าจะไม่กลับมาเล่นการเมืองอีกต่อไป โดยมีความสอดคล้องกับสาระในแผนการปรองดองข้อ 5 ของนายกรัฐมนตรีเป็นที่ประจักษ์ชัดเจน
      
       เราขอให้รัฐบาลแสดงความจริงใจว่าสิ่งเหล่านี้ไม่เป็นความจริง และจะไม่เกิดขึ้น มิเช่นนั้นแสดงว่านักการเมืองเหล่านี้มีการเจรจาสมยอมกันเพื่อผลประโยชน์ของนักการเมืองเพียงไม่กี่คนโดยหักหลังและทรยศต่อประชาชนอย่างไร้จริยธรรม เราขอยืนยันว่าเราจะคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยนักการเมืองที่ทำเพื่อผลประโยชน์ของนักการเมืองและการนิรโทษกรรมของนักการเมืองอย่างถึงที่สุด
      
       5. บัดนี้ขบวนการก่อการร้ายของรัฐไทยใหม่ ไม่ได้สลายการชุมนุมตามที่นายกรัฐมนตรี
       ได้ประกาศเอาไว้ก่อนวันที่ 5 พฤษภาคม 2553 และยังเรียกร้องข้อต่อรองอื่นๆเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองและนักโทษชายทักษิณ ชินวัตรเพิ่มเติม ทั้งในทางเปิดเผยและในทางลับอันเป็นผลมาจากความอ่อนแอของรัฐบาล เราขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีทบทวนและยกเลิกการประกาศแผนปรองดองกับขบวนการก่อการร้ายของรัฐไทยใหม่ และทบทวนยกเลิกการประกาศกำหนดวันการเลือกตั้งล่วงหน้า โดยให้มุ่งเน้นการปฏิรูปประเทศและรัฐสวัสดิการควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อคืนสันติสุขและสร้างหลักประกันในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
      
       6. เราขอยืนยันว่าการไม่มีจิตสำนึกของแกนนำคนเสื้อแดงในการปกป้องชีวิตของมวลชน และการไม่บังคับใช้กฎหมายที่ผ่านมาเป็นผลทำให้เกิดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของทหารหาญและประชาชนผู้บริสุทธิ์ทั้งสองฝ่ายตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา หากรัฐบาลยังเพิกเฉยไม่บังคับใช้กฎหมาย และไม่ลงโทษหรือโยกย้ายข้าราชการและนักการเมืองที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เราขอเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และเปิดโอกาสให้นายกรัฐมนตรีที่มีความพร้อมและมีประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายและมีความจริงใจในการปฏิรูประเทศไทยเข้าทำหน้าที่แทน เพื่อคืนหลักนิติรัฐ คืนหลักนิติธรรม และคืนสันติสุขให้กับประชาชนชาวไทย
      
       ด้วยจิตคารวะ
      
       พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
       วันที่ 6 พฤษภาคม 2553
       ณ บ้านพระอาทิตย์

 

เครดิต :
เครดิต : เดลินิวส์ (อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์)


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์