ป.ป.ช.ฟัน “แม้ว” ผิด 157

ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ให้ก.คลัง เข้าฟื้นฟูบริษัททีพีไอ ส่วน “สมคิด” รอด  “สุชาติ”ตายจำหน่ายคดี


วันนี้ ( 16 ก.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายกล้านรงค์ จันทิก โฆษกคณะกรรมการ ป.ป.ช.

แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่า เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมากรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ได้พิจารณาเรื่องกล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกับพวกเห็นชอบให้กระทรวงการคลังเข้าเป็นผู้บริหารแผนคนใหม่ของบริษัทอุตสาหกรรมปิโตรกัลไทย จำกัด (มหาชน)  หรือ ทีพีไอ  โดยมิชอบ โดยวินิจฉัยจากข้อมูลของคณะอนุกรรมการไต่สวนประเด็นร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ เมื่อดำรงตำแหน่ง รมว. คลัง ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริตกรณียินยอมให้กระทรวงการคลังเข้าไปเป็นผู้บริหารแผนของบริษัททีพีไอหรือไม่ ซึ่งเมื่อพิจารณาตามข้อเท็จจริงแล้ว เห็นว่า ร.อ.สุชาติปฏิบัติหน้าที่มิชอบแต่ในระหว่างไต่สวนร.อ.สุชาติได้ถึงแก่กรรม ดังนั้นสิทธินำคดีอาญามาฟ้องจึงย่อมระงับไปโดยความตายของผู้กระทำผิด ป.ป.ช. จึงมีมติให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ

นายกล้านรงค์ กล่าวว่า จากการพิจารณาประเด็น พ.ต.ท.ทักษิณ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี 

รู้เห็นหรือทราบเรื่องที่กระทรวงการคลังยินยอมเข้าเป็นผู้บริหารแผนคนใหม่ของบริษัททีพีไอ ตามที่ศาลล้มละลายกลางร้องขอ แต่ไม่คัดค้านหรือทักท้วงเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือทุกจริตหรือไม่นั้น จากการพิจารณาข้อเท็จจริงฟังได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินเมื่อ ร.อ.สุชาติมาปรึกษาเรื่องการให้กระทรวงการคลังเข้าไปเป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการบริษัททีพีไอ ซึ่งเป็นเอกชน

โดยพ.ต.ท.ทักษิณได้เห็นชอบและเสนอชื่อ พล.อ.มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ และนายทนง พิทยะ เป็นคณะผู้บริหารแผน

และภายหลังกระทรวงการคลังได้ยินยอมถือเป็นการกระทำนอกเหนืออำนาจหน้าที่ของกระทรวงการคลัง ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. ปรับปรุงกระทรวง ทบวาง กรม พ.ศ. 2545 เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ระบบราชการ การกระทำของ พ.ต.ท.ทักษิณ จึงมีมูลความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ส่วน นายสมคิด นั้นข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่ารู้เห็นหรือยินยอมในการที่กระทรวงการคลังเข้าเป็นผู้บริหารแผนด้วย ข้อกล่าวหาจึงไม่มีมูลและให้ตกไป  ทั้งนี้สำหรับกรณีการชี้มูลความผิดของ พ.ต.ท.ทักษิณนั้น ป.ป.ช.จะส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด เพื่อยื่นต่อศาลฏีกาแผนกคดีอาญาทางการเมืองให้พิจารณาตัดสิทธิ์ทางการเมืองต่อไป

นายกล้าณรงค์ กล่าวอีกว่า สำหรับประเด็นผู้แทนกระทรวงการคลังที่เข้าเป็นคณะผู้บริหารแผนกระทำการซึ่งเป็นการสนับสนุน ร.อ.สุชาติในการยินยอมให้กระทรวงการคลังเข้าเป็นผู้บริหารแผนของบริษัททีพีไอหรือไม่นั้น  ป.ป.ช.พิจารณาแล้วเห็นว่าข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าคณะผู้บริหารแผนได้ร่วมกระทำความผิด เพียงแค่ได้กระทำตามหน้าที่ตามที่ได้รับแต่งตั้งเท่านั้นข้อกล่าวหานี้จึงไม่มีมูลและตกไป .


เครดิต :
เครดิต : เดลินิวส์ (อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์)


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์