บรรหาร บอกเสียงแตกให้คิดเอง

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่พรรคชาติไทย นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย

ได้เรียกรองหัวหน้าพรรคและแกนนำพรรค เข้าร่วมหารืออย่างพร้อมเพรียงถึงสถานการณ์การเมืองและโควตารัฐมนตรี ขาดเพียงนายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรค โดยคนใกล้ชิดระบุว่าไม่สบายพักผ่อนที่ จ.สุพรรณบุรี จากนั้นนายบรรหารให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ คมช.ประกาศยุติบทบาทว่า ถือเป็นเวลาเหมาะสม น่าจะเป็นเวลาที่พอสมควรเพราะเปิดรัฐสภาเพื่อเลือก ประธานสภาและรองประธานสภาไปเรียบร้อยแล้ว

ต่อไปก็จะมีการเลือกนายกฯ และตั้ง ครม. ไม่ใช่แต่ คมช.แม้แต่ รัฐบาลก็ประกาศว่ามีการประชุม ครม.นัดสุดท้ายแล้ว

คิดว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ทุกอย่างน่าจะเรียบร้อย เพราะมีรัฐบาลแล้ว เมื่อถามว่า การลงมติเลือกประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรของพรรคร่วมรัฐบาล มีเสียงแตกไปลงให้ฝ่ายค้าน นายบรรหารตอบว่า ไม่ทราบ เพราะมีการลงคะแนนลับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐธรรมนูญกำหนดว่าเป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส.แต่ละคน แต่อย่าไปคิดอะไรมาก เมื่อถามว่า มีการวิจารณ์ว่าเสียงเหล่านั้นเป็นของนายบรรหารด้วยหนึ่งเสียง นายบรรหารหัวเราะพร้อมกับกล่าวว่า คิดเอาเองก็แล้วกัน 



เมื่อถามว่า พรรคพลังประชาชนระบุว่าเป็นการต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรี นายบรรหารตอบว่า
 
ไม่รู้ ไม่ตอบ ไม่มีความเห็น ผู้สื่อข่าวถามว่า ทาง คมช.มีการกำหนดสเปก รมว.กลาโหมว่า น่าจะเป็นทหารและไม่สังกัดพรรคการเมือง นายบรรหารกล่าวว่า เป็นความเห็นของ คมช. ว่า รมว.กลาโหมควรจะเป็นทหาร ส่วนจะเป็นทหารนอกราชการ หรือในราชการยังตอบไม่ได้ ขึ้นอยู่กับรัฐบาลใหม่จะเลือกใครเป็นสิทธิ์ ใครเป็นนายกฯมีสิทธิ์เลือกใครก็ได้ เมื่อถามว่า นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน จะนั่งควบ รมว.กลาโหมด้วย นายบรรหารตอบว่า ไม่มีความเห็น

เมื่อถามว่า นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน ระบุว่า ครม.เริ่มลงตัวแล้วใช้สูตร 9 ต่อ 1 พรรคชาติไทยได้รับทราบเรื่องสัดส่วนบ้างหรือไม่

นายบรรหารตอบว่า ต้องได้ตัวนายกฯก่อนแล้วค่อยมาดูกันว่าพรรคไหนจะได้กี่ที่นั่ง อะไรบ้าง ตอนนี้ยังไม่ได้คุยกัน ทางพรรคชาติไทยก็ยังไม่รู้ว่าได้นั่งกระทรวงใดบ้าง เมื่อถามว่า พรรคชาติไทยต้องการดูแลกระทรวงใดบ้าง นายบรรหารตอบว่า เขายังไม่ได้บอกเรามา เราก็ยังไม่ได้แจ้ง เพราะเมื่อมีตัวนายกฯแล้ว เราก็ต้องบอกเขาไปว่าจะเอาอะไรบ้าง แล้วก็ดูอัตราส่วน อาจจะ 5 ต่อ 1 หรือ 6 ต่อ 1 ส่วนพรรคชาติไทยจะได้กระทรวงใดบ้าง เมื่อถึงเวลาค่อยว่ากันอีกครั้ง และเมื่อแต่ละพรรคทราบว่าจะได้ดูแลกระทรวงใดบ้าง ค่อยเสนอชื่อตัวบุคคลเข้าไป 

“ต้องรู้ก่อนว่าเขาให้เรากี่ตำแหน่งแล้วเราค่อยขอไปว่าจะมีกระทรวงใดบ้าง แล้วจะชนกับพรรคอื่นบ้างหรือไม่ ถ้าชนก็ต้องหารือกันก่อนว่าจะพอหลีกกันได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับพรรคแกนนำเป็นผู้จัดว่าเป็นอย่างไร ต้องถามแต่ละพรรคร่วมรัฐบาลก่อนว่าพรรคไหนต้องการอะไร ถ้าความต้องการตรงกันก็ต้องค่อยๆคุยกันว่าขอให้เป็นอย่างนั้น อย่างนี้ได้หรือไม่ ต้องเกี้ยเซี้ยะกัน ยังมีเวลา ที่สำคัญคือต้องมีนายกฯก่อน แต่ในใจผมไม่ได้คิดว่าจะไปดูกระทรวงไหน เพราะทำงานได้ทุกกระทรวง ให้ กระทรวงอะไรก็ทำได้หมด ส่วนจะได้กระทรวงที่ถนัดหรือไม่ค่อยว่าอีกที ยังตอบไม่ได้ สำหรับข่าวที่ลงชื่อว่าคนในพรรคได้นั่งกระทรวงนั้น กระทรวงนี้ผิดหมดถ้าเกิดไปลงชื่อแล้วถ้าเกิดเขาไม่ได้เป็นเขาก็จะเสียใจแย่” นายบรรหารกล่าว 


เครดิต :
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดยหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์