ธีรยุทธแนะรัฐฯถกพธม.ก่อนใช้กำลังสลาย

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ ห้องไวทย กร ตึกโดม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายธีรยุทธ บุญมี อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แถลงข่าว การฝ่าวิกฤตการเมืองไทย ที่ตระหนักถึงรากเหง้าแท้จริงของปัญหา
นายธีรยุทธ กล่าวว่า ที่ตนออกมาพูดในวันนี้เพราะมีความมุ่งหวังที่อยากจะเห็นการลดความรุนแรงและคลี่คลายวิกฤต และอยากจะชี้ถึงรากเหง้าของปัญหาทั้งหมด ซึ่งตนคิดว่ามีความจำเป็นต้องรู้ ถ้ารู้ถึงรากเหง้าของปัญหาแล้วจะช่วยลดปัญหาและอคติ รวมทั้งน่าจะช่วยแก้ปัญหาระยะยาวได้ ทั้งนี้เชื่อว่าปัญหาจะดำรงอยู่ยาวนาน ถ้าแก้ปัญหาไม่ถูก แก้ผิดๆ จะทำให้ระยะยาวจะเสียใจมากกว่า
นายธีรยุทธ กล่าวว่า ทั้งนี้ตนได้วิเคราะห์ว่ามีโอกาสที่จะเกิดความรุนแรงเกิดขึ้นอีก จนอาจบานปลายไปสู่การจลาจลและระดับใกล้เคียงสงครามการเมืองสูง จนมีความเป็นไปได้ 3 แนวทาง คือ 1. รัฐบาลลาดออกหรือยุบสภา 2. รัฐบาลสลายการชุมนุม และ 3. เกิดการปะทุของความรุนแรงย่อยๆ การปะทะย่อยๆ จนนำไปสู่การปะทะขนาดใหญ่ของมวลชน ซึ่งฉากความเป็นไปได้ทั้ง 3 แบบมีโอกาสเกิดภายในไม่กี่วันจนถึงประมาณ 2 สัปดาห์ข้างหน้า แต่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย เพราะปัญหาใหญ่โตเกินกว่าจะแก้ไขได้ในครั้งเดียว แต่จะมีโรคแทรกซ้อนขึ้น 2-3 โรคตามมา คือ ถ้ารัฐบาลชาย กระโปรง เลือกที่จะปฏิเสธการลาออกและยุบสภา ในที่สุดจะมีการชุมนุมคัดค้านอีก เพราะการตื่นตัวของประชาชนสูงขึ้นมาก และหากรัฐเลือกสั่งการให้ตำรวจสลายการชุมนุม จะส่งผลหมีคนบาดเจ็บล้มตายมากที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศ ญาติมิตร พวกพ้องจะไม่ยินยอม มีการต่อสู้จลาจลไม่จบสิ้น นำไปสู่การรัฐประหารในที่สุด ในฉากที่ 3 ก็จะเป็นการรัฐประหารที่ยุ่งยากกว่าทุกหน ไม่ชัดเจนว่าจะมีวิธีการใดมาแก้ปัญหาระยะยาวได้อย่างไร การต่อต้านก็จะมีสูงและซับซ้อนกว่าทุกหนที่ผ่านมา
“ สังคมไทยไม่มีทางออก ทุกเส้นทางนำไปสู่การสูญเสีย จึงขอให้คนที่ทำความดีตั้งใจดีตั้งสติภาวนาให้มีปาฏิหาริย์ที่จะให้ปัญหาซึ่งใหญ่หลวงและหยั่งรากลึก ได้คลี่คลายโดยไม่สูญเสียเลือดเนื้อ ซึ่งสถานการณ์นี้ผมยังไม่มีคำตอบให้ เลยหันหน้าหันตาเข้าวัดตั้งสติภาวนาให้เกิดปาฏิหาริย์อย่างเดียวเท่านั้น ”
นายธีรยุทธ กล่าวต่อว่า ส่วนข้อเสนอแนะต่อกรณีนี้ตนมีข้อแนะนำทั้งต่อรัฐบาล และพันธมิตร โดยในส่วนของรัฐบาลควรยอมรับว่ามีความไม่ชอบธรรมจากการซื้อเสียง คอร์รัปชั่นดำรงอยู่ในภาคการเมือง และยอมให้มีการปฏิรูปการเมือง ซึ่งดำเนินการโดยฝ่ายอิสระ รัฐบาลไม่ควรสร้างภาพพันธมิตรเป็นกลุ่มผิดกฎหมายหรือกลุ่มก่อการร้าย ซึ่งเป็นเจตนาจะกระพือความรุนแรงให้สูงขึ้นอย่างไร้คุณธรรม รัฐบาลควรเปิดการเจรจากับพันธมิตร เพื่อเปิดโอกาสให้มีทางออกโดยไม่เสียเลือดเนื้อ รัฐควรตั้งคณะกรรมการเจรจากับแกนนำพันธมิตรอย่างเปิดเผยโปร่งใสต่อสาธารณชน ก่อนจะตัดสินใจใช้มาตรการใดๆ ที่จะนำพาไปสู่การเสียเลือดเสียเนื้อ
ส่วนข้อเสนอต่อพันธมิตรนั้นพันธมิตรควรเลือกการดำเนินการระยะยาว เพื่อปฏิรูปโครงสร้างการเมืองอย่างถาวร ซึ่งในฐานะที่เคยสนับสนุนการต่อสู้ของพันธมิตรกับระบอบทักษิณมาตลอด และเคารพในจิตใจที่มุ่งมั่นกล้าเสียสละของมวลชนพันธมิตร เห็นว่าการประท้วงมีข้อบกพร่องมากพอสมควรซึ่งควรแก้ไข อย่างมีสติปัญญา แม้รัฐบาลจะประกาศ พรก.ฉุกเฉิน และข่มขู่สลายการชุมนุม แต่จะถือว่าพันธมิตรได้ตัดสินใจอย่างฉลาดและกล้าหาญที่สุด พันธมิตรควรจะปรับยุทธวิธีการต่อสู้เป็นฝ่ายเลือกที่ประกาศยุติการเคลื่อนไหวทั้งหมดทันที เพื่อให้แรงกดดันหวนกลับและพุ่งตรงไปที่รัฐบาล ส่วนต่างๆ ของสังคมคงจะเห็นด้วยเพราะเชื่อในความมุ่งมั่นของพันธมิตร เป้าหมายการต่อสู้จะสมเหตุสมผลมากกว่า
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้เลยจุดที่จะสามารถเปิดเจรจาระหว่างรัฐบาลและพันธมิตรหรือยัง นายธีรยุทธ กล่าวว่า มีจังหวะอยู่จังหวะหนึ่ง หลังจากที่รัฐบาลมีมาตรการฉุกเฉินออกมาแล้ว ทั้งนี้ตนขอติงว่าก่อนที่จะทำอะไรรุนแรงควรเปิดทางออกสักครั้ง ในฐานะที่เป็นคนไทยด้วยกัน รัฐบาลไม่ควรสร้างภาพว่าพันธมิตรเป็นกลุ่มก่อการร้ายเพื่อสร้างความเกลียดชังของสังคม แต่ลองเปิดโอกาสคุยกันสักหน อาจนำไปสู่การเจราจรอย่างที่ประธานวุฒิสภาเสนอก็ได้
ต่อข้อถามว่า ใครควรจะเป็นคนกลางมาทำหน้าที่การเจรจา นายธีรยุทธ กล่าวว่า รัฐบาลควรจะส่งคนที่มีน้ำหนัก มีเหตุมีผลเข้าไปเจรจากับพันธมิตร เจรจาเพื่อคลี่คลายสถานการณ์เบื้องหน้าก่อน ถ้าเลือกคนที่ดีจากฝ่ายรัฐบาลควรเป็นในรูปของคณะกรรมการ ไม่ควรเป็นคนเดียว ซึ่งตนคิดว่าคนในพรรคพลังประชาชนจำนวนมากที่มีเหตุผล คนที่เป็นคนดีก็มีอยู่อีกเยอะในพรรคนี้ ส่วนคณะกรรมการอื่นก็ควรเป็นภาคอิสระ ก่อให้เกิดการคุยกันเบื้องต้นก่อน ที่สำคัญกระบวนการต้องให้ไว ทุกฝ่ายต้องให้เรื่องยุติโดยเร็วที่สุด
เมื่อถามต่อว่า นายธีรยุทธ พร้อมที่จะเป็นคนกลางหรือไม่ นายธีรยุทธ กล่าวว่า สำหรับตนมีอาวุโสน้อยเกินไป แต่หากให้ไปมีส่วนร่วมในคณะกรรมการคงได้ ซึ่งตนก็พร้อมและยินดีที่จะร่วมด้วย เมื่อตนเสนอไปอย่างนี้และรัฐบาลเห็นว่าควรจะทำก็สามารถโทรเข้ามือถือตนมาได้เลย ส่วนใครเหมาะจะเป็นคนกลางก็ให้รัฐบาลเสนอมา
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า จะช้าไปหรือไม่ในเมื่อพันธมิตรประกาศทุบหม้อข้าวด้วยการนำนำเศรษฐกิจของประเทศเป็นเดิมพัน นายธีรยุทธ กล่าวว่า ตนไม่อยากเห็นทุกฝ่ายปะทะ หรือเกิดเหตุการณ์รุนแรงที่รุนแรง หรือการทำผิดกฎหมาย ซึ่งหากเราไม่มองแบบตัดตอน ก็จะช่วยแก้ปัญหาวิกฤตบ้านเมือง แต่จากการวิเคราะห์สถานการณ์เห็นว่ามีโอกาสรัฐประหารเกิดขึ้นสูงมาก จากฉากที่เกิดใน 3 เดือนที่ผ่านมา ความขัดแย้งมันแก้ไม่ตก ข้อเสนอที่ว่านี้รัฐบาลและพันธมิตรอาจรับฟังบ้าง แต่ไม่หวังผลจะมีการปฏิบัติตาม ซึ่งตนก็เห็นว่าเป็นกรรมของประเทศ
เมื่อถามอีกว่า ขณะนี้ส.ส.รัฐบาลพยายามปลุกเสื้อแดงมาสู้ นายธีรยุทธ กล่าวว่า ความหวังมีไม่มาก ถือว่าน้อยมากก็ยังได้ เพราะเวลานี้มันถูกทำให้เป็นเรื่องของความเชื่อและอุดมการณ์ไปแล้ว พอถึงตอนนี้ก็ยังถูกทำให้เป็นความรู้สึกที่ไม่ดีต่อกัน เป็นความรุนแรงที่ไม่จบ และความรุนแรงนั้นจะคลี่คลายลงด้วยการปะทะอยู่บ่อยครั้ง หลีกเลี่ยงได้ลำบากมาก ซึ่งขั้นสุดท้ายการเมืองของจริง( Real Politic) ที่วัดกันด้วยอำนาจจะเกิดขึ้น นั่นคือการทำรัฐประหาร
เมื่อถามต่อว่า เป็นการส่งสัญญาณว่าการเมืองของจริงคือการปฏิวัติเป็นหนทางออกสุดท้ายใช่หรือไม่ นายธีรยุทธ กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นนักวิชาการไม่เห็นด้วยและสนับสนุนกับวิธีการรัฐประหาร เพราะไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้อง หากมีเกิดขึ้นอาจจะแย่กว่าเดิมด้วยซ้ำ
ต่อข้อถามว่า รัฐบาลมีความชอบธรรมในการสลายการชุมนุมหรือไม่ หากการเจราจาไม่สำเร็จ นายธีรยุทธ กล่าววว่า ตนยังอยากให้อดทนฟังเสียงสังคมก่อน และใช้ความพยายามจากทุกฝ่ายให้มากกว่าที่ผ่านมา ทั้งหมดนี้ไม่อยากให้เกิดขึ้น ซึ่งการยึดสนามบินไม่เคยอยู่ในจินตนาการของตนเลย แต่หากรัฐบาลบ่มบ่าม อยากปราบมากก็จะสร้างความเสียหายต่อประเทศมหาศาล หรือถ้ารัฐบาลคุมไม่อยู่ มีระเบิด คนล้มตายเยอะ ภาพก็จะเสียหายร้ายแรง ดังนั้นรัฐบาลอย่ารีบร้อนเอาตัวไปเสีย นอกจากนี้การแถลงข่าวของนายกฯ สมชาย เมื่อคืนวานนี้ก็เป็นการพูดใส่ใข่เกินไป ในการว่าประเทศเสียหายเป็นแสนล้าน แต่ตนขอติงภาคธุรกิจ ทุกครั้งที่มีปัญหา ในช่วง 40-50 ปีที่ผ่านมาภาคธุรกิจไม่เคยกระโดดลงมาอุทิศตัวทำบางสิ่งบางอย่างให้ดีขึ้น
ต่อข้อถามว่า คดียุบพรรคจะตัดสิน 2 ธ.ค. คิดว่าปัญหาจะคลี่คลายหรือไม่ นายธีรยุทธ กล่าวว่า หากถูกยุบพรรคนักการเมืองก็พยายามตั้งพรรคการเมืองต่อ เขาจะอ้างว่าไม่ผิด ขณะที่คนทั่วไปก็จะรู้สึกทำไมดื้อรื้นดิ้นรนไม่รู้จักจบสิ้น และตนไม่เคยเห็นด้วยกับการตั้งรัฐบาลแห่งชาติ การยุบสภาไม่ใช่ทางออก ตนไม่เคยเสนอ ควรมองภาพใหญ่
เมื่อถามต่อว่า เราหมดหวังกับสังคมไทยได้หรือยัง นายธีรยุทธ กล่าวว่า ถ้าเราคลี่คลายวิกฤตนี้ไม่ได้ดีแล้ว คิดว่าปัญหาข้างหน้าจะใหญ่และร้อนแรงกว่าที่เราเผชิญอยู่อีก ปัญหามันใหญ่กว่า แต่เชื่อว่าภายใน 2 สัปดาห์นี้จะเริ่มเห็นคลี่คลายไปยังไง แต่ก็ไม่รู้ว่าบ้านเมืองจะลงเอยอย่างไร
เมื่อถามอีกว่า มองบทบาทของทหารต่อสถานการณ์การเมืองอย่างไร นายธีรยุทธ กล่าวว่า ยากตอบไม่ได้ แต่ตนคิดว่า พล.อ.อนุพงษ์ ที่ยืนยันไม่ปฏิวัตินั้นตนเชื่อ แต่หากวิเคราะห์ในฐานะนักวิชาการแล้วเหตุการณ์มันจะตรงกันข้าม สถานการณ์มันจะกลายไปสู่จุดนั้น
ผู้สื่อข่าวถามด้วยว่า ที่ให้รอปาฏิหาริย์นั้นอะไรคือปาฏิหาริย์ หรือสถาบันควรเข้ามายุติ นายธีรยุทธปฏิเสธที่จะให้ความเห็น อย่างไรก็ตามข้ออ้างเกี่ยวกับสถาบันทั้งหลายตนเห็นว่าไม่สมเหตุสมผล ทุกฝ่ายถ้าจะอ้างทำเพื่อสถาบันตนไม่เห็นด้วย


เครดิต :
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดยหนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์