ทวีปัดข่าวบิ๊กดีเอสไอดอดพบ สมชาย ตั้งพ.ต.อ.คุมทีมสอบทางลึก-ลับ250ล้านแกะรอยเส้นทางเงิน


"ทวี สอดส่อง" ปัดข่าว"บิ๊กดีเอสไอ"ดอดพบอดีตนายกฯ ลั่นไม่มีหน้าที่เอาข้อมูลไปให้ใคร ตั้ง พ.ต.อ.คุมทีมทำงาน 2 ชุด ตรวจสอบ"250 ล้าน"ในทางลับ-ลึก แกะรอยเส้นทางเงินเชื่อมโยงบุคคล "มาร์ค" พร้อมให้ความร่วมมือ ลั่นต้องไปตามข้อเท็จจริง ห้าม รมต.แทรกแซง


"มาร์ค"ยันรมว.ยธ.ไม่แทรกแซงสอบเงินบริจาค

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตอบคำถามนายพิษณุ นิลกลัด ผู้ดำเนินรายการ ในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ถึงการประเมินผลงานของรัฐบาลที่จะครบรอบ 2 เดือนในเร็วๆ นี้ว่า ส่วนตัวเห็นว่าทั้งผู้นำรัฐบาลและฝ่ายค้านไม่ต่างกัน เพราะเป็นการทำงานให้กับประชาชน ไม่สามารถให้คะแนนตัวเองได้ว่าเต็มสิบจะให้เท่าไร เพียงแต่จะพยายามใช้เวลาให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ไม่ว่าฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านต้องพยายามเต็มสิบ ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าตนเริ่มทำงานตั้งแต่เช้าจนค่ำ แต่ที่ผ่านมาก็ยังไม่เคยรู้สึกเหนื่อยหรือล้า เพราะมีหลายๆ คนเป็นกำลังใจให้

นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงการให้ความร่วมมือในการสืบสวน กรณีมีกระแสข่าวพรรคประชาธิปัตย์รับเงินบริจาค 250 ล้านบาท ของนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ อดีตผู้บริหารทีพีไอ ซึ่งถูกยกเป็นคดีพิเศษในความดูแลของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า ถ้ามีอะไรที่จะต้องปฏิบัติ เช่น จะต้องไปชี้แจงอะไรก็ต้องทำ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ทราบเรื่องนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้สอบถามนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมหรือไม่ ว่าจู่ๆ เหตุใดจึงมีการนำเข้าเป็นคดีพิเศษ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่ แต่เรื่องของคดีต่างๆ ต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริง หน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายก็ต้องเดินหน้าไป รัฐมนตรีก็ไม่ควรจะไปแทรกแซง

"พีระพันธุ์" ให้เลิกรับใช้การเมือง

ด้านนายพีระพันธุ์กล่าวถึงกระแสข่าวมีข้าราชการระดับสูงของดีเอสไอ ไปพบกับนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่โรงแรมเอสซีปาร์ค ก่อนข้อมูลเรื่องเงินบริจาค 250 ล้านบาท จะถูกพรรคเพื่อไทยนำมาเปิดเผยว่า ยังไม่มีข้อมูลเรื่องนี้ เนื่องจากการบริหารงานกระทรวงต้องแยกจากฝ่ายการเมือง แต่ที่ผ่านมาได้แสดงความไม่พอใจไปว่าการทำงานของดีเอสไอจะต้องไม่ไปรับใช้ฝ่ายการเมืองอีก

เมื่อถามว่า จำเป็นต้องเรียก พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อธิบดีดีเอสไอ มาสอบถามข้อเท็จจริงหรือไม่ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ยังไม่จำเป็น เพราะขณะนี้ยังไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ ต้องให้คนที่เปิดเผยเรื่องนี้นำหลักฐานมาแสดงก่อน เมื่อถามว่า หากดีเอสไอยังรับใช้การเมืองอยู่จะทำอย่างไร นายพีระพันธุ์กล่าวว่า คงต้องว่าไปตามหลักฐาน แต่ยืนยันว่ากระทรวงยุติธรรมจะต้องไม่มีคนที่ทำงานรับใช้นักการเมืองอยู่

ปชป.ยันไม่รู้เรื่องเลี่ยงภาษี

ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีที่ดีเอสไอ เตรียมสอบปมเงินบริจาค 250 ล้านบาท ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการจินตนาการเพื่อโยงให้ถึงพรรคประชาธิปัตย์ หวังดิสเครดิตทางการเมืองเท่านั้น เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านพยายามหาตัวนายประจวบ สังขาว ผู้บริหารบริษัทเมซไซอะ บิซิเนส แอนด์ ครีเอชั่น เพื่อไปให้ข้อมูล นายเทพไทกล่าวว่า ไม่รู้ว่านายประจวบเป็นใคร มีความสำคัญขนาดไหน ส่วนที่นายไทกร พลสุวรรณ แกนนำกลุ่มอีสานกู้ชาติและอดีตกรรมการบริหารบริษัทเมซไซอะฯ ระบุว่าฝ่ายค้านมีใบเสร็จการหลีกเลี่ยงภาษีหมดแล้วนั้น นายเทพไทกล่าวว่า ไม่ทราบว่าข้อมูลของนายไทกรคืออะไร แต่เรื่องนี้ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับพรรค หรือแม้แต่แกนนำพรรค ถ้าจะมี ส.ส.ของพรรคเข้าไปเกี่ยวข้องก็มีเพียง น.ส.สุพัชรี ธรรมเพ็ชร ส.ส.พัทลุง ซึ่งเคยเป็นอดีตกรรมการบริษัทเมซไซอะฯ คนเดียวเท่านั้น จึงไม่เห็นว่ามีอะไรน่ากังวล

นายชุมพล กาญจนะ ส.ส.สุราษฎร์ธานี ในฐานะประธาน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ยังบอกไม่ได้ว่าเรื่องนี้ ดีเอสไอนำข้อมูลไปให้กับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ แต่เห็นว่ากรณีเงินบริจาค 250 ล้านบาท เป็นเรื่องเก่าที่ไม่น่าจะสร้างปัญหาอะไรให้รัฐบาล เพราะแม้แต่นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยังออกมาให้สัมภาษณ์ปฏิเสธพร้อมชี้แจงทุกประเด็น 

ดีเอสไอตั้งกก.2ชุดสอบทางลับ
 
ด้าน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีพรรคประชาธิปปัตย์ออกมาระบุว่ามีผู้ใหญ่จากดีเอสไอไปพบกับนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ข้อมูลเรื่องเงินค่าโฆษณาของบริษัททีพีไอ โพลีน จำกัด จำนวน 250 ล้านบาท ว่า ไม่ทราบว่าเรื่องดังกล่าว และคิดว่าคงไม่ใช่หน้าที่ของดีเอสไอที่จะเอาข้อมูลไปมอบให้กับใคร และยืนยันว่าการทำคดีของดีเอสไอทำด้วยความเป็นกลาง ทุกอย่างมีพยานหลักฐานตามกฎหมาย ไม่ได้มุ่งกลั่นแกล้งบุคคลใด หรือเป็นเครื่องมือของพรรคการเมืองฝ่ายใดทั้งสิ้น

รายงานข่าวระบุว่า พ.ต.อ.ทวีได้ลงนามบันทึกแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อสอบสวนทางลับ และเชิงลึก ในเรื่องดังกล่าว 2 ชุด ประกอบ พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันท์ รองอธิบดีดีเอสไอ มอบหมายงานด้านการประสานข้อมูล และ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองอธิบดีดีเอสไอ รับผิดชอบด้านการแกะรอยเส้นทางเงิน ซึ่งใช้คณะทำงานชุดละประมาณ 10 คน นอกจากนี้ยังใช้ผู้เชี่ยวชาญด้านการแกะรอยเส้นทางเงินไปขอข้อมูลจากธนาคารที่มีการโอนเงินในแต่ละครั้งมาวิเคราะห์ เพื่อเชื่อมโยงตัวบุคคลและจำนวนเงินการโอนให้สอดคล้องกัน

เครดิต :
เครดิต :เนื้อหาข่าว คุณภาพดี หนังสือพิมพ์มติชน


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์