ถ้าจริงก็...โจ๋งครึ่ม.! เลย

ถ้าจริงก็โจ๋งครึ่มเลย


"ต้องไปถาม คมช. ผมเคยกล่าวแล้วว่า ทุกอย่างมีโอกาสเป็นไปได้ทั้งสิ้น อาจจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่ามีสติกันหรือไม่

ถ้าจะเอาบ้านเมืองกันโดยไม่คำนึงถึงผลเสียหายที่จะเกิดขึ้น ผมบอกแล้วว่า ทหารมีจุดยืน อะไรที่จะมากระทบต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เรายอมไม่ได้"

ตรงๆตามสไตล์ทหาร พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รมว.กลาโหม ตอบคำถามนักข่าวที่ตั้งคำถามว่า จะมีโอกาสเกิดการปฏิวัติซ้ำหรือไม่

ในห้วงหัวเลี้ยวหัวต่อ

ไม่ใช่เฉพาะแค่กระแสข่าวที่ออกมาเป็นรายวัน แต่บิ๊กทหารออกมาส่งสัญญาณเอง


ถ้าเกิดปฏิวัติซ้ำขึ้นมาจริงๆ


กินเนสส์บุ๊กคงต้องบันทึกไว้ว่า เป็นการรัฐประหารที่โจ๋งครึ่มที่สุดในโลก

อย่างไรก็ตาม ก่อนจะไปถึงจุดนั้น มันก็มีคำถามเชิงวิเคราะห์จากผู้ชำนาญการย่านซอยปิ่นประภาคม อ่านใจคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)

จะกล้าปฏิวัติกันจริงๆหรือ

กับผลงานการปฏิวัติผ่านไปแค่ 6 เดือน งานรูทีนรายวันมุ่งตามล้างตามเช็ด เผด็จศึก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

ระแวงคนแค่คนเดียวจนไม่เป็นอันทำอะไร

เศรษฐกิจจ่อปากเหว เงินบาทจะแข็งค่า น้ำมันจะแพง ฝนจะแล้ง รายได้รัฐเก็บภาษี ได้ต่ำกว่าเป้า เงินคงคลังร่อยหรอ เกษตรกรรอความช่วยเหลือยังไม่ได้รับการเหลียวแล

ความเดือดร้อนลามถึงปากท้อง

ประชาชนเริ่มรู้สึกว่า ถูกปล่อยเผชิญโชคกันตามชะตากรรม

พึ่งใครไม่ได้


คำถามเริ่มหนาหู "อย่างนี้จะปฏิวัติไปทำไม"


อะไรไม่ว่า ข้ออ้างอัปเปหิรัฐบาลเก่าโกงจนต้องโดนยึดอำนาจยังไม่ทันได้เคลียร์ ก็มีสารพัดปมร้อนๆของทีมปฏิวัติโดนงัดออกมาแฉย้อนศรเป็นข่าวรายวัน

ทั้งคิวอุบไต๋งบลับปฏิวัติ รายการถลุงเงินดูงานเมืองนอก ล่าสุดโชว์จะจะเอกสารประจานโยกเงินหลวงจ้างเครือญาติบิ๊กๆ ทำงานประชาสัมพันธ์เชิงลึกให้ คมช.

อย่าว่าแต่คนโดนแฉจะฉุนเฉียวเลย

ชาวบ้านฟังแล้วหงุดหงิดกว่า

ในอารมณ์ที่ประชาชนคนไทยเริ่มแยกไม่ออกว่า ใครดีกว่าใคร

สรุปแล้วก็เข้าตำรา "กูชั่วมึงก็เลว"

จากดอกไม้ในเช้าวันที่ 20 กันยายน 2549 หลังค่ำคืนรัฐประหารที่ชาวบ้านมอบให้ ประชาชนยืนถ่ายรูปคู่กับรถถังด้วยความชื่นชมในการยึดอำนาจจากอดีตนายกฯทักษิณ ในข้อหาบริหารงานฉ้อฉล ทำให้บ้านเมืองเกิดความแตกแยก

วันนั้นกับวันนี้กระแสมันเปลี่ยนไป


จากดอกไม้อาจจะแปรเปลี่ยนเป็นก้อนอิฐ


ไหนจะสถานการณ์แปร่งๆในกองทัพ ที่ฟ้องกันชัดๆเลยกับคิวที่เอกสารการจ้างด็อกเตอร์เชียรช่วง กัลยาณมิตร ญาติของ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก และผู้ช่วยเลขาธิการ คมช. เป็นหัวหน้าทีมวิเคราะห์ข้อมูลประชาสัมพันธ์เชิงลึกให้ คมช.ในอัตราค่าจ้าง 12 ล้านบาท หลุดออกมาแฉบนเว็บไซต์ "Hi-thaksin.net"

ปรากฏว่า ทั้ง พล.อ.สพรั่ง และ "บิ๊กบัง" พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก และประธาน คมช. พูด ออกมาตรงกัน

กองทัพมีหนอนบ่อนไส้

ในหมู่ทหารด้วยกันมีทั้งที่พอใจและไม่พอใจบทบาทของ คมช.

มีกบฏที่พร้อมแข็งข้อ

เหนืออื่นใดเลย เงื่อนไขภายในหมู่ คมช.ด้วยกันเอง กับไฟต์ บังคับที่ "บิ๊กบัง" จะเกษียณอายุราชการตำแหน่งเบอร์หนึ่งกองทัพบกในเดือนตุลาคมปีนี้ ในบรรดาแคนดิเดตที่จ่อคิวเสียบแทน

ไว้ใจกันเองแค่ไหน


ใครจะกล้านำปฏิวัติทั้งๆที่ต้องระแวงหลังตัวเองตลอด.



ขอขอบคุณ : ข้อมูลข่าวที่มีคุณภาพจาก หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ


เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์