ถกทหาร-ตุลาการ ปีย์ยอมรับ ข้องใจ พัลลภ

หลังจากที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ปราศรัยผ่านระบบวีดิโอลิงค์ถึงมวลชนคนเสื้อ แดง เมื่อคืนวันที่ 27 มี.ค.

แฉถึงเบื้องหลังการทำรัฐประหาร เมื่อ 19 ก.ย.49 พร้อมกับโจมตี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ รัฐบุรุษและประธานองคมนตรี และก่อนหน้าที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะออกมาแฉแหลกนั้น
วันเดียวกัน พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ก็ได้
ออกมาเปิดโปงว่า พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกฯ กับบุคคลสำคัญหลายคน ได้ประชุมวางแผนโค่นรัฐบาลทักษิณกันที่บ้านของนายปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา ในซอยสุขุมวิท จนทำให้  พล.อ.พัลลภกล่าวพาดพิงถึงออกมาปฏิเสธกันพัลวัน กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่า สร้างอุณหภูมิการเมืองให้ร้อนแรงยิ่งขึ้นนั้น 

ปีย์ยอมรับ “สุรยุทธ์” กับพวกมาบ้าน


เมื่อวันที่ 29 มี.ค. นายปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ พล.อ. พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ระบุเป็นเจ้าของบ้านที่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ พบกับตุลาการระดับสูง เพื่อวางแผนโค่นล้มรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ก่อนการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 49 ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ โดยกล่าวยืนยันว่า ในการพูดคุยกัน 7 คนที่บ้านในซอยสุขุมวิท ประกอบด้วย พล.อ.สุรยุทธ์ พล.อ.พัลลภ นายอักขราทร จุฬารัตน ประธานศาลปกครองสูงสุด นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ ประธานศาลฎีกา นายจรัญ ภักดีธนากุล เลขาธิการประธานศาลฎีกา นายปราโมทย์ นาครทรรพ และตน ไม่มี การพูดเรื่องการวางแผนรัฐประหารหรือโค่นล้มรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่เป็นการเชิญเพื่อนและคนที่สนิทสนมมารับประทานอาหารกัน พูดคุยถึงปัญหาบ้านเมือง ซึ่งตนทำเป็นปกติอยู่แล้ว 

อ้างต้องการหาข่าวให้ทันสถานการณ์ 

นายปีย์กล่าวว่า การเชิญเพื่อนและคนที่มีความสนิทสนมมารับประทานอาหารเย็นที่บ้านเป็นประจำ เพื่อให้เล่าเรื่องราวต่างๆให้ฟัง เพราะต้องการทันสถานการณ์ เนื่องจากมีอาชีพเป็นนักข่าว หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสกับตุลาการศาลปกครองสูงสุดและผู้พิพากษาศาลฎีกา เมื่อ 25 เม.ย. 49 เกี่ยวกับปัญหาวิกฤติของบ้านเมือง จึงได้เชิญนายอักขราทรที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กๆ รวมทั้งนายชาญชัย ลิขิตจิตถะ มารับประทานอาหารที่บ้านในวันที่ 6 พ.ค 49 พูดคุยกันว่า จะแก้ไขปัญหาบ้านเมืองอย่างไรตามที่ทรงมีพระราชดำรัส จากนั้นได้โทรศัพท์ชวน พล.อ.สุรยุทธ์ พล.อ.พัลลภ และนายปราโมทย์ ซึ่งมีความสนิทสนมกันอยู่แล้วว่า อยากจะมาฟังหรือไม่
 
ปรากฏว่า  พล.อ.สุรยุทธ์มาถึงบ้านที่สุขุมวิท 103 เป็นคนแรก จึงนั่งคุยกัน จากนั้นประมาณ 15 นาที นายอักขราทร นายชาญชัย และนายจรัญ ภักดี ธนากุล ซึ่งตอนนั้นเป็นเลขาธิการประธานศาลฎีกา ปัจจุบันเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มาถึงพร้อมกัน
ส่วน พล.อ. พัลลภและนายปราโมทย์ เดินเข้ามาบ้านพร้อมกัน  จากนั้นก็ได้มานั่งกินข้าวที่โต๊ะอาหารรูปทรงกลม โดย พล.อ. สุรยุทธ์นั่งขวามือของตน พล.อ.พัลลภนั่งทางซ้ายมือ ส่วนตุลาการทั้ง  3  คน นั่งตรงกันข้ามเพื่อที่จะได้ซักถามสะดวก

ปัด “พัลลภ-สุรยุทธ์” ไม่เคยอยู่ 2 ต่อ 2


นายปีย์กล่าวด้วยว่า ตนถามฝ่ายตุลาการว่า จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไร นายอักขราทรและนายชาญชัยอธิบายว่า  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ทรงมี พระราชดำรัสอย่างไรบ้างจนเข้าใจ และตุลาการมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างไรในทางกฎหมายโดยไม่ได้ลงรายละเอียดถึงตัวบุคคล  แต่พูดถึงขั้นตอนในทางกฎหมาย โดยนายอักขราทรและนายชาญชัยเป็นคนอธิบายเป็นหลัก ส่วนนายจรัญพูดน้อยหน่อย จำไม่ได้ว่าพูดเรื่องอะไรบ้าง หลังจากนั้นก็คุยกันเรื่องอดีตเก่าๆ ไม่เป็นเรื่องเป็นราวและเลิกกินข้าวพูดคุยกัน ประมาณ 4 ทุ่มกว่า ตนยังเดินไปส่ง พล.อ.สุรยุทธ์และ  พล.อ.พัลลภ  ทั้ง 2 คนไม่เคยอยู่กัน  2 ต่อ 2 เพราะมีตนนั่งคั่นอยู่ตรงกลาง เวลามีอะไรต้องคุยผ่านตน 

ยืนยันแค่กินข้าวไม่มีคุยปฏิวัติ

นายปีย์กล่าวด้วยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นมันนานหลายปีแล้ว คนที่มากินข้าวไม่มีใครจำวันที่ได้สักคน ผมอายุ 72 แล้วก็จำไม่ได้ แต่เมื่อมีคนมาให้สัมภาษณ์ก็ต้องเปิดดูบันทึกของเลขาฯ เพราะต้องสั่งอาหารญี่ปุ่นจากโรงแรมดุสิตธานี จึงรู้ว่าเป็นวันนี้ ทั้งมีแผนผังด้วยว่า ใครนั่งตรงไหนอย่างไร

เมื่อถามว่า ในการพูดคุยมีเรื่องเกี่ยวกับการล้มการเลือกตั้งหรือไม่ นายปีย์กล่าวว่า

มีการพูดถึงการเลือกตั้ง แต่จำไม่ได้ในรายละเอียด เพียงแต่ฝ่ายตุลาการ มีการพูดถึงการทำตามขั้นตอนของกฎหมาย ยืนยันว่าไม่มีการพูดเรื่องปฏิวัติ หรือพูดเรื่องตำแหน่ง ไม่มีทหารอยู่สักคนจะพูดเรื่องปฏิวัติได้อย่างไร เมื่อถามว่า ทำไมเชิญ พล.อ.พัลลภและนายปราโมทย์เข้าร่วม และร่วมในฐานะอะไร
นายปีย์กล่าวว่า มีความสนิทสนมกับคนทั้งสองมานานแล้ว ตอนนั้น พล.อ.พัลลภกำลังดังเรื่องคาร์บอมบ์ ส่วนนายปราโมทย์นั้น เขียนหนังสือเกี่ยวกับปฏิญญาฟินแลนด์และมีความรู้ทางด้านกฎหมายเลยเชิญมาร่วม เมื่อถามว่า พล.อ.พัลลภระบุว่า มีการประชุมวางแผนที่บ้านนายปีย์ถึง 3-4 ครั้ง นายปีย์ปฏิเสธโดยยืนยันว่า พบเพียงครั้งเดียว

ข้องใจทำไม “พัลลภ” พลิกขั้ว


เจ้าของบ้านซอยสุขุมวิทกล่าวด้วยว่า พล.อ.สุรยุทธ์ให้สัมภาษณ์ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ตรงกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แต่ที่ พล.อ.พัลลภพูดไม่ตรง ยังแปลกใจว่า ทำไม เมื่อถามว่า เคยสนิทสนมกับ พล.อ.พัลลภมาก่อน ทราบสาเหตุหรือไม่ว่าทำไมถึงพลิกขั้วแบบ 180 องศา นายปีย์กล่าวว่า แปลกใจเหมือนกัน แต่คิดว่าอาจไม่พอใจ พล.อ.สุรยุทธ์ที่ไม่ได้ตำแหน่งอะไรในรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ หรือไม่ได้รับการตอบแทนอะไรบางอย่าง ไม่เข้าใจความคิดของ พล.อ.พัลลภเหมือนกัน เมื่อถามว่า หลังเกิดเหตุที่มีการเปิดโปงกันได้ติดต่อกับ พล.อ.พัลลภ พล.อ.สุรยุทธ์ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือไม่ นายปีย์กล่าวว่า ยังไม่ได้ ติดต่อกับบุคคลใดทั้งสิ้น เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณเคยมารับประทานอาหารที่บ้านหรือไม่ นายปีย์กล่าวว่า เคยมาหลายครั้งเพราะเคยสนิทสนมกัน ในช่วงก่อนเป็นนายกฯ แต่หลังเป็นนายกฯไม่ได้มา อาจจะเป็นเพราะไม่มีเวลาและหลังเกิดรัฐประหาร 19 ก.ย.49 และกลับจากต่างประเทศพ.ต.ท.ทักษิณเคยมา 2 ครั้ง ส่วนคุณหญิงพจมาน ชินวัตร เคยมา 1 ครั้ง 


เครดิต :
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดยหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์