จี้กองทัพออกมาเป็นกรรมการเป่านกหวีด

จี้กองทัพออกมาเป็นกรรมการเป่านกหวีด

"เสธ.อ้าย" นำทีมทหารแก่ตบเท้า ออกแถลงการณ์หนุน กปปส. จี้กองทัพออกมาเป็นกรรมการเป่านกหวีด

เมื่อวันที่ 12ธ.ค. ที่สนามม้านางเลิ้ง พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ประธานเตรียมทหารรุ่นที่ 1 พร้อมด้วยเตรียมทหารรุ่น 1 ถึง 9 รุ่นที่ 11 และรุ่นที่ 29 จำนวนกว่า 40 คน
 
อาทิ พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรสุข อดีตประธานที่ปรึกษากองบัญชาการกองทัพไทย พล.อ.ณรงค์ เด่นอุดม อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 ร่วมกันออกแถลงการณ์ ระบุว่า พวกตนขอสนับสนุนแนวทางของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) โดยให้รัฐบาลคืนอำนาจให้กับประชาชน เพราะรัฐบาลชุดนี้ปล่อยให้มีการจาบจ้วงสถาบัน ทุจริตคอร์รัปชั่น โดยไม่ได้ดำเนินการแก้ไข บริหารงานภายใต้การครอบงำของคนอื่น และใช้เสียงข้างมากในสภาตรากฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบุคคลภายนอก และเมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เกี่ยวกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มา ส.ว. ออกมา ก็ไม่ยอมรับคำวินิจฉัย จนทำให้ประชาชนออกมาชุมนุมประท้วง และการที่รัฐบาลประกาศยุบสภาโดยไม่นำความขึ้นถวายบังคมทูลก่อน เพื่อให้ทรงตราพระราชกฎีกายุบสภา ถือเป็นการล่วงละเมิดพระราชอำนาจอย่างร้ายแรง

 พล.อ.บุญเลิศ กล่าวต่อว่า หากปล่อยให้บุคคลเดิม ๆ เข้ามาบริหารประเทศ จะทำให้เกิดความเสียหายอย่างไม่รู้จบ จึงเห็นด้วยกับ กปปส.

และกลุ่มทหารแก่ก็มีส่วนหนึ่งที่ไปเคลื่อนไหวกับ กปปส.แล้ว หวังว่าการออกมาแถลงจุดยืนในครั้งนี้ จะเป็นสื่อไปยังกองทัพที่เป็นรุ่นน้องว่าเห็นด้วยกับเราหรือไม่ หากเห็นด้วยก็ขอให้ช่วย กปปส. ออกมาแสดงจุดยืนเป็นกรรมการ เป็นตัวกลางคุยกับรัฐบาล และภาคเอกชนในการปฏิรูปประเทศ เพราะเสียงของกองทัพขณะนี้ยังมีคนฟังอยู่ และเราไม่ได้ต้องการให้กองทัพทำปฏิวัติหรือรัฐประหาร แต่อยากใด

 เมื่อถามว่าผิดหวังกับกองทัพหรือไม่ พล.อ.บุญเลิศ กล่าวว่า "สงครามยังไม่จบ ยังไม่สามารถบอกอะไรได้ แต่น้อยใจแทนประชาชน ว่าเมื่อไหร่ทหารจะออกมาเป่านกหวีดเป็นกรรมการเสียที และหากรัฐบาลนี้ไม่ออกไป เชื่อว่าประชาชนไม่กลับแน่นอน"

 ด้านพล.อ.ปฐมพงษ์ กล่าวว่า ขอถามไปยังผู้บัญชาการเหล่าทัพ
 
ว่าเมื่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กรของรัฐ ในฐานะที่เป็นผู้นำองค์กรของรัฐ จะออกมาแสดงท่าทีดังกล่าวอย่างไร เพราะวันนี้ประชาชนต้องการปฏิรูปประเทศและไม่ต้องการระบอบทักษิณ.






เครดิต :
เครดิต : เดลินิวส์ (อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์)


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์