ครม.นัดแรก-แอ้ดย้ำ คาถา4ข้อ โฆสิตร่างนโยบาย

ออก"ปกขาว"ชี้แจงตปท. สนธิแย้ม"สภานิติบัญญัติ"


ครม.ใหม่ประชุมนัดแรก ยังไม่มีมติยกเลิกกฎอัยการศึก "สุรยุทธ์"วางกรอบทำงานรัฐมนตรี 4 ข้อ โปร่งใส เป็นธรรม ประหยัด และมีประสิทธิภาพ มอบหมาย"โฆสิต" เป็นหัวหน้าทีมร่างนโยบาย ร่วม"หม่อมอุ๋ย-ธีรภัทร์" เน้นสังคมคุณธรรม เศรษฐกิจพอเพียง "โฆสิต"ยืนยัน ไม่ขัดแย้งเศรษฐกิจเสรีนิยม รมต.ใหม่ทยอยเข้ากระทรวง ประชุมมอบนโยบายข้าราชการระดับสูง โต้เป็นเสียงเดียวถึงจะแก่

แต่ก็มีประสบการณ์ "เติ้ง"ให้คะแนน ครม. 95 เต็ม 100 ชมแต่ละคนเจ๋งๆ ทั้งนั้น "สนธิ"เผยสรรหาคนมาเป็น สภานิติบัญญัติ จาก 4 กลุ่ม ขรก. เอกชน รัฐวิสาหกิจ นักวิชาการ คาดไม่เกิน 2 วันเสร็จ "บิ๊กสุ"โผล่หนุนคณะปฏิรูปฯ เชื่อไม่ซ้ำรอย รสช. แต่เป็นห่วงปฏิรูปการเมืองเสร็จไม่ทัน 1 ปี ระบุนายกฯ "สุรยุทธ์"ทั้งดี ทั้งเก่ง เผย"แม้ว"โทร.ข้ามทวีปสั่งลูกพรรคร่วมมือ คมช. ไทยรักไทยพล่าน โต้ลั่นปลุกม็อบต้าน

ทำเนียบฯคุมเข้ม-ครม.นัดแรก

เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ถึงการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) นัดแรกของรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ว่า บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก บรรดารัฐมนตรีทยอยกันเดินทางมาประชุมตั้งแต่เวลา 09.10 น. โดยรัฐมนตรีที่มาถึงคนแรกคือพล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รมว.คมนาคม สำหรับระบบการรักษาความปลอดภัยการประชุมครม. นอกจากจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำทำเนียบรัฐบาลคอยรักษาการณ์แล้ว

ยังมีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ทหารนอกเครื่องแบบคอยดูแลอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะช่วงที่พล.อ.สุรยุทธ์ เดินทางมาตึกสำนักเลขาธิการครม. ซึ่งใช้เป็นสถานที่ประชุม เจ้าหน้าที่ได้นำเอาสายสีแดงมากั้นเพื่อจำกัดพื้นที่ไม่ให้ช่างภาพสื่อมวลชนเข้าประชิดตัวนายกฯ เหมือนกับช่วงพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ตกเป็นเป้าถูกลอบสังหารในช่วงก่อนถูกปฏิวัติยึดอำนาจ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ รปภ.อนุญาตให้ช่างภาพบันทึกภาพภายในห้องประชุม ในช่วงเวลาสั้นๆ

เวลา 09.00 น. พล.อ.สุรยุทธ์ เดินทางมาถึงตึกไทยคู่ฟ้า จากนั้น เวลา 09.45 น. เป็นประธานการประชุมครม. เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าในการประชุมครม.วันนี้จะนำเรื่องการยกเลิกกฎอัยการศึกเข้าหารือหรือไม่ นายกฯ ไม่ได้ตอบคำถามใดๆ โดยเดินขึ้นห้องประชุมไปทันที

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่พล.อ.สุรยุทธ์ จะเดินทางมายังตึกสำนักเลขาธิการ ครม. นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รมต.ประจำสำนักนายกฯได้นำพวงมาลัยดอกมะลิมามอบให้นายกฯ ถึงบนรถ พร้อมกล่าวว่าตั้งใจจะนำพวงมาลัยมามอบให้นายกฯ ตั้งแต่วันที่ 9 ต.ค. เพื่อขอบคุณและเป็นกำลังใจในการทำงาน

ถกช.ม.ครึ่ง-"แอ้ด"แถลงเอง

ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม นายกฯ ปรารภต่อที่ประชุมถึงปัญหาสถานการณ์ทางการเมือง และปัญหาอุทกภัย ที่เป็นความยุ่งยากที่เกิดขึ้นในสังคม การแก้ปัญหาทำได้ไม่ง่ายนัก ส่วนปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ซึ่งมีมาแต่เดิมและเพิ่มมากขึ้นในระยะหลัง เนื่องจากมีความไม่เป็นธรรมเป็นตัวเร่ง ทั้งนี้ การประชุมครม.นัดแรก คาดว่าจะหารือกันใน 4 เรื่องหลัก คือ 1.การจัดทำนโยบายรัฐบาล 2.การพิจารณาการแต่งตั้งข้าราชการการเมืองที่จะต้องเข้ามาทำงานร่วมกับครม. 3.การเตรียมยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อป.ป.ช. และ 4.การทำความเข้าใจกับระเบียบข้อบังคับในการประชุมครม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยประมาณ 60 คน เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายกฯ ให้ทบทวนมาตรการการดูแลปัญหาสุขภาพแรงงาน ซึ่งถือเป็นม็อบแรกของรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์

ทั้งนี้ ในการประชุมครม. ได้มีการแจกหนังสือเรื่องสำคัญๆ อาทิ เอกสารเรื่องงบประมาณโดยสังเขป รวมกฎหมายและระเบียบงบประมาณแผ่นดิน การแต่งกายประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และข้อควรปฏิบัติในการเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ให้กับรัฐมนตรีทุกคนๆ ละ 1 ชุด สำหรับการจัดเลี้ยงอาหารกลางวัน ประกอบด้วย ข้าวเนื้ออบ ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา และเต้าทึงเย็น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมครม.นัดแรก ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที เมื่อการประชุมเสร็จสิ้น พล.อ.พงษ์เทพ เทศประทีป เลขาธิการนายกฯ ได้ประสานเจ้าหน้าที่เพื่อจัดเตรียมสถานที่ด้านหน้าประตู 1 ทางขึ้นสำนักงานเลขาธิการครม. เพื่อให้นายกฯ แถลงผลการประชุม ครม.นัดแรกด้วยตัวเอง

เผยหัวข้อหารือ3เรื่องหลัก


เมื่อเวลา 12.15 น. พล.อ.สุรยุทธ์ แถลงว่า ในการประชุมได้หารือกันหลายเรื่อง ซึ่งเรื่องที่อยู่ในความสนใจขณะนี้มี 3 เรื่องหลัก คือ 1.นโยบายของรัฐบาล ซึ่งอยู่ระหว่างการเตรียมร่างนโยบายให้สอดคล้องกับระยะเวลาที่จะต้องนำเสนอต่อสภานิติบัญญัติในโอกาสหน้า 2.หารือถึงปัญหาที่กำลังเผชิญหน้าอยู่ในปัจจุบันคือปัญหาอุทกภัย เพื่อเตรียมให้การช่วยเหลือเฉพาะหน้าและการเตรียมการเข้าช่วยเหลือฟื้นฟูต่อไป และ 3.การยกเลิกกฎอัยการศึก ซึ่งได้หารือในที่ประชุมครม. โดยมีมติว่าจะนำเรื่องนี้ไปหารือกับคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) โดยใช้สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)เป็นสถานที่หารือ

"ผมขอเรียนว่าเราคำนึงถึงสิทธิและเสรีภาพของประชาชน เราไม่ได้นิ่งนอนใจ จะนำเรื่องนี้ไปหารือคิดว่าต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายลงไป เพื่อจะได้พิจารณายกเลิกกฎอัยการศึกให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้" นายกฯ กล่าว

พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ตนชี้แจงในที่ประชุมว่าการทำงานใดๆ ให้มุ่งเน้นถึงความโปร่งใส ความเป็นธรรม มีประสิทธิภาพและประหยัด ถือเป็นแนวทางกว้างๆ ในการทำงาน และการที่ตนมาชี้แจงครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของความตั้งใจที่จะทำให้เรื่องของการหารือในที่ประชุมครม.เป็นที่รับทราบของประชาชนและสื่อมวลชน ซึ่งในรายละเอียดโฆษกประจำสำนักนายกฯ จะเป็นผู้ชี้แจง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯ แถลงผลการประชุมครม.เพียง 5 นาที โดยไม่เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนซักถาม เมื่อแถลงจบก็กลับขึ้นตึกสำนักเลขาธิการครม.ทันที ก่อนจะเดินกลับเข้ามาทำงานที่ตึกไทยคู่ฟ้า ในเวลา 12.40 น.

ยังไม่มีมติยกเลิกกฎอัยการศึก

เมื่อเวลา 12.30 น. ร.อ.น.พ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่า การที่ครม.ยังไม่ยกเลิกกฎอัยการศึกนั้น นายกฯ เห็นว่าให้พิจารณาจากสถานการณ์ต่างๆ และต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ สอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านความมั่นคง และหารือคมช.ด้วย คงต้องใช้เวลาพิจารณาสักนิดหนึ่ง ต่อข้อถามว่าเป็นเพราะรัฐบาลยังไม่ไว้ใจสถานการณ์ใช่หรือไม่ โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า คงต้องประเมินสถานการณ์ก่อน และผู้ใหญ่คงต้องหารือกัน

เมื่อถามว่าได้หยิบยกข้อเรียกร้องของฝ่ายต่างๆ มาประกอบการหารือด้วยหรือไม่ ร.อ.น.พ.ยงยุทธ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่นายกฯทราบดี ซึ่งคงต้องหารือกันต่อไปเพื่อประมวลสถานการณ์ และพิจารณาตัดสิน เมื่อถามว่าจะกำหนดระยะเวลาได้หรือไม่ โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ ต้องเป็นไปตามที่นายกฯ เห็นสมควรและพิจารณา

ร.อ.น.พ.ยงยุทธ ยังเผยว่า ที่ประชุมครม. มอบหมายให้นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกฯ และรมว.อุตสาหกรรม จัดทำร่างนโยบายรัฐบาล จากนั้นที่ประชุมครม.จะนำมาพิจารณากันต่อไป ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการหารือถึงเค้าโครงนโยบายด้านเศรษฐกิจหรือไม่ โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ยังไม่พูดถึงรายละเอียด แต่อย่างที่นายกฯ พูดคือการนำเอาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นส่วนสำคัญ และเน้นความสมดุล ความยั่งยืน เสรีภาพทางเศรษฐกิจ และเศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้หมายถึงเกษตรกรเท่านั้น แต่หมายถึงทุกภาคส่วนที่ต้องเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจพอเพียง และอยากให้เศรษฐกิจพอเพียงมีบทบาทสำคัญกับเศรษฐกิจของไทย สำหรับการร่างนโยบายจะดำเนินการอย่างรวดเร็ว คงใช้เวลาไม่นาน

ตั้ง"โฆสิต"หน.ทีมร่างนโยบาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน สำนักนายกรัฐมนตรีออกคำสั่งที่ 183/2549 เรื่องแต่งตั้งข้าราชการการเมือง โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 8 แห่งพ.ร.บ.ข้าราชการการเมือง พ.ศ.2535 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการการเมือง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2538 และพ.ร.บ.เงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ.2538 ประกอบกับพ.ร.ฎ.การปรับอัตราเงินเดือนของข้าราชการ(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2548 โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี จึงแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง 3 ราย ดังนี้ 1.พล.อ.พงษ์เทพ เทศประทีป เป็น เลขาธิการนายกรัฐมนตรี 2.นางกัญจนา สปิลด์เล่อร์ เป็น รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง 3.ร.อ.น.พ.ยงยุทธ มัยลาภ เป็น โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยหลังการประชุมว่า นายกฯกำชับเรื่องการทำงานให้โปร่งใส มีประสิทธิภาพ ประหยัดและซื่อสัตย์ นอกจากนี้ยังมอบหมายให้นายโฆสิต เป็นประธานคณะทำงานยกร่างนโยบายรัฐบาล ที่จะแถลงต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งประธานคมช.จะตั้งขึ้นในเร็วๆ นี้ โดยมีม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกฯ และรมว.คลัง สภาพัฒน์ และตน เข้าร่วมด้วย ซึ่งจะประชุมวันที่ 11 ต.ค. เวลา 09.00 น. ที่ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งตนจะเสนอแนวคิดนโยบายด้านการเมือง โดยเฉพาะการพัฒนาประชาธิปไตย การปฏิรูปการเมือง และกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการเมืองกับนายโฆสิตต่อไป คาดว่าประมาณ 1 สัปดาห์จะสรุปร่างนโยบายรัฐบาลได้ ก่อนจะนำเข้าหารือกับที่ประชุมครม.ต่อไป

เผยงานด่วน"น้ำท่วม-ไฟใต้"


นายธีรภัทร์ กล่าวถึงการยกเลิกกฎอัยการศึกว่า คงต้องหารือกับคมช. และออกสมุดปกขาวชี้แจงต่อนานาชาติ เพื่อให้เข้าใจเหตุการณ์ที่ผ่านมา ซึ่งคงเป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศที่จะชี้แจง ส่วนที่หลายกลุ่มเรียกร้องให้ยกเลิกนั้น นายกฯชี้แจงว่าได้คำนึงถึงเรื่องนี้ แต่ขณะเดียวกันต้องคำนึงถึงความมั่นคงด้วย ถ้าสถานการณ์คลี่คลายและนิ่งแล้ว และด้านความมั่นคงไม่ขัดข้อง ก็ไม่มีปัญหา ซึ่งจะนำเรื่องนี้เข้าหารือกับ คมช. ต่อข้อถามว่าที่ระบุสถานการณ์คลี่คลายหมายถึงสถานการณ์ด้านการเมืองใช่หรือไม่ นายธีรภัทร์ กล่าวว่า เป็นเรื่องทางทหาร เพราะเราไม่ทราบว่าเหตุการณ์ข้อเท็จจริงเกิดอะไรขึ้น

เมื่อเวลา 14.00 น. ร.อ.น.พ.ยงยุทธ แถลงผลการประชุมครม.ว่า เริ่มตั้งแต่เวลา 10.00-11.30 น. โดยพล.อ.สุรยุทธ์ แสดงความยินดีกับรัฐมนตรีทุกคนที่ได้รับตำแหน่ง และเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นอกจากนั้นนายกฯ ได้แจ้งที่ประชุมถึงแนวทางการบริหารงาน ในประเด็นต่างๆ เวลาการทำงานของรัฐมนตรีมีน้อย เพียง 1 ปีจะต้องดำเนินการเรื่องต่างๆ ทันที การทำงานจะให้ประสานงานในแบบบูรณาการ ซึ่งถือว่ามีความสำคัญมาก เรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องในหลายกระทรวงก็ให้หารือกันได้เลย นายกฯ ยังแจ้งถึงเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการ โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง เรื่องสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และปัญหาเฉพาะหน้าคือเรื่องอุทกภัย ที่ต้องการความร่วมมือประสานกันในทุกๆ ด้าน

เน้นสังคมคุณธรรม-ศก.พอเพียง

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายกฯ กล่าวถึงปัญหาที่เป็นความยุ่งยากทั้งหลายที่ผ่านมา ที่ควรจะมีความเป็นธรรมในสังคมมากขึ้น โดยนายกฯ ได้ยกตัวอย่างเรื่องปัญหาภาคใต้ ที่มีความแตกแยก และความไม่เป็นธรรมในสังคมที่เป็นตัวเร่งให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น ในระยะหลังเรื่องเหล่านี้จึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญในการแก้ไข

ร.อ.น.พ.ยงยุทธ กล่าวว่า นายกฯ ได้กล่าวถึงเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงว่า ในต่างประเทศอาจจะยังไม่เข้าใจเต็มที่ จึงมอบให้รองนายกฯทั้ง 2 คน ประสานงานเพื่อสร้างความเข้าใจถึงหลักการเศรษฐกิจพอเพียง เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ ทำอย่างไรให้เศรษฐกิจของเรามีความสมบูรณ์ยั่งยืน และไม่ได้เน้นไปที่งานด้านเกษตรเพียงด้านเดียว เศรษฐกิจพอเพียงจะครอบคลุมถึงองค์ประกอบส่วนอื่นๆด้วย โดยดูแลผู้ประกอบการทั้งขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ และผู้ใช้แรงงานว่าได้รับการดูแลที่พอเพียงหรือไม่ นายกฯ ได้พิจารณาจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจฯ ฉบับที่ 10 เพราะเห็นว่าเป็นฐานที่น่าจะนำมาใช้พัฒนาประเทศไทยต่อไปได้

ร.อ.น.พ.ยงยุทธ กล่าวว่า นายกฯ ได้กล่าวว่าไม่เฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ แต่รวมไปถึงการศึกษาด้วย โดยนายกฯ ระบุว่าแผนพัฒนาเศรษฐกิจฯ ฉบับที่ 9 เน้นในเรื่องความรู้คู่คุณธรรม แต่ในแผนฯ 10 จะเน้นเรื่องคุณธรรมหลังความรู้ ฉะนั้นนายกฯ อยากให้หลายๆ กระทรวงทำงานร่วมกัน เพื่อทำให้สังคมกลับมาสู่ระบบคุณธรรมให้ได้ ทั้งกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ กระทรวงวัฒนธรรม คงจะต้องให้ความสนใจในเรื่องของการนำคุณธรรมเข้ามามีส่วนในชีวิตให้มากที่สุด ถ้าจะเน้นเรื่องคุณธรรม ให้เน้นการปฏิบัติด้วย เช่น การไม่แซงคิวกัน การให้เกียรติผู้อื่น การให้เกียรติแก่สตรี สังคมของเรามีความเอื้อเฟื้อ มีความอ่อนโยนต่อกันอยู่แล้วด้วยพื้นฐานทางศาสนาของเรา

กำชับครม.ยึดกรอบทำงาน4ข้อ

ร.อ.น.พ.ยงยุทธ กล่าวว่า นายกฯ เน้นในเรื่องการปรับความเข้าใจในสิ่งที่มีความผิดพลาดมาในอดีตเพื่อทำให้อนาคตดีกว่าเดิม นายกฯ ถือว่านี่คือคำสอนของพระพุทธศาสนา ส่วนการสร้างความปรองดอง นายกฯย้ำว่าต้องรับฟังปัญหาต่างๆ และปรับความเข้าใจกัน พิจารณากันด้วยเหตุด้วยผล และยืนอยู่บนลักษณะของความสมดุล

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายกฯ ให้กรอบการทำงานแก่คณะรัฐมนตรี 4 ประเด็นในช่วง 1 ปีจากนี้ไป 1.การทำงานด้วยความโปร่งใส 2.การทำงานด้วยความเป็นธรรม 3.เรื่องการประหยัด และ4.เรื่องประสิทธิภาพ ทั้งนี้ นายกฯ ระบุว่ารัฐบาลเริ่มต้นต้นเดือนต.ค. ถือว่าสอดคล้องกับปีงบประมาณ โดยฝากให้ครม.ทุกคนไปดูเรื่องโครงการต่างๆ ในกระทรวง ในช่วงเวลาสั้นๆ ที่รัฐบาลจะทำงาน

ร.อ.น.พ.ยงยุทธ กล่าวว่า นายกฯ เน้นย้ำว่าไม่ได้หมายความว่าพอมีผู้บริหารขึ้นมาใหม่แล้วสิ่งที่มีอยู่เดิมจะไม่เอา ถือว่าไม่ใช่แนวทางของนายกฯ โดยนายกฯให้ผู้บริหารกลับไปดูความจำเป็นเร่งด่วนของแต่ละโครงการ ดูความโปร่งใส ความเป็นธรรม ความประหยัดและประสิทธิภาพของโครงการนั้นๆ หลายโครงการของรัฐบาลที่แล้วเป็นโครงการที่ดีก็ให้ดำเนินการต่อไป แต่ขอให้ผู้บริหารกระทรวงไปพิจารณาโครงการต่างๆให้เป็นไปตามกรอบที่ให้แนวทางไว้

ออก"ปกขาว"แจงเหตุการณ์19ก.ย.


ร.อ.น.พ.ยงยุทธ กล่าวว่า ที่ประชุมได้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อเตรียมการยกร่างคำแถลงนโยบายเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี โดยมอบหมายให้นายโฆสิต เป็นประธาน เพื่อเตรียมแถลงนโยบายต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติภายหลังจากที่คมช.แต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในส่วนของการทำสมุดปกขาวเพื่อชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมานั้น โดยจะทำในนามคมช. จากนั้นจะส่งไปยังสถานเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆต่อไป

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวหลังการประชุมครม.ว่า สิ่งที่ต้องทำคือเร่งวางนโยบายด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการสร้างความเชื่อมั่นให้ชาวต่างชาติเข้าใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่คนไทยมีความเข้าใจที่ดีแล้ว แต่รูปแบบการทำความเข้าใจจะเป็นการโรดโชว์หรือไม่นั้น ต้องหารือกับทีมเศรษฐกิจก่อน

"โฆสิต"ยึดหลักศก.ผสมผสาน

สำหรับบรรยากาศการเข้าทำงานของรัฐมนตรีแต่ละกระทรวงนั้น เมื่อเวลา 07.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกฯ และรมว.อุตสาหกรรม เดินทางเข้าทำเนียบฯ เป็นทางการ และทำพิธีสักการะท้าวมหาพรหม ที่ตึกไทยคู่ฟ้า และศาลพระภูมิประจำทำเนียบฯ สำหรับห้องทำงานของนายโฆสิต อยู่ชั้น 3 ตึกบัญชาการ ห้องทำงานเดิมของน.พ.สุชัย เจริญรัตนกุล อดีตรองนายกฯ เมื่อดูห้องทำงานเสร็จแล้ว นายโฆสิต ได้เดินทางไปยังกระทรวงอุตสาหกรรม

นายโฆสิต กล่าวว่า เรื่องการแบ่งงานต้องรอฟังจากนายกฯ ส่วนตัวเห็นว่ามีงาน 2-3 อย่างที่สำคัญ คือความเข้มแข็งของเศรษฐกิจรากแก้ว นอกจากนั้นคงต้องหาระบบที่จะมาดูแลคนที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ทำให้ลูกหลานมีโอกาส มีอนาคต ทั้ง 2 เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ตนต้องไปขอความร่วมมือกับกระทรวงต่างๆ ในการช่วยกันคิด แต่ความร่วมมือใหญ่จะต้องมาจากภาคเอกชน ตนเชื่อว่าภาคเอกชนเป็นภาคที่ผลักดันเศรษฐกิจ การให้รัฐบาลผลักดันทำได้เพียงชั่วครั้งชั่วคราวไม่ยั่งยืน ฉะนั้นแกนนำเศรษฐกิจจริงๆ คือภาคเอกชน เราจึงต้องหาวิธีร่วมงานกับภาคเอกชนเพื่อให้เศรษฐกิจเข้มแข็ง และคงจะมีการหารือร่วมกับภาคเอกชน

ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลจะผลักดันเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงอย่างไรให้เป็นรูปธรรม นายโฆสิต กล่าวว่า ทั้ง 2 เรื่องเราต้องยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง จะต้องมีความเพียร ความซื่อสัตย์ ความรู้ เหตุผล และยุคนี้ต้องมีเทคโนโลยี ทั้งด้านวิทยาศาสตร์และการบริหารจัดการ เราจะต้องผสมผสานสิ่งเหล่านี้และเดินไปด้วยกัน

ยัน"พอเพียง"ไม่ขัด"เสรีนิยม"

ต่อข้อถามว่าที่ผ่านมาประชาชนมีความเคยชินกับนโยบายประชานิยม รัฐบาลจะปรับอย่างไร รองนายกฯ กล่าวว่า เราต้องเติมความเพียรตามบทพระราชนิพนธ์มหาชนกให้กับประชาชน ความเพียรถือว่าเป็นคำมงคลที่ทุกคนจะต้องหาใส่ตัว มงคลของชีวิตคือความเพียรและความซื่อสัตย์ ถ้าเรามีทุกอย่างแต่ไม่มี 2 อย่างนี้จะทำให้อยู่ได้ยาก นอกจากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสเรื่องความซื่อสัตย์ ทุกคนควรน้อมเกล้าฯ ในเรื่องนี้

ต่อมาเมื่อเวลา 08.00 น. นายโฆสิต พร้อมด้วยนายปิยะบุตร ชลวิจารณ์ รมช.อุตสาหกรรม เดินทางมาที่กระทรวง เพื่อบวงสรวงองค์พระนารายณ์ และสักการะศาลพระภูมิ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง โดยมีนายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช ปลัดกระทรวง และข้าราชการคอยต้อนรับ นายโฆสิต กล่าวว่า ภายใน 1 สัปดาห์จะเร่งยกร่างนโยบายของรัฐบาลภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ร่วมกับม.ร.ว.ปรีดิยาธร และนายธีรภัทร์ เพื่อเสนอต่อพล.อ.สุรยุทธ์ ในที่ประชุมครม.สัปดาห์หน้า

"แนวนโยบายจะเน้นเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงตามกรอบที่นายกฯมอบหมาย มั่นใจว่าจะไม่ขัดกับระบบเศรษฐกิจเสรีนิยม แถมยังทำให้นโยบายตลาดเสรีมีประสิทธิภาพ โดยจะเน้นการวางรากฐานให้กับภาคอุตสาหกรรมระยะยาว และจะวางกรอบร่วมกัน 3 ฝ่าย หากตกลงกันได้ภายใน 1 สัปดาห์จะเสนอครม.ต่อไป "นายโฆสิตกล่าว

"ธีรภัทร์"ฟุ้งแผนปฏิรูปการเมือง


เมื่อเวลา 08.00 น. นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ เดินทางมาถึงทำเนียบรัฐบาล และได้สักการะท้าวมหาพรหม และสักการะศาลพระภูมิประจำทำเนียบรัฐบาล รวมทั้งม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกฯ และรมว.คลัง ที่หลังจากทำพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว ได้ขึ้นไปยังห้องทำงานชั้น 4 ตึกบัญชาการ

นายธีรภัทร์ กล่าวว่า ใน 1 ปีเราควรวางรากฐานด้วยการออกกฎหมายที่สำคัญต่อการปฏิรูปการเมือง โดยตนจะนำเสนอกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขและป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน หรือการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวและส่วนรวม หากนายกฯและครม.เห็นชอบ ตนพร้อมเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวเพราะร่างไว้เรียบร้อยแล้ว เชื่อมั่นว่ารัฐบาลชุดนี้ต้องการปฏิรูปการเมือง และจะรับเรื่องเหล่านี้ได้

ด้านคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงข้อวิจารณ์ว่ารัฐมนตรีชุดนี้ส่วนใหญ่มาจากข้าราชการประจำ อาจจะมีปัญหาและอุปสรรคในการทำงาน ว่า ข้าราชการทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด เป้าหมายคือทำเพื่อประเทศชาติและประชาชน คนที่ทำงานและไต่เต้ามาจนเป็นปลัดกระทรวงถือว่าทำงานด้วยความเสียสละมาตลอด เวลาและผลงานพิสูจน์แล้ว สำหรับบริษัทเป้าหมายคือกำไร แต่งานราชการมีเป้าหมายคือความสุข และความเจริญของประเทศชาติ ฉะนั้นข้าราชการต้องมีความมุ่งมั่นและอดทนสูงเป็นพิเศษในการฟันฝ่าอุปสรรค

"ชาญชัย"ยันไม่มีย้าย"ล้างบาง"

ที่กระทรวงยุติธรรม นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ รมว.ยุติธรรม เดินทางเข้าทำงานเป็นวันแรก โดยมาถึงตั้งแต่เวลา 07.35 น. จากนั้นได้ทำพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำห้องทำงาน และอาคารซอฟท์แวร์ปาร์ค ที่ด้านหน้าอาคาร จากนั้นเป็นประธานการประชุมเพื่อมอบนโยบายแก่ผู้บริหารระดับสูง และข้าราชการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งมีอธิบดีจากกรมต่างๆในสังกัดเข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียง

นายชาญชัย กล่าวว่า งานแรกที่จะเข้ามาสานต่อนโยบายเดิม คือ การเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดให้หมดไป ที่ผ่านมาเคยเป็นนโยบายที่เข้มงวดการกวาดล้างอย่างหนัก แต่ในระยะหลังเบาบางลงไป รวมถึงการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดให้กลับตัวเป็นคนดีในสังคม การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพประชาชนในทุกภูมิภาค สำหรับปัญหาการอำนวยความยุติธรรมใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลทุกชุดพยายามแก้ไข เพื่อให้บ้านเมืองสงบสุข โดยบทบาทของกระทรวงยุติธรรมต้องทำให้ประชาชนได้รับความยุติธรรมอย่างเสมอภาค ในกรณีที่ประชาชนไม่ได้รับความยุติธรรมจากเจ้าหน้าที่รัฐ ก็จะเข้าไปจัดการให้เกิดความยุติธรรม ผู้ต้องหาคนใดไม่มีทนายก็จะจัดหาทนายความให้ ส่วนประชาชนที่ให้ข้อมูลข่าวสารอันเป็นประโยชน์ จะได้รับการคุ้มครองดูแลให้ปลอดภัย

"สำหรับระบบตำรวจที่เข้ามาอยู่ในกระทรวงยุติธรรม ผมไม่มีนโยบายล้างบาง มีแต่นโยบายด้านบริหาร เจ้าหน้าที่คนใดที่มีปัญหาอาจต้องโยกย้ายบ้าง แต่ไม่ใช่การล้างบาง เราต้องการความร่วมมือร่วมใจในการทำงาน ส่วนคดีสำคัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชน หรือคดีการหายตัวของนายสมชาย นีละไพจิตร ประธานนักกฎหมายมุสลิม ผมเน้นย้ำให้เร่งคลี่คลายคดีให้เป็นที่ประจักษ์โดยเร็ว" นายชาญชัย กล่าว

"วิจิตร"ลั่นอายุไม่ใช่อุปสรรคงาน

เมื่อเวลา 13.49 น. ที่กระทรวงศึกษาธิการ นายวิจิตร ศรีสอ้าน รมว.ศึกษาธิการ เข้าสักการะพระพุทธปารมีศักดิ์ พระพุทธรูปประจำกระทรวง พระภูมิเจ้าที่ และพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่ามกลางการต้อนรับของคณะผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของกระทรวง จากนั้นได้เข้าร่วมพบกับผู้บริหาร และข้าราชการที่มามอบช่อดอกไม้แสดงความยินดี

นายวิจิตรกล่าวว่า ในการประชุมครม.นัดแรก นายกฯให้ความสนใจทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา เช่น ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ฝากให้ดูแลด้านการศึกษาโดยเฉพาะ ซึ่งค่อนข้างสบายใจที่หัวหน้ารัฐบาล และ คมช.ให้ความสำคัญกับการศึกษา ดังนั้นคงจะขับเคลื่อนงานการศึกษาไปได้ไม่ยาก ในวันที่ 11 ต.ค.จะได้หารือกับผู้บริหารทั้ง 5 องค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ

"มีเสียงวิจารณ์ว่าผมเป็นรัฐมนตรีที่แก่ที่สุดในครม.ชุดนี้ จึงเกรงว่าจะทำงานไม่ไหว แต่ถ้าใครได้ลองมาทำงานกับผม ก็จะรู้ว่าผมทำงานไหวหรือไม่ และที่ผ่านมาก็เคยนั่งประชุมที่กระทรวงศึกษาฯทั้งวัน จนไฟดับต้องจุดเทียนประชุมมาแล้ว" นายวิจิตรกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีชื่อเป็น 1 ใน 6 รัฐมนตรีที่เครือข่ายภาคประชาชนจับตาเป็นพิเศษเนื่องจากมีความสัมพันธ์กับระบอบทักษิณ นายวิจิตรกล่าวว่ายังรู้สึกงง เพราะตนคัดค้านระบอบทักษิณมาโดยตลอด ประวัติก็ชัดเจนว่าเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคฝ่ายค้าน ที่สำคัญตนเลิกทำงานการเมืองโดยเด็ดขาดมา 2 ปี และได้ลาออกจากพรรคที่สังกัด เป็นนักวิชาการอิสระ คงต้องไปถามผู้ที่ตั้งข้อกล่าวหาว่าเกิดจากสาเหตุใด

"ธีระ"พร้อมร่วมมือสางทุจริต


เมื่อเวลา 13.23 น. นายธีระ สูตะบุตร รมว.เกษตรและสหกรณ์ และนายรุ่งเรือง อิศรางกูร ณ อยุธยา รมช.เกษตรฯ เดินทางถึงกระทรวง โดยนายธีระมาพร้อมพร้อมนายธีร์ภัทร สูตะบุตร ลูกชาย จากนั้นได้สักการะสิ่งศักดิ์ในกระทรวง ก่อนจะเข้าร่วมประชุมกับปลัดและรองปลัดกระทรวง

นายธีระกล่าวหลังการประชุมว่า ในวันที่ 11 ต.ค.นี้ เวลา 09.30 น. จะหารือร่วมกับข้าราชการระดับหัวหน้า รองอธิบดี และอธิบดี เพื่อมอบนโยบายและรับทราบผลงานของแต่ละกรม กองต่างๆ ส่วนนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ ภาพรวมต้องเน้นให้เกษตรกรเป็นเป้าหมายหลัก ต้องดูแลผลกระทบในเชิงลบ ที่อาจเกิดกับเกษตรกรและประชาชนทั่วไป เพื่อให้มีชีวิตที่ดีขึ้น ในเวลา 1 ปีหลังจากนี้จะให้มีแผนพัฒนาด้านการเกษตรให้ชัดเจน เพื่อป้องกันและรับมือปัญหาน้ำท่วมและฝนแล้ง เพื่อบรรจุเป็นแผนระยะยาว

นายธีระกล่าวถึงกรณีที่ครม.ชุดนี้ถูกเรียกเป็นครม.ผู้เฒ่าว่า รัฐบาลชุดนี้มีอายุเพียงปีเดียว ดังนั้น คนมาเป็นรัฐมนตรีต้องอาศัยคนมีอายุ มีประสบการณ์ คนในวงการที่รู้จักดี เป็นลูกศิษย์ทั้งนั้น ส่วนกรณีปัญหาการทุจริตในกระทรวงเกษตรฯ หากเกี่ยวข้องหรืออยู่ในความดูแลของสตง. ป.ป.ช. หรือหน่วยงานใดที่เกี่ยวข้อง ก็ยินดีจะให้ข้อมูลหากขอมา สำหรับงานพืชสวนโลกนั้น ในส่วนของงานคงต้องเดินหน้าต่อไป ส่วนเรื่องการปฏิบัติที่ผิดกฎหมาย เป็นอีกส่วนที่ต้องดูแลเป็นพิเศษและต้องแก้ไข

"บิ๊กห้าว"เร่งหาคนลงเก้าอี้ว่าง

ที่กระทรวงคมนาคม เวลา 14.00 น. พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รมว.คมนาคม พร้อมด้วยนายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม รมช.คมนาคม เดินทางเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์หน้ากระทรวงคมนาคม โดยมีข้าราชการระดับสูง หัวหน้าหน่วยงานต่างๆ ในสังกัด นำโดยนายชะลอ คชรัตน์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม รักษาการปลัดกระทรวง ต้อนรับ จากนั้นได้มอบนโยบายให้กับข้าราชการ

พล.ร.อ.ธีระเปิดเผยภายหลังการมอบนโยบายให้ข้าราชการ ว่า ตนให้นโยบายภาพกว้างเพราะขณะนี้นโยบายของรัฐบาลยังไม่ชัดเจน โดยกำชับให้ข้าราชการให้ความร่วมมือในการปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์

ผู้สื่อข่าวถามว่าหนักใจหรือไม่ที่ต้องมากำกับดูแลกระทรวงที่มีปัญหาการทุจริต พล.ร.อ.ธีระกล่าวว่าหนักใจ แต่เชื่อว่าจะได้รับความร่วมมือจากข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจทุกคน และเพื่อให้ภารกิจต่างๆ สามารถดำเนินการไปได้โดยมีผู้รับผิดชอบ ภารกิจเร่งด่วนจากนี้คือการแต่งตั้งข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจในตำแหน่งที่ว่างอยู่ ซึ่งตนจะดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด

รมต.มึนกระทรวง"ทส."สุดเละ

เมื่อเวลา 15.00 น. นายเกษม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เดินทางมาที่กระทรวงทรัพยากรฯ โดยมีนายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ปลัดทส.พร้อมผู้บริหารระดับสูงต้อนรับ จากนั้นนายเกษมได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง ก่อนที่จะร่วมประชุมและกล่าวมอบนโยบายกับข้าราชการระดับสูง โดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง

นายเกษมกล่าวว่า ต้องทำให้คนไทยเข้าใจถึงแนวเศรษฐกิจพอเพียงให้ถูกต้อง ไม่ใช่ทำแล้วไม่รวย ไม่เจริญ และไม่ได้หมายความว่าประเทศไทยจะไม่พัฒนาเศรษฐกิจแบบตลาดเลย เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงเป็นการยกระดับความจนให้คนมั่งคั่งขึ้นพอสมควร ในส่วนของทส. เศรษฐกิจพอเพียงจะต้องเป็นการใช้ทรัพยากรและธรรมชาติอย่างเข้าใจ เพื่อความยั่งยืนและไม่ทำให้ธรรมชาติเสื่อมโทรมมากกว่านี้ ที่ผ่านมาการจัดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างผิดๆ ทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรของประเทศเป็นอย่างมาก ส่วนการโยกย้ายข้าราชการนั้น อธิบดีรักษาการก็มีอำนาจเต็มที่ แต่ที่อยากได้คือตำแหน่งอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชกลับคืนมา ทั้งนี้จะเร่งดำเนินการทำหนังสือส่งไปยังก.พ.ต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่าหนักใจกับการเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี หรือไม่ นายเกษมกล่าวว่ารู้สึกหนักใจ เนื่องจากการทำงานในเวลาจำกัดก็ต้องหนักใจอยู่แล้ว ทุกแห่งมีปัญหาโดยเฉพาะที่กระทรวงนี้ เมื่อก่อนทำมาเละเทะหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการบริหารจัดการ จะต้องเข้ามาดูแลเป็นพิเศษ

"ไพบูลย์"แจกแจงนโยบาย"พม."

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รมว.การพัฒนาสังคมฯ เดินทางเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง จากนั้นได้ประชุมมอบนโยบายและรับฟังแนวทางการทำงานร่วมกับข้าราชการ

นายไพบูลย์กล่าวว่า ตนชอบทำงานภาคประชาชน เมื่อนายกฯโทรศัพท์ไปทาบทาม เพราะทราบว่ามีความรู้ด้านพัฒนาสังคมจึงขอให้มาช่วย และเป็นกระทรวงเดียวที่รับ เหมือนมาพบญาติและเพื่อนเพราะคุ้นเคย หากเป็นกระทรวงอื่นคงไม่เอา สำหรับครม.ผู้สูงอายุชุดนี้ตนรู้จักดี 80-90 เปอร์เซ็นต์ การประสานงานน่าจะสะดวกรวดเร็ว ทั้งนี้นโยบายสำคัญที่สุดคือ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมคิดและทำ ภาครัฐเป็นเพียงผู้สนับสนุนและประสานความร่วมมือ เรื่องจีเอ็นเอช หรือความอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายปรารถนาและพยายามให้เกิดขึ้น

"โครงการเดิมที่ดีอยู่แล้วก็จะดำเนินการต่อ เช่น บ้านมั่นคง แผนแม่บทชุมชน ชุมชนท้องถิ่น การทำที่อยู่อาศัยในเมืองให้มั่นคง ซึ่งเราทำมา 10-20 ปี ก่อนรัฐบาลที่แล้วจะทำอีก ก็จะเข้ามาดูแลเรื่องงบประมาณ ส่วนบ้านเอื้ออาทรมีเจตนาดีในการช่วยเหลือประชาชน แต่การบรรลุเจตนาดีที่สุดหรือยัง ต้องดูว่ามีอะไรแก้ไขบ้าง" นายไพบูลย์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไพบูลย์ได้แต่งตั้งน.พ.พลเดช ปิ่นประทีป ซึ่งเคยเป็นเลขาธิการสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา และทำงานในเครือข่ายของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) เป็นเลขานุการรมว.การพัฒนาสังคมฯ รวมทั้งเตรียมจะแต่งตั้งทีมที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น เด็ก เยาวชน สตรี คนพิการขึ้นมาช่วยทำงานด้วย

"สนธิ"ยันไม่ช้า-เลิกกฎอัยการศึก

ที่พล.ม.2 รอ. พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.) กล่าวถึงการเรียกร้องให้ยกเลิกกฎอัยการศึกว่า ขั้นตอนการประกาศยกเลิกกฎอัยการศึก รัฐบาลและรัฐมนตรีด้านความมั่นคงต้องหารือกัน เราต้องดูสถานการณ์ว่าจะนำไปสู่ความไม่เรียบร้อยหรือไม่ ขณะนี้กำลังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องความมั่นคงรวบรวมข้อมูลอยู่ หากประกาศยกเลิกไปแล้วเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมาจะแก้ยาก แต่คิดว่าคงไม่ช้าเกินไป เพราะเมื่อเราประกาศยกเลิกกฎอัยการศึกแสดงว่าทุกอย่างต้องปลอดภัยเรียบร้อย เพื่อให้ประชาชนทุกคนไม่เกิดปัญหา คิดว่าการประกาศกฎอัยการศึกไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนในทุกภาคส่วนของประเทศ

พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวถึงกฎอัยการศึกว่า หากยกเลิกจะเป็นเรื่องดี ส่งผลดีต่อการเมือง เพราะประชาชนจะได้แสดงความคิดเห็นอย่างเสรีผ่านสื่อมวลชนได้ เมื่อถามถึงข่าวกลุ่มพันธมิตรฯจะเคลื่อนไหวหลังยกเลิกกฎอัยการศึก พล.ต.จำลองกล่าวว่าตอนนี้คงไม่มีใครออกมาเคลื่อนไหวแล้ว เพราะหลังจากที่มีการรัฐประหาร ทุกฝ่ายเข้าใจได้ ความแตกแยกถือว่าได้สิ้นสุดไปแล้วตามการรัฐประหาร ทุกฝ่ายต้องยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงนี้

"เติ้ง"ให้คะแนนครม.95เต็ม100


นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวถึงโฉมหน้าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ว่า ตนให้คะแนนเกือบเต็ม 100 ประมาณ 95 คะแนน ส่วนที่มีหลายฝ่ายวิจารณ์รัฐมนตรีบางคนนั้น ตนเห็นด้วยกับพล.อ.สุรยุทธ์ว่าจะเอาให้บริสุทธิ์ทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์เป็นไปได้ยาก เพราะคนมีทั้งข้อดีและข้อเสีย หากมีข้อดีมากกว่าก็ถือว่าใช้ได้ ที่ผ่านมาการบริหารงานขึ้นอยู่กับข้าราชการประจำ ส่วนรัฐมนตรีเป็นผู้ควบคุมนโยบายเท่านั้น รัฐบาลที่ผ่านมาคนที่เข้ามาบริหารส่วนใหญ่เป็นนายทุน เมื่อมาเป็นข้าราชทั้งหมดได้ใช้ เพราะแต่ละท่านก็สุขภาพแข็งแรง

"รัฐบาลชุดนี้เจ๋ง ดีเกือบทุกคน หายาก เช่น หม่อมอุ๋ย(ม.ร.ว.ปรีดิยาธร) สมัยผมเป็นนายกฯ ก็เคยเชิญท่านมาเป็นรัฐมนตรีคลัง แต่ท่านไม่รับ คุณโฆษิตก็เหมือนกัน เคยเป็นรัฐมนตรีอุตสาหกรรมสมัยผม งานตอนนี้ก็เดินหน้าเสนอแนวความคิดพัฒนาด้านอุตสาหกรรม แม้แต่ท่านเกษม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เมื่อสักครู่ได้โทร.ไปยินดี ตอนผมเป็นนายกฯ ท่านเป็นปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ ตรงไปตรงมา และที่ผมทึ่งมากต้องชมว่านายกฯตาแหลมเอาช้างเผือกมาจากไหนไม่รู้ ผมสนใจอยู่คุณสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม ถ้าพูดถึงเมื่อ 20 ปี อยู่สภาพัฒน์ดูแลงานกระทรวงคมนาคมทั้งหมด ท่านมีความรู้ดีเรื่องกระทรวงคมนาคม ตรงนี้จะช่วยรมว.คมนาคมได้แน่ ด้านคุณวิจิตร ศรีสอ้าน ก็เหมาะสม เคยทำกฎหมายปฏิรูปการศึกษาเมื่อปี 42 กระทรวงมหาดไทยก็ใช้ได้ สมัยที่นายอารีย์ทำงานก็เห็นว่าทำงานได้เร็ว ส่วนนายธีระ สูตะบุตร ที่มีคนมองว่าไม่ติดดิน เท่าที่ผมเคยทำงานกับท่าน เช่นผลักดันเปิดมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่นครปฐมและสุพรรณบุรี เห็นว่าท่านเป็นคนทำงานใช้ได้" นายบรรหารกล่าว

"แม้ว"สั่งลูกพรรคร่วมมือ"คมช."

ที่พรรคไทยรักไทย น.ต.ศิธา ทิวารี อดีตโฆษกพรรคกล่าวว่า วันนี้ไม่มีการประชุมแกนนำพรรคเพื่อเลือกรักษาการหัวหน้าพรรค แต่มีการพูดคุยกันระหว่างคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายจาตุรนต์ ฉายแสง และนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองหัวหน้าพรรค คาดว่าความชัดเจนของผู้ที่จะมารักษาการหัวหน้าพรรคจะได้ข้อยุติภายในสัปดาห์นี้

น.ต.ศิธากล่าวว่า การที่คุณหญิงสุดารัตน์ไม่รับตำแหน่งไม่ใช่เพราะกลัวถูกตรวจสอบทรัพย์สิน แต่เพราะเห็นว่าขณะนี้การดำเนินกิจกรรมไม่ใช่การรณรงค์หาเสียง แต่ควรเป็นเรื่องของนักกฎหมาย ดังนั้น ผู้ทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าพรรคควรต้องรู้กฎหมาย

"คุณหญิงสุดารัตน์เป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่ง แม้จะมีคนพูดว่าเป็นหญิงแกร่ง ก่อนเกิดเหตุการณ์ปฏิวัติ มีทหาร 30 นาย พร้อมอาวุธครบมือไปที่บ้าน และเชิญให้ไปพบหัวหน้าคปค.ขอตรวจค้นในบ้าน และจับยามมัดไว้ที่บ้าน อีกทั้งมีข่าวว่าพบเงินเป็นพันล้านซ่อนไว้บนฝ้าเพดาน ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คุณหญิงสุดารัตน์ไม่รับตำแหน่งรักษาการหัวหน้าพรรค แต่ยังยืนยันในสภาวการณ์เช่นนี้จะไม่ทิ้งพรรค เมื่อเหตุการณ์ปกติ เป็นไปได้จะเว้นวรรคทางการเมือง" น.ต.ศิธากล่าว

น.ต.ศิธากล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โทรศัพท์มาหาคุณหญิงสุดารัตน์บอกว่าไม่มีกำหนดการกลับประเทศในช่วงนี้ และแสดงความเป็นห่วงสถานการณ์บ้านเมือง พร้อมกำชับให้สมาชิกพรรคให้ความร่วมมือกับคมช.และรัฐบาลอย่างเต็มที่ ส่วนกิจกรรมของพรรคให้ชะลอไว้ก่อน เมื่อเกิดความเชื่อมั่นในต่างประเทศ บ้านเมืองกลับเข้าสู่ภาวะปกติค่อยมาว่ากัน

ทรท.พล่านโต้ข่าวปลุกม็อบ

"เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนค้อนทุบลงมาใจกลางพรรค ทำให้ส่วนไม่แข็งแรงหลุดออกไปบ้าง แต่เมื่อกะเทาะออกจนหมดจะเห็นเนื้อใน และเชื่อว่าวิกฤตที่เกิดขึ้นจะหล่อหลอมให้ไทยรักไทยเป็นสถาบันการเมืองที่เข้มแข็ง"

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวว่าอดีตส.ส.พรรคไทยรักไทยเตรียมปลุกระดมม็อบเคลื่อนไหวกดดันไม่ให้คตส.ยึดทรัพย์พ.ต.ท.ทักษิณและอดีตครม. น.ต.ศิธากล่าวว่า หากใครพบเบาะแสว่ามีอดีตส.ส.ของพรรคเคลื่อนไหวลักษณะดังกล่าวขอให้แจ้งมายังพรรค เพราะพรรคไม่มีแนวคิดต่อต้านคมช.และรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ แต่จะใช้กลไกแจ้งให้สมาชิกทราบว่า บ้านเมืองต้องการความสมานฉันท์และขอให้ความร่วมมือกับคมช. ทั้งนี้ จากการตรวจสอบไม่พบความเคลื่อนไหวนี้ แต่การข่าวของทหารอาจลึกกว่าก็เป็นได้ อยากให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันเพื่อให้ประเทศกลับสู่แนวทางประชาธิปไตยโดยเร็ว เพราะหลายประเทศจับตามองว่าการปฏิวัติทำให้ประเทศไทยถอยหลังเข้าคลองหรือไม่

ด้านนายสุทิน คลังแสง อดีตรองโฆษกพรรคไทยรักไทย กล่าวว่า ข่าวอดีตส.ส.พรรคไทยรักไทยปลุกม็อบต่อต้านรัฐบาลคงเป็นการพูดปรามเท่านั้น ในต่างจังหวัดไม่พบว่ามีความเคลื่อนไหวลักษณะดังกล่าว ส่วนการพูดคุยกันของแต่ละบุคคลอาจมีบ้างแต่ไม่ได้เป็นขบวนการ ในสถานการณ์เช่นนี้คงไม่มีใครคิดปลุกระดมม็อบ

อดีตส.ส.ยังยื่นลาออกเรื่อยๆ

ที่พรรคไทยรักไทย นายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีตรองโฆษกพรรค เปิดเผยว่า นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน อดีตส.ส.สุโขทัย ภรรยานายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรองหัวหน้าพรรค แกนนำกลุ่มวังน้ำยม ได้ส่งตัวแทนนำรายชื่ออดีตส.ส.ในกลุ่มวังน้ำยม มายื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค ต่อสำนักทะเบียน 12 คน มี 1.นายบัวสอน ประชามอญ อดีตส.ส.เชียงราย 2.นายจำนงค์ โพธิสาโร อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ 3.นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย 4.น.ส.กฤษณา สีหลักษณ์ อดีตส.ส.อุตรดิตถ์ 5.น.พ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ อดีตส.ส.ชัยภูมิ 6.นายพินิจ จันทรสุรินทร์ อดีตส.ส.ลำปาง

7.นายฉลาด ขามช่วง อดีตส.ส.ร้อยเอ็ด 8.น.พ.วัลลภ ยังตรง 9.น.ส.เรวดี รัศมิทัต อดีตส.ส.สมุทรปราการ 10.นายศุภพรพงศ์ ชวนบุญ อดีตส.ส.สมุทรสาคร 11.นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ อดีตส.ส.พิษณุโลก และ 12.นางอนงค์วรรณ นอกจากนี้ พล.ร.ท.โรช วิภัติภูมิประเทศ อดีตส.ส.ชลบุรี ได้ยื่นใบลาออกตั้งแต่วันที่ 9 ต.ค. รวมยอดอดีตส.ส.ของพรรคที่ยื่นใบลาออกถึงวันที่ 10 ต.ค. จำนวน 111 คน

รายงานข่าวเผยว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตเลขาธิการพรรค พร้อมด้วยอดีตส.ส.กลุ่มวังน้ำยมอีกจำนวนหนึ่งจะยื่นใบลาออกในวัน 11 ต.ค.นี้

"บิ๊กสุ"โผล่หนุนคณะปฏิรูปฯ


เมื่อเวลา 18.30 น. ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ พล.อ.สุจินดา คราประยูร อดีตนายกฯและผู้นำรสช. ให้สัมภาษณ์ถึงการทำปฏิวัติรัฐประหารของพล.อ.สนธิ ว่าเขามีความมุ่งมั่นที่จะแก้สถานการณ์ทางการเมือง และไม่มีเจตนาเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล เขาพยายามแก้ไขในสิ่งที่ประชาชนต้องการ ส่วนคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ คิดว่านายกฯต้องเลือกคนที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่มีใครอยากได้รัฐมนตรีไม่ดี อย่างไรก็ตามตนเป็นห่วงการปฏิรูปการเมือง หรือความมุ่งหมายที่คณะปฏิรูปตั้งใจไว้จะทำไม่เสร็จทันเวลา เพราะยังมีเรื่องความสมานฉันท์ของประชาชน เพราะการเมืองที่มันยุ่งๆ จนเกิดปัญหาแตกความสามัคคี จะแก้ไม่ทัน

เมื่อถามว่า เชื่อมั่นว่าคมช.จะแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นของรัฐมนตรีรัฐบาลที่ผ่านมาได้หรือไม่ พล.อ.สุจินดากล่าวว่า คมช.มีความตั้งใจที่จะทำ แต่บางทีในแง่ของกฎหมายเราไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งสมัยรสช.ก็มีคนโจมตีกันมากหาว่าไม่เอาจริง ซึ่งไม่ใช่ และไม่ใช่ความผิดของเรา เพราะมีคนแนะนำว่าเราอย่าทำตัวเป็นศาลเตี้ยตัดสินเอง ต้องให้ศาลพิจารณา เมื่อศาลพิจารณาแล้วจะให้เราทำอย่างไร คมช.ก็เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการพิจารณาและตัวบทกฎหมายที่จะเอื้ออำนวยให้แก้ไข

ผู้สื่อข่าวถามว่าคมช.ควรวางตัวอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดข้อข้องใจเหมือนสมัยรสช. พล.อ.สุจินดากล่าวว่าเรื่องนี้เขามีบทเรียนอยู่ คงไม่เดินซ้ำรอยที่ผิดพลาด เมื่อถามว่าเห็นด้วยกับเงื่อนไขในการทำปฏิวัติใช่หรือไม่ พล.อ.สุจินดากล่าวว่าประชาชนพอใจ อะไรก็ตามที่ทำให้ประชาชนพอใจก็น่าจะดี เพราะไม่มีทางแก้ไขไปในทางอื่น

ระบุ"สุรยุทธ์"ทั้งดี-ทั้งเก่ง

เมื่อถามว่ามองนายกฯที่มาจากการปฏิวัติอย่างไร พล.อ.สุจินดากล่าวว่า เป็นคนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ เพราะเป็นทหารเก่าที่มีชื่อเสียง มีความรู้ ความสามารถ พล.อ.สุรยุทธ์เก่งทั้งงานอำนวยการและภาคสนาม พร้อมแสดงฝีมือให้เป็นที่ปรากฏเห็นได้ว่าเป็นทหารที่น้อยคนจะได้เหรียญรามาฯ เข็มกล้ากลางสมรฯ มีทหารไม่กี่คนในกองทัพบกที่ได้รับและเมื่อเกษียณอายุแล้วยังได้รับโปรดเกล้าฯเป็นองคมนตรี แสดงว่าได้รับความไว้วางพระราชหฤทัย และถ้าไม่ใช่คนดีคงไม่ได้รับตำแหน่งที่ผ่านมา

เมื่อถามว่าที่คมช.ระบุว่าจะถอนตัวภายใน 1 ปี เมื่อร่างรัฐธรรมนูญเรียบร้อย พล.อ.สุจินดากล่าวว่าถ้าไม่สามารถไปได้ก็อาจจะมอบหมายให้รัฐบาลต่อไปดำเนินการ เชื่อว่า คมช.จะคืนอำนาจให้ประชาชน เมื่อถามว่าเป็นห่วงถึงผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งสภานิติบัญญัติเพื่อร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ พล.อ.สุจินดากล่าวว่าตนไม่ทราบ แต่รัฐธรรมนูญที่ร่างผ่านไปก็เห็นว่าดีทุกฉบับแต่ก็มีช่องว่าง เพราะอยู่ที่คนใช้ ปิดกั้นอย่างไรก็ไม่อยู่ แม้มีกติกาวางไว้ก็หาทางออกไปได้ ไม่รู้จะควบคุมอย่างไร คิดว่านักวิชาการก็รู้ แต่ในทางทฤษฎีไม่สามารถปฏิบัติได้ เพราะบางอย่างก็ใช้ไม่ได้ เช่น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าเป็นศาลสูงสุด คนที่จะเป็นตุลาการต้องผ่านการพิจารณาอย่างดีมีคุณวุฒิ

เมื่อถามว่าหากมีการยุบพรรคการเมืองจะเป็นอย่างไร พล.อ.สุจินดากล่าวว่า ความจริงสิ่งที่มันยุ่งอยู่ในบ้านเรา คือมันมาจากพวกนักการเมือง


แหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ข่าวสด

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์