กดดันบ้าง


หลัง 5 ผบ.เหล่าทัพ ออกทีวีจี้นายกรัฐมนตรีลาออก

ทำให้คนมองว่ารัฐบาลกำลังเจอศึกหนักอีกด้าน นั่นคือการเชิญหน้ากับกองทัพ

ล่าสุดนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกฯ และรมว.กลาโหม ได้พบปะเจอหน้ากันแล้วกับพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ที่สนามหลวง ในพิธีซ้อมริ้วขบวนอิสริยยศ พระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ

แรกๆ ก็นั่งห่างกันแค่ 3 เก้าอี้กั้น แต่ตอนหลัง นายกฯลุกขึ้นไปนั่งใกล้และจับเข่าพูดคุยกันประมาณครึ่งชั่วโมง

ผู้สื่อข่าวไปสอบถามทั้งผบ.ทบ.และรมว.กลาโหมว่าคุยอะไรกัน แต่ทั้ง 2 คนต่างก็บ่ายเบี่ยง ไม่ยอมตอบ

อย่างไรก็ตาม ช่วงแรกๆ หลังทหารออกมาข่มขู่ หลายคนคิดว่านายกฯไม่มีทางเลือก ถ้าไม่ลาออก ก็คงยุบสภาแน่ๆ

แต่เมื่อนายสมชาย ใช้สถานะหัวหน้ารัฐบาล และรมว.กลาโหม ไม่ตอบสนองและลนลานกลัวจนตัวสั่น

เกมกลับพลิกสะวิงมาอีก เกิดคำถามมากมายว่าคำขู่แกมบังคับทางทีวี แต่ไม่ได้ผลนั้น

ใครกดดัน ใครควรแสดงสปิริตกว่า

การดื้อเงียบสวนกลับปฏิวัติเงียบ ไม่เพียงแต่ทำให้ผู้นำเหล่าทัพกระอักกระอ่วนใจไปเองเท่านั้น

แต่ทำให้ผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 5 ในทำเนียบรัฐบาล แทบจะอกแตก หัวใจสลายไปด้วย

เพราะมีการขีดเส้น กำหนดเดดไลน์แล้วว่า ภายในวันที่ 21 ต.ค.นี้ จะต้องมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น

พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ถึงขนาดหยิบยกประสบการณ์ส่วนตัวมาวิเคราะห์ พร้อมเรียกร้องให้ทหารปฏิวัติได้แล้ว

อ้างว่าตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนนายร้อยมาจนถึงปัจจุบัน ไม่เคยมีรัฐบาลไหนที่ทหารบอกให้ออกแล้วไม่ยอมออก

จังหวะเดียวกัน รัฐบาลก็ได้ตัวช่วยทันควัน เมื่อนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ออกมาแถลงว่าคำพูดของพล.อ.อนุพงษ์ ที่ขู่ว่าจะออกมาหยุดการใช้อำนาจถ้าเหตุการณ์กลียุคนองเลือดนั้น ทำให้ประเทศชาติเสียหายแล้ว

พร้อมกับแสดงความไม่เห็นด้วย ถ้าหากนายกฯจะลาออก เพราะถูกจี้ว่าจะทำรัฐประหาร ซึ่งเท่ากับยอมรับการปกครองระบอบผู้นำทหารเป็นใหญ่ ไม่ต่างอะไรกับพม่าและแอฟริกา

เพราะการสร้างเงื่อนไขความรุนแรง ไม่ได้เกิดจากรัฐบาลฝ่ายเดียว

พร้อมกันนี้ นายจาตุรนต์ยังตั้งคำถามถึงผบ.เหล่าทัพว่า กรณีพันธมิตรฯ ทำร้ายประชาชนตายเจ็บก่อนหน้านี้ ยิงปืนใส่ตำรวจ ทำร้ายตำรวจ เป็นการนองเลือดหรือไม่

กองทัพจะหยุดการใช้อำนาจอย่างไร

เครดิต :
เครดิต : เนื้อหาข่าว คุณภาพดี หนังสือพิมพ์ข่าวสด


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์