ทวงคืนดาวเทียมเรื่องเล็ก ใหญ่กว่าคือสัมปทานมือถือ

นายสิทธิชัย โภไคยอุดม กล่าววันนี้ กรณีดาวเทียมไทยคม ว่า


นายสิทธิชัย โภไคยอุดม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าววันนี้ (27 ก.พ.) กรณีดาวเทียมไทยคม ว่า วันนี้ยังเหมือนเดิม แต่เดิมเราคิดว่า สัมปทานดาวเทียมเป็นสิ่งซึ่งไม่น่าจะขายได้ เพราะเป็นสัมปทานให้กับบริษัทใด หากจะขายก็น่าจะคืนให้กับชาติมาก่อน แล้วทางรัฐบาลก็น่าจะเป็นคนขายอีกที

"ขณะนี้มี 2 แนวทาง คือยึดคืนหากมีผิดสัญญาตามช่องกฎหมายที่ให้ทำได้ ซึ่งอาจจะใช้เงินของรัฐหรือเงินของเอกชน สิ่งที่เปลี่ยนไปหลังจากมีการพิจารณาถี่ถ้วนแล้ว เห็นว่าบริษัทนี้มีหนี้เยอะ การดำเนินการต่อต้องส่งดาวเทียมเพิ่มเติมขึ้นไป เพราะดาวเทียมไทยคม 1 และ 2 อายุนานแล้ว เร็ว ๆ นี้คงหมดสภาพ

รัฐบาลเห็นว่า หากใช้เงินของรัฐซื้อ หรือหากมีการบริหารจัดการไม่ดี หรือถูกกลั่นแกล้งว่า นำลูกค้าออกไป ทำให้ไม่สามารถมีลูกค้าเพิ่มได้ บริษัทจะประสบปัญหาการขาดทุนอย่างหนัก" รมว.ไอซีที กล่าว และว่า การนำเงินของรัฐเข้าไปซื้อดาวเทียมคืนคงตัดไปได้ 100 เปอร์เซ็นต์ หากเอกชนซื้อเราไม่ได้ขัดข้อง หากตราบใดที่บริษัทเอกชนนั้นเป็นบริษัทไทย


นายสิทธิชัย กล่าวอีกว่า


หากการตรวจสอบบริษัทกุหลาบแก้ว ผลออกมาเป็นนอมินี แสดงว่า บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เป็นต่างชาติ รัฐบาลก็จะได้ทั้งบริษัทชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท ชินแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) กลับคืนมาหมด

"หากการยึดคืน ต้องมีการวางแผนอย่างดี ซึ่งต้องใช้เวลากว่าจะพิสูจน์ มองว่า เรื่องดาวเทียมเป็นเรื่องไม่ใหญ่ เรื่องใหญ่คือการตรวจสอบสัญญาสัมปทานของบริษัทมือถือทั้งหลาย เรื่องดาวเทียมทำให้คนในชาติเจ็บใจมาก แต่หากคิดถึงจำนวนเงินที่เสียหายไปไม่ค่อยมี แต่สัญญาสัมปทานมือถือประเทศเสียหายเป็นแสนล้าน" นายสิทธิชัย กล่าว


รมว.ไอซีที กล่าวเพิ่มเติมว่า


ดาวเทียมเป็นสมบัติของชาติอยู่แล้ว เพียงแต่เขามีสิทธิ์ในการดำเนินกิจการโดยอาศัยดาวเทียมเหล่านี้เท่านั้นเอง วงโคจรก็ไม่ใช่จุดสำคัญต่อไป เพราะเทคโนโลยีก้าวหน้าไปมาก วงโคจรแต่ละตำแหน่งสามารถมีดาวเทียมอยู่ได้หลายดวง จะมีตำแหน่งเพิ่ม ฉะนั้นตำแหน่งมีได้เยอะไปหมด ต่อไปไม่มีคุณค่าเท่าไหร่แล้ว

"การทวงคืนเราต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้นักลงทุนต่างชาติเห็นว่า หากเขาทำถูกต้องก็ไม่มีวันเจอเหมือนกรณีไอทีวี แม้ว่าจะต้องมีการอธิบายและใช้เวลานานก็ตาม แต่นักลงทุนต่างชาติจะเห็นว่า กรณีเทมาเสก แม้รู้ว่าผิดกฎหมายก็ยังกระทำ ซึ่งสมควรและสาสมที่ได้รับผลเสียหายที่เกิดขึ้น" รมว.ไอซีที กล่าว



ขอขอบคุณ : ข้อมูลข่าวที่มีคุณภาพ

จาก หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์