เฉลิมนั่งหัวโต๊ะ ศปก.ดับไฟใต้ส่วนหลัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 เมษายน ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) ชั้น 20 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)
 
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมบูรณาการ การข่าวความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผ่านระบบประชุมทางไกล (วิดีโอคอนเฟอเรนซ์) ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (บช.ภ.9) ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) โดยมี พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (เลขา สมช.) พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รอง ผบ.ตร.และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ตัวแทนจากกองทัพภาคที่ 4 ร่วมประชุม ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง


ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวภายหลังการประชุมว่า ตนเห็นว่าการทำงานในพื้นที่ภาคใต้ หากการข่าวดีก็ชนะ 50% แล้ว

ที่ผ่านมาการข่าวก็ดีแต่ขาดการบูรณการ กรณีคาร์บอมบ์ครั้งล่าสุด มีการแจ้งเตือนจากศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) จาก พล.ต.อ.อดุลย์ เลขา ป.ป.ส. ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคมว่า จะมาคาร์บอมบ์ในพื้นที่ภาคใต้ แต่พอ ป.ป.ส.ทราบข่าวก็ไม่แจ้งให้ตำรวจทราบ เรามีประชุมได้การข่าวทุกสัปดาห์อยู่แล้ว จึงคิดว่าจากนี้จะมีการประชุมการข่าวทุกวันจันทร์ที่ชั้น 20 ตร. เนื่องจากมีอุปกรณ์การประชุมคอนเฟอรเรนซ์กับตำรวจภาคใต้และตำรวจทุกภูมิภาคได้ โดยตนจะมาเป็นประธานการประชุมเองทุกครั้ง หากไม่ติดภารกิจอื่นใด วันนี้เชิญหน่วยข่าวทุกหน่วยร่วมประชุม ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลความคิดเห็นกับ พล.ต.ท.ไพฑูรย์ ชูชัยยะ ผบช.ศชต. พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.ภ.9 และ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ยะลา นราธิวาส ปัตตานี และสงขลา บูรณาการข่าวและกำหนดทิศทางทำงานร่วมกัน


"ในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมอีก ผมจะทำหนังสือเชิญนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี และ ส.ส.ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้และเชิญนายถาวร เสนเนียม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่คลุกคลีในพื้นที่มา 2 ปี 8 เดือน มาร่วมประชุมด้วย เพราะการแก้ไขปัญหาครั้งนี้ จะมองฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลไม่ได้ ต้องเอาประชาชนเป็นตัวตั้ง โดยเรียกศูนย์นี้ว่าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนหลัง และกำหนดโมเดลให้ห้องประชุมชั้น 20 เป็นเพนตากอน 2 เพื่อแก้ไขปัญหา หากต่อไปมีปัญหาภาคใต้ ศูนย์นี้จะเป็นโอเปอเรชั่นรุมทันที" รองนายกรัฐมนตรีกล่าว


ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้วางตำรวจเป็นพระเอก การประชุมวันนี้มีรองแม่ทัพภาคที่ 4 ร่วมประชุม

มีตัวแทนจาก กอ.รมน. มีผู้ช่วย ผบ.ศรภ. เจ้าหน้าที่การข่าวของกองทัพไทย การข่าวกลาโหม สมช. ก็มา แต่ตำรวจในพื้นที่เป็นผู้ปฏิบัติ ทุกคนเป็นพระเอกหมด ซึ่งการประชุมช่วงสงกรานต์ไม่มีนัยยะใด เป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ กระชับด้านการข่าว ดูทุกพื้นที่ทั้ง กทม. ภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่ เชียงราย ไม่เฉพาะแค่ภาคใต้อย่างเดียว เพราะตนไฮเปอร์พอได้รับมอบหมายก็จริงจัง


เฉลิมนั่งหัวโต๊ะ ศปก.ดับไฟใต้ส่วนหลัง

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการแก้ปัญหาชายแดนใต้มา 8 ปี เกิดช่องโหว่ตรงจุดใด

ทำให้การข่าวยังไม่สามารถสอดประสานกันได้ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ตนไม่กล้าแสดงความเห็นเพราะที่ผ่านมายังไม่มีส่วนรับผิดชอบ แต่จากนี้ไปมั่นใจว่าทุกอย่างจะดีขึ้น เมื่อถามว่าที่ผ่านมา แต่ละหน่วยไม่ประสานข้อมูลกันหรือ รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่กล้าตอบแต่จากนี้ต่อไปไม่มีแล้ว


เมื่อถามอีกว่า รับประกันได้หรือไม่ สงกรานต์นี้ในพื้นที่ภาคใต้จะเล่นสงกรานต์ได้อย่างปลอดภัย

ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ความรู้สึกของตนน่าจะเป็นอย่างนั้น สงกรานต์ในกรุงเทพฯ ก็จะปลอดภัย ซึ่งวันนี้ตนได้สั่งการในที่ประชุมให้นำหมายจับค้างเก่าที่มีอยู่ทั้งหมด บูรณาการกำลังตำรวจท้องที่ ท้องถิ่น สอบสวนกลาง หน่วยอรินทราช รบพิเศษนเรศวร 261 ตชด. และภูธร จัดกำลังลงในพื้นที่โดยให้ พล.ต.ท.อำนาจ อันอาตม์งาม ผบช.สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ ไปเขียนแผนปฏิบัติการเชิงรุก


"ตรงนี้ใช้กำลังไม่มาก นี่เป็นภารกิจพิเศษติดตามจับกุมตามหมายจับค้างเก่า เป็นกำลังนอกเครื่องแบบ อย่าใช้คำว่าไล่ล่า แต่เป็นการจับกุมตามหมายจับ ผมไม่อยากให้สื่อด่าอีกว่า เฉลิมมารุนแรง ไล่ล่า แต่ตัวเองขี้กลัวไม่กล้าลงภาคใต้ ทั้งที่จริงๆ ถ้าผมลงพื้นที่ต้องมีกำลังอีก 500 มาดูแลผม แต่วันนี้ 2 ชั่วโมง รู้เรื่อง เดี๋ยวผมลงพื้นที่แน่ ไปเยี่ยม แต่ไม่ใช่ไปฟังบรรยายสรุปหรอก ฟังที่เพนตากอน 2 นี่ก็ได้" ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว


เมื่อถามว่า พูดลักษณะนี้ไม่เป็นการท้าทายเครือข่ายทางใต้หรือ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ไม่เป็นการท้าทาย เราแค่ตามจับทุกคนที่มีหมายจับเท่านั้น
 
ซึ่งกำลังรวบรวม จากนี้การทำงานต้องประสานงานทุกหน่วยรวมทั้ง ศอ.บต.ด้วย ตนให้เขียนแผนแล้ว จากนี้ต่อไป ต้องเป็นระบบมีการเชื่อมโยง เชื่อว่าจากนี้จะดีขึ้น อย่างน้อยคนทำผิดก็เดือดร้อนบ้าง ครั้งนี้บูรณาการข่าวทั้งหมด ภาคใต้แม่ทัพภาค 4 เป็นคนนำอยู่แล้ว แต่ตนมาเสริมการข่าวให้ตำรวจ ไม่เกี่ยวกับทหาร แต่ทหารก็ส่งคนมาช่วย ซึ่งการทำงานยังเป็นไปในทางเดียวกัน ยุทธศาสตร์เดียวกัน โดยทหารยังเป็นหลัก ตำรวจติดตามจับกุมดูแลในเมือง ทหารดูรอบนอก
 

"ถ้าว่าท้าทาย เอาอย่างนี้ผมขอกราบแทบเท้าทุกคนที่คิดก่อเหตุร้ายในภาคใต้ เลิกเสียเถอะ เพราะการกระทำของท่านที่หาดใหญ่มันไม่ใช้อุดมการณ์ เพราะหากเป็นอุดมการณ์จริง มันต้องทำอย่างมีอุดมการณ์ ผมกราบแทบเท้าคนละ 3 ครั้งเลย หากมีเหตุการณ์คาร์บอมบ์เกิดขึ้นอีก พวกผมนี่สิต้องรับผิดชอบ ส่วนรับผิดชอบอย่างไร ต้องดูแต่ละสถานการณ์ พูดก่อนไม่ได้ ฝนไม่ตก อย่าเพิ่งกางร่ม" รองนายกรัฐมนตรีกล่าว


ผู้สื่อข่าวถามว่า การข่าวยังหวั่นจะมีคาร์บอมบ์ในพื้นที่อีกหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า มันก็ยังก้ำกึ่ง

เพราะคนจ้องทำผิดกับคนระวังมันลำบาก ตนไม่อยากพูดไป เดี๋ยวประชาชนจะตระหนกตกใจ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้กวดขันเข้มงวดอยู่แล้ว ซึ่งสถานการณ์ชายแดนภาคใต้ต้องร่วมแก้กับนอกประเทศด้วย คนร้ายจ้องจะก่อเหตุตลอด ไม่ว่าเราจะทำอย่างไรเข้าก็พยายามก่อเหตุอยู่ แต่วันนี้เขานอนไม่หลับแล้ว กลัวถูกจับ
 

เมื่อถามว่าการเชิญนายอภิสิทธิ์มาเป็นการแก้ปัญหาด้านการเมืองด้วยหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า

ตนไม่เชิญมาแก้เรื่องการเมือง แต่เชิญมาช่วยกันออกความคิดเห็น นายอภิสิทธิ์ก็รักบ้านเมืองและพรรคประชาธิปัตย์ก็มี ส.ส.ในพื้นที่เยอะ เป็นเรื่องดี เชื่อว่าเชิญแล้วน่าจะมาคุยในสภาฯ แล้ว เปิดเผยตนจะเซ็นหนังสือเชิญเอง อย่าเพิ่งไปคิด ไปพูด ว่าเขาไม่มาหรือไปตีความล่วงหน้า


เครดิต :
เครดิต :เนื้อหาข่าว คุณภาพดี หนังสือพิมพ์มติชน


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์