นายกฯ ย้ำอาเซียนไม่เข้ามาแทรกแซงไทย-กัมพูชา แค่ประสานงาน

กรุงเทพฯ 20 ก.พ. - นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์”

ถึงกรณีที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) มีมติให้อาเซียนประสานงานให้ไทยและกัมพูชาได้หารือแบบทวิภาคีว่า ในการหารือกันในวันที่ 22  กุมภาพันธ์นี้ ทางอาเซียนจะไม่เข้ามาแทรกแซงในเรื่องของเนื้อหารายละเอียดที่จะพูดคุย เพียงแต่จะทำหน้าที่ประสานงาน เป็นสักขีพยาน หรือคอยอำนวยความสะดวกเท่านั้น ขณะเดียวกันตนและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็เดินหน้าประสานงานให้ประชาคมโลกมีความเข้าอกเข้าใจกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น และตนได้โทรศัพท์หารือกับผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก ซึ่งเข้าใจสถานการณ์ไทย-กัมพูชาแล้ว จึงขอให้ยูเนสโกและคณะกรรมการมรดกโลกพิจารณาหยุดเรื่องมรดกโลกไว้ และให้สองฝ่ายมาเจรจาในกรอบของเขตแดนให้เรียบร้อยก่อน

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า สำหรับความห่วงใยว่าปราสาทพระวิหารจะมีปัญหาหรือไม่ หากไม่มีการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก หรือการอนุรักษ์ 

ขอยืนยันว่า ทั้งสองประเทศสามารถดูแลได้ แต่การจะไปเพิ่มความตึงเครียดไม่เกิดประโยชน์ เพราะเราได้ส่งหลักฐานไปชัดเจนว่า กัมพูชานำทหารเข้าไปอยู่ในตัวปราสาท ซึ่งขัดกับหลักของมรดกโลกและขัดกับข้อตกลงระหว่างประเทศ และขอย้ำว่าไทยไม่ได้เป็นฝ่ายยิงกัมพูชาก่อน และหากจะมีข้อตกลงใดๆ ขึ้นมา ก็ไม่สามารถห้ามหรือบังคับการปกป้องอธิปไตยหรือการรุกล้ำดินแดนได้ จึงอยากให้มีความมั่นใจว่ารัฐบาลจะเดินหน้าทำให้เกิดความสงบสุขเกิดขึ้นในพื้นที่โดยไม่มีการสูญเสียอธิปไตยหรือดินแดน

นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงปัญหาน้ำมันปาล์มขาดแคลนว่า ตนได้เร่งรัดให้มีการนำเข้าเพิ่มอีก 1.2 แสนตัน
 
โดยมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี คือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และ นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ไปประสานงานกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อเร่งรัดเรื่องนี้แล้ว และให้มีการประชุมหารือร่วมกันอีกครั้งวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้  ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ ส่วนปัญหาความไม่โปร่งใสนั้น ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไปตรวจสอบแล้ว

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับหลักการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ 2554 (งบกลางปี)
 
พร้อมกับยืนยันว่า จะดำเนินการให้เกิดความโปร่งใส โดยเฉพาะงบช่วยเหลือน้ำท่วม ถือเป็นครั้งแรกที่ทุกรายการจะแสดงรายละเอียดของงบประมาณไว้ คือ มีการถ่ายรูปถนน โรงเรียน หรือวัด ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมมาประกอบด้วย จึงขอให้คณะกรรมาธิการฯ ได้พิจารณางบประมาณดังกล่าวให้เกิดชัดเจน โปร่งใส หากเห็นว่ารายการไหนไม่เหมาะสมสามารถตัดได้.- สำนักข่าวไทย

เครดิต :

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์