ไทยรักไทย..มั่นใจไม่ถูกตุลาการชี้นำ!!!

ทรท.มั่นใจตุลาการไม่ถูกชี้นำ


นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคไทยรักไทย กล่าวถึงกรณีคณะตุลาการรัฐธรรมนูญนัดรับฟังกระบวนการไต่สวนและประเด็นข้อกล่าวหาตามคำร้องยุบพรรคในวันที่ 30 พ.ย.ว่า จากการที่มีบุคคลภายนอก ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจบริหารในปัจจุบันแต่ไม่มีอำนาจในการตัดสินคดี กล่าวถึงผลการพิจารณาคดีนี้ว่าพรรคไทยรักไทยจะถูกยุบแน่นอนนั้น พรรคไทยรักไทยยังเชื่อมั่นว่าจะได้รับความเป็นธรรม เพราะตุลาการรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คนนั้น มี 8 คน มาจากศาลยุติธรรม อีก 1 คน มาจากศาลปกครอง จึงมีจริยธรรมในการตัดสินคดีความจากข้อเท็จจริงและสำนวนคดี ไม่ปล่อยให้ใครมาชี้นำอย่างแน่นอน ทางพรรคได้เตรียมทีมทนายต่อสู้เต็มที่ โดยมีฝ่ายกฎหมายของพรรค 6 คนและบุคคลภายนอกเป็นทนายความ 1 คนคือ นายสมศักดิ์ โตรักษา เตรียมประเด็นชี้แจงทั้งที่เป็นข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมามีการปรับเปลี่ยนข้อเท็จจริงเพิ่มจากของเดิม เพราะของเดิมอ้างรัฐธรรมนูญปี 2540 แต่เมื่อถูกยกเลิก ก็ต้องเปลี่ยนคำชี้แจงตามเหตุผลหลังเกิดรัฐประหาร


ไม่เคยใช้กับคดีใดมาก่อน .....


ในวันที่ 30 พ.ย.นี้ จะเป็นกระบวนการนัดฟังระเบียบว่าด้วยการพิจารณาคดี ซึ่งยังไม่เคยใช้กับคดีใดมาก่อน จึงต้องรอฟัง ส่วนพยานบุคคลมีจำนวนมาก เนื่องจากที่ผ่านมาพรรคไทยรักไทยไม่เคยได้นำพยานเข้าไปชี้แจง และข้อกล่าวหาเกิดขึ้นหลายสถานที่ ต่างกรรมต่างวาระ เกี่ยวข้องกับบุคคลจำนวนมาก ดังนั้น ต้องเอาบุคคล ทั้งหมดเข้าชี้แจง และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ก็เป็นหนึ่งในบัญชีพยานปากสำคัญ เพราะมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรคในขณะเกิดเหตุ และตามกฎหมายหัวหน้าพรรคถือเป็นผู้แทนของพรรค สำหรับนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล และ พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ก็อยู่ในรายชื่อบุคคลที่ขึ้นให้ปากคำด้วยเช่นกัน นายพงศ์เทพกล่าว



ผู้สื่อข่าวถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณยังไม่สามารถเดินทางกลับเข้าประเทศได้ จะเป็นปัญหาในการสืบพยานหรือไม่ นายพงศ์เทพตอบว่า ทราบมาว่าตุลาการรัฐธรรมนูญเปิดโอกาสให้สืบพยานผ่านวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ ดังนั้นเจ้าตัวไม่ต้องเดินทางมาให้การที่ศาลก็ได้


ไม่หวั่นโทษตัดสิทธิการเมือง 5 ปี .....


เมื่อถามถึงประกาศของ คปค.ฉบับที่ 27 ที่เพิ่มโทษให้กรรมการบริหารพรรคที่ถูกยุบจะถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี นายพงศ์เทพตอบว่า ทางพรรคไม่ได้ทำข้อโต้แย้งไป เพราะไม่เคยได้ยินว่าอัยการและผู้ร้องเปลี่ยนคำฟ้องเพิ่มโทษเข้าไป แต่ตามหลักการกฎหมายจะมีผลใช้ย้อนหลังไม่ได้ หรือหากสุดท้ายเกิดบังคับใช้ก็จะต้องมาดูว่ามีผลอย่างไร


มั่นใจว่าจะชนะคดี ..............


นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้ว่าคดียุบพรรคของพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า วันที่ 30 พ.ย.นี้ จะเดินทางไปศาลรัฐธรรมนูญเพื่อรับฟังกระบวนการไต่สวนตามที่ตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญนัดพร้อมคู่ความทั้งสองฝ่ายไว้ มั่นใจว่าจะชนะคดี ขณะนี้เตรียมเอกสารหลักฐานไว้พร้อมหมดแล้ว ข้อกล่าวหาทั้ง 4 ข้อ มีทั้งที่เป็นเรื่องนโยบายและตัวบุคคล แต่พรรคมั่นใจว่าจะชี้แจงได้ เพราะไม่ได้ทำความผิดตามที่มีการกล่าวหา และในส่วนของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด แม้จะไม่ใช่นักกฎหมาย แต่ก็น่าจะสามารถชี้แจงได้ อย่างไรก็ตาม ทางพรรคไม่ได้ประมาท เพราะเชื่อว่าอัยการสูงสุดจะต้องเตรียมพร้อมเพื่อต่อสู้คดีเช่นกัน


เทพเทือก ฟุ้งหวังดีอยากรักษากติกา


นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายชวนจะนำคณะทนายความและฝ่ายกฎหมาย 20 คน ไปฟังกระบวนการไต่สวนคดียุบพรรคจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และจะยื่นบัญชีพยานอย่างเป็นทางการ รวมทั้งจะแจ้งขอแบ่งประเด็นในการซักถามพยานออกเป็นส่วนๆ ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์เตรียมทุกอย่างพร้อมแล้วที่จะเข้าสู่กระบวนการในการพิจารณาคดี และมั่นใจจะชนะคดี เพราะรู้ตัวเองตลอดเวลาว่าได้ทำอะไรลงไปบ้าง มีวัตถุประสงค์อะไร ทั้งหมดที่พรรคทำไปมีวัตถุประสงค์ทางการเมืองที่ชัดเจนในการจรรโลงระบอบประชาธิปไตย ไม่ได้มีเจตนาทำผิดกฎเกณฑ์ กติกาขนบธรรมเนียมประเพณีในทางการเมือง หรือกฎหมาย โดยส่วนตัวแม้ไม่ใช่นักกฎหมาย แต่ก็ไม่กังวลที่จะไปชี้แจง เพราะได้ทราบข้อเท็จจริงมาตั้งแต่ต้นในกรณีพรรคการเมืองใหญ่จ้างพรรคการเลือกเล็กลงสมัคร และได้ร่วมดำเนินการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน รวมทั้งกระบวนการในการฟ้องร้องดำเนินคดีกับ กกต. ดังนั้น การไปให้ปากคำกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจึงไม่หนักใจ และไม่คิดว่าจะมีพยานคนไหนกลับคำให้การ


แบ่งหน้าที่ทีมทนายซักพยาน


ผู้สื่อข่าวถามว่า หลักฐานที่นำเสนอมีการพาดพิงถึง กกต.ชุดเก่าหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า มีบ้าง โดยมีข้อเท็จจริงบางอย่างที่จะระบุให้เห็นว่า กกต.ทำไม่ถูกต้องอย่างไร และคำพิพากษาบางส่วนก็จะนำมาอ้างเป็นพยานด้วย ในประเด็นที่ระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์ทำลายระบอบทักษิณด้วยการไปปราศรัยตามสถานที่ต่างๆนั้น ได้ มอบหมายให้นายบัณฑิต ศิริพันธุ์ เป็นผู้ทำหน้าที่ซักพยาน ประเด็นที่กล่าวหาว่าพรรคประชาธิปัตย์อยู่เบื้องหลังการสมัครรับเลือกตั้งของ ส.ส.พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า 3 คนที่จังหวัดตรัง ได้มอบหมายให้นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ เป็นผู้ซักพยาน ส่วนประเด็นที่มีผู้กล่าวหาว่านายไทกร พลสุวรรณ เป็นตัวแทนของเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ว่าจ้างหัวหน้าพรรคชีวิตที่ดีกว่าให้ใส่ร้ายนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ รองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย และพรรคไทยรักไทยนั้น มอบหมายให้นายทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง เป็นผู้ซักพยาน และประเด็นที่กล่าวหาว่าพรรคประชาธิปัตย์อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ประชาชนชุมนุมกันขัดขว้างการสมัครรับเลือกตั้งที่จังหวัดสงขลา ได้มอบให้ นายถาวร เสนเนียม เป็นผู้ซักพยาน ทั้งหมดจะได้มีการซักซ้อมทำความเข้าใจกัน รวมทั้งศึกษาว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะวางแนวทางการพิจารณาคดีอย่างไร




เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์