ราเกซถูกขังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เครียดไม่กินข้าว ยังปฏิเสธยักยอกบีบีซี คาดส่งคำให้การ 2 พ.ย.

"ราเกซ"ถูกขังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เครียดไม่กินข้าว ยังปฏิเสธยักยอก"บีบีซี" คาดส่งคำให้การ 2 พ.ย.

"ราเกซ"เครียดถูกส่งเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ 12 วัน ปิดปากเงียบ ไม่แตะมื้อเย็น แยกขังอยู่แดนพยาบาล ยันอาการไม่น่าห่วง สั่งจนท.ประกบใกล้ชิด ตร.คาดสรุปคำให้การส่งอัยการดำเนินคดีได้ 2 พ.ย. เผยยังปฏิเสธยักยอก"บีบีซี"

คุมเข้ม"ราเกซ"ก่อนส่งเข้าเรือนจำ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายราเกซ สักเสนา อดีตที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการ (กก.ผจก.) ธนาคารกรุงเทพฯพาณิชย์การจำกัด (มหาชน) หรือบีบีซี วัย 57 ปี ผู้ต้องหาคีดยักยอกทรัพย์บีบีซี ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำกลางพิเศษกรุงเทพมหานครแล้ว เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ภายหลังศาลฎีกาแคนาดาไม่รับคำร้องอุทธรณ์ของนายราเกซ จึงถูกส่งตัวกลับในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนมาดำเนินคดีในประเทศไทยค่ำวันที่ 29 ตุลาคม และได้เดินทางมาถึงสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ เมื่อเวลา 22.45 น.ของวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา ด้วยเครื่องบิน เที่ยวบินทีจี 0615 สายการบินไทย จากกรุงปักกิ่ง


ทันทีที่เครื่องบินลงสู่พื้นรันเวย์ พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) หัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวน พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ผบก.ปอศ.) พล.ต.ต.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว (ผบก.ทท.) รองอธิบดีอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) เจ้าหน้าที่กองการต่างประเทศ และทนายความของนายราเกซ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ยศวีร์ พรพีรพาน รองผู้กำกับการปฏิบัติการพิเศษ (ปพ.) กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง สว.กก.ปพ.บก.ป. ซึ่งเดินทางไปรับตัวนายราเกซถึงแคนาดา ได้ควบคุมตัวนายราเกซซึ่งนอนอยู่ที่เปลเตียงรถเข็นโรงพยาบาลผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เพื่อลงบันทึกจับกุมและลงบันทึกประจำวัน (ปจว.)


ยอมให้สอบสวนปากคำ 3 ชม.


ทนายความของนายราเกซร้องขอพนักงานสอบสวน อ้างว่า นายราเกซไม่ขอให้การในชั้นนี้ แต่ต้องการพาตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ แต่นายราเกซแจ้งกับคณะพนักงานสอบสวนว่าขอให้การเลย คณะทำงานจึงประสานหาล่ามแปลคำให้การต่อหน้าทนายความของนายราเกซ ที่ห้องพิธีการตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งมีเฉพาะผู้เกี่ยวข้องเท่านั้นที่เข้ารับฟังคำให้การ ใช้เวลาสอบสวนนานร่วม 3 ชั่วโมง จนเข้าเวลา 01.20 น. วันที่ 31 ตุลาคม พล.ต.ต.ปัญญา พล.ต.ต.โกวิทย์  จึงนำตัวนายราเกซออกช่องทางพิเศษสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ขึ้นรถตู้ศูนย์ส่งกลับโรงพยาบาลตำรวจ มาควบคุมกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ที่จัดเตรียมไว้ ซึ่งระหว่างทางมีรถยนต์สายตรวจ กองปราบปราม และเจ้าหน้าที่คอมมานโด ขับนำหน้ารวมรถในขบวนทั้งหมด 13 คัน เพื่อดูแลความปลอดภัย โดยเฉพาะรถที่ควบคุมตัวนายราเกซ มีรถยนต์สายตรวจประกบข้างตลอดทาง


เมื่อเวลา 02.15 น. เมื่อถึงกองปราบปราม ถนนพหลโยธิน สื่อมวลชนทั้งไทย-ต่างประเทศกว่า 100 คนมาทำข่าว และมี พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และ พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รอง ผบก.ป. มาควบคุมดูแล ก่อนจะให้เจ้าหน้าที่ช่วยกันหามเปลรถเข็นนายราเกซลงจากรถตู้ขึ้นไปชั้น 2 ห้องประชุม บก.ป. เพื่อให้แพทย์โรงพยาบาลตำรวจ ทำการตรวจสภาพร่างกายของนายราเกซอย่างละเอียดอีกครั้งว่าจะสามารถสอบปากคำต่อได้หรือไม่


พบมีเงินติดตัวแค่ 500 ดอลลาร์


รายงานการเดินทางของนายราเกซครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ระบุว่า นายราเกซมีอาการป่วยเป็นอัมพาตแถบซ้ายทั้งแถบ และเมื่อตรวจหาเงินในตัวพบมีเงินติดตัวมาเพียง 500 ดอลลาร์เศษ ซึ่งระหว่างที่นั่งอยู่บนเครื่องบิน ไม่ได้มีท่าทีวิตกในเรื่องคดีแต่อย่างใด ซึ่งมีการพูดคุยอย่างตามปกติ แม้มีสีหน้าที่อิดโรยและเรียบเฉย


รวมคำให้การส่งอัยการ 2 พ.ย.


พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวว่า นายราเกซพร้อมให้ปากคำกับในทุกประเด็นในรายละเอียดต่างๆ คาดว่าหลังนี้จะได้ข้อมูลเพิ่มเติมในบางประเด็นที่จำเป็น และเป็นสิทธิ์ผู้ต้องหาจะให้การอย่างไรหรือไม่ หลังจากนั้น ผู้ต้องหาจะได้พักผ่อนจนถึงเวลา 09.00 น.จะนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญากรุงเทพใต้


ผู้สื่อข่าวถามว่า หากนายราเกซพาดพิงถึงนักการเมืองคนใด ต้องเรียกตัวมาสอบปากคำหรือไม่ พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวว่า ผู้ต้องหามีสิทธิ์ที่จะให้ ตำรวจมีหน้าที่รวบรวมคำให้การทั้งหมด คาดว่าน่าจะรวบรวมคำให้การทั้งหมดส่งพนักงานอัยการได้ในวันจันทร์ (วันที่ 2 พฤศจิกายน) ทั้งนี้นายราเกซไม่ได้ร้องขอเจ้าหน้าที่ดูแลอะไรเพิ่มเติม และยังแสดงความพอใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ลงเครื่องบิน จนกระทั่งถึงกองปราบปราม


เวลา 08.00 น. พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต ที่ปรึกษา (สบ 10) พล.ต.ท.พงศพัศ  พ.ต.อ.สุพิศาล เข้าไปพูดคุยกับนายราเกซ อีกครั้ง จนถึงเวลา 08.05 น. ตำรวจคอมมานโด กองปราบปราม คุ้มกันนายราเกซซึ่งนอนอยูาบนเตียงรถเข็นออกจากห้องควบคุมกองปราบปรามขึ้นรถตู้พยาบาลโรงพยาบาลตำรวจ ไปศาลอาญากรุงเทพใต้ มีรถยนต์คอมมานโดกองปราบปราม 4 คัน และรถตู้ทั้งหมด 3 คัน ดูแลความความปลอดภัย  โดยขบวนรถขึ้นทางด่วนบริเวณจตุจักร แต่ระหว่างนั้นรถตู้ 1 ใน 3 คันที่นำตัวนายราเกซไปศาล เกิดเหตุไซเรนร่วงหล่น ทำให้รถคณะผู้สื่อข่าวที่ติดตามต่างหลบกันโกลาหล แต่โชคดีไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น


ยื่นขอฝากขัง 12 วันค้านประกัน


เวลา 08.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อถึงศาลอาญากรุงเทพใต้ พ.ต.ท.สมชาย โพธิ์สุวรรณ พนักงานสอบสวน สบ3 กก.5 กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) ยื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาลใจความว่า เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2552 ตำรวจได้รับตัวนายราเกซไว้ตามคำสั่ง สตช.ที่ 538/52 โดยจับนายราเกซที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อควบคุมตัวมาศาล สำหรับพฤติการณ์แห่งความผิดคือ เมื่อระหว่างวันที่ 2 มีนาคม 2538 ถึง 20 กรกฎาคม 2538 นายราเกซ เป็นที่ปรึกษานายเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด (มหาชน) หรือบีบีซี ผู้ต้องหาคดียักยอกทรัพย์บีบีซี ซึ่งได้รับมอบหมายผู้ดูแลครอบครองทรัพย์และจัดการทรัพย์กับดำเนินกิจการของธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ ได้ร่วมกันกับนายเกริกเกียรติ กระทำผิดหน้าที่


"โดยทั้งสองได้ร่วมกันอนุมัติสินเชื่อเงินเชื่อแก่บริษัท ซีตี้เทรดดิ้ง จำกัด เป็นเงิน 1,657 ล้านบาท ซึ่งบริษัทดังกล่าวมีนายเกริกเกียรติ เป็นผู้มีส่วนได้เสียอยู่ โดยไม่เคยตรวจสอบกลั่นกรองการขออนุมัติ และได้ให้สินเชื่อไปโดยไม่ผ่านคณะกรรมการสินเชื่อ เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ตลาดหลักทรัพย์มาตรา 307, 308, 309, 311, 313, 314 ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ บัดนี้พนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวครบ 48 ชั่วโมงแล้วแต่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ยังต้องสอบพยานอีก 2 ปาก จึงขอฝากขังเป็นเวลา 12 วันและขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากได้สร้างความเสียหายแก่ระบบเศรษฐกิจอย่างร้ายแรง กับเป็นชาวต่างชาติ เกรงว่าจะหลบหนีและสร้างความยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน"


ศาลอนุญาต-คุมตัว รพ.ราชทัณฑ์


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายราเกซถูกนำไปห้องพิจารณาคดีที่ 406 โดยมีแพทย์ ทนายความที่ปรึกษากฎหมาย เพื่อนสนิท 3 คน กับหน่วยคอมมานโดไปอารักขา ศาลได้ออกพิจารณาคำร้อง และอ่านคำร้องให้ฟัง นายราเกซไม่คัดค้านการฝากขัง แต่แถลงว่ามีอาการป่วยขอนอนที่โรงพยาบาล ศาลถามแพทย์ ซึ่งแพทย์โรงพยาบาลตำรวจแถลงว่า ไม่ขัดข้อง ศาลจึงมีคำสั่งให้อนุญาตให้ฝากขัง 12วันตามคำขอและให้นำตัวไปควบคุมที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลกลางราชทัณฑ์  โดยไม่ให้ผู้สื่อข่าวหรือช่างภาพเข้าไปภายในตัวอาคารของศาลแต่อย่างใด


ด้านพล.ต.ต.นพ. อรรณพันธ์ พรมณฑารัตน์  รองนายแพทย์ใหญ่รพ.พต. ซึ่งเป็นผู้ตรวจร่างกายนายราเกซ กล่าวว่า นายราเกซชีพจรปกติ ความดันโลหิตปกติ กินอาหารได้ และได้นอนหลับนาน3ชั่วโมง ยืนยันว่าสุขภาพอยู่ในเกณฑ์ดี และสามารถพักตัวที่รพ.ของราชทัณฑ์ได้


ตร.สรุปสอบยังให้การปฏิเสธ


พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวว่าในการสอบสวนที่กองปราบปรามที่ผ่านมามีทนายความ และล่ามร่วมกับพนักงานสอบสวนในการสอบสวนด้วย จึงอาจทำให้การสอบสวนล่าช้าไปบ้าง แต่ก็สอบสวนไปเรื่อยๆถึงรุ่งเช้า ระหว่างนั้นนายราเกซหลับบ้าง พักผ่อนบ้างเป็นระยะๆ ในส่วนของการประกันตัวถ้าหากมีการยื่นคำร้องขอจะคัดค้าน  เนื่องจากเป็นคดีใหญ่ที่มีการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน อีกทั้งตัวนายราเกซก็หลบหนีการจับกุมเป็นเวลานานหลายปีแล้ว


เมื่อถามว่าอาการของนายราเกซเป็นอย่างไรบ้าง พล.ต.ท.พงศพัศกล่าวว่าเท่าที่ตรวจสอบนายราเกซไม่ต้องเข้าไปนอนโรงพยาบาลเรือนจำ เพราะนายราเกซมีสติ สัมปะชัญญะ เรื่องต่างๆดี และการสอบสวนของพนักงานสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว เช้าวันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พล.ต.อ.ปานศิริ จะรวบรวมการสอบปากคำ และเอกสารอื่นๆที่เกี่ยวข้องนำส่งให้อัยการต่อไป ในส่วนของสำนวนคงไม่สามารถก้าวล่วงได้ แต่เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ แต่ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี 


ส่งตัวรพ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ


พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวว่าทางพนักงานสอบสวนจะทำการตรวจสอบผลพิมพ์ลายนิ้วมือของนายราเกซ คาดว่า 1-2 วันน่าจะเสร็จสิ้น และศาลสั่งให้นำนายราเกซไปควบคุมและรักษาตัวที่โรงพยาบาลของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร โดยทาง พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ รักษาการแทน ผบ.ตร. มีความห่วงใยในเรื่องนี้ และขอบคุณสื่อมวลชน อัยการ ตัวแทนอัยการ และกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงผู้เกี่ยวข้อง โดยไม่มีผู้ใดยื่นขอประกันตัวแต่อย่างใด จากนี้จะมีการเรียกสอบพยานที่เกี่ยวข้องในคดีต่อไป จากนั้น เวลา10.05 น. ตำรวจคอมมานโด  นำตัวนายราเกซ ขึ้นรถตู้ไปส่งที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร  ถนนงามวงศ์วาน โดยมีรถกองทัพนักข่าวตามมานับสิบคัน


ผบ.คุกห่วงสั่งแยกขัง-คุมใกล้ชิด


เวลา 10.30 น. นายโสภณ ธิติธรรมพฤกษ์ รักษาการผู้บัญชาการเรือนจำกลางพิเศษกรุงเทพฯ เปิดเผยหลังจากตำรวจคุมตัวนายราเกซมาส่งว่า นายราเกซผู้ต้องขังมีอาการป่วย จึงต้องแยกตัวจากผู้ต้องขังทั่วไปและจะจัดให้ไปอยู่ในสถานพยาบาลที่ทางเรือนจำเตรียมเอาไว้ให้ ส่วนขั้นตอนต่างๆในการรับตัวผู้ต้องขังเป็นไปตามขั้นตอนปกติของผู้ต้องขังทั่วไป และทางเรือนจำเป็นห่วงด้านความปลอดภัยของนายราเกซอย่างมาก จึงต้องเตรียมเจ้าหน้าที่ผู้คุมตามประกบนายราเกซขณะที่ถูกคุมขังอย่างใกล้ชิด  ส่วนเรื่องตำรวจจะส่งสำนวนฟ้องให้กับอัยการในวันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายนที่นี้ อาจไม่ต้องนำตัวนายราเกซไป เนื่องจากมีระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ในการสอบสวนผู้ต้องหาจากทางเรือนจำไปยังศาล


อยู่แดนพยาบาล-ตรวจเข้มอาหาร


ด้านนายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า ทางเรือนจำจะแยกนายราเกซออกจากผู้ต้องขังรายอื่นให้อยู่แดนพยาบาลของเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เนื่องจากมีแพทย์เวร เฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด กำชับให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอาหารของนายราเกซอย่างละเอียด เพื่อความปลอดภัย  และยังจัดหาผู้ช่วยผู้คุมมาดูแลนายราเกซ ส่วนเรื่องภาษาคงไม่มีปัญหา เพราะเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ก็พอสื่อสารเข้าใจ และที่ผ่านมาเรือนจำพิเศษกรุงเทพ มีความผู้ต้องขังชาวต่างชาติ ถูกคุมขังอย่างต่อเนื่อง ไม่น่าจะมีปัญหา ส่วนการเข้าเยี่ยมของญาติต้องรอให้ถึงวันทำการของราชการ วันหยุดไม่สามารถเข้าเยี่ยมได้


มีสิทธิขอศาลรักษานอกเรือนจำ


นายกอบเกียรติกล่าวว่า หลักเกณฑ์การดูแลผู้ต้องขังป่วยในเรือนจำนั้น กรมราชทัณฑ์ไม่ได้มีระเบียบการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังป่วยเป็นพิเศษ จะพิจารณาเป็นรายๆ ตามความเห็นของแพทย์ หากเป็นโรคร้ายแรงต้องใช้เครื่องมือทางการแพทย์ จะนำตัวออกจากเรือนจำ ไปส่งที่ทัณฑสถาน โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลมาตรฐาน มีอุปกรณ์การแพทย์ พร้อมสำหรับผ่าตัดใหญ่ได้ ส่วนกรณีนำตัวไปรักษาภายนอกเรือนจำหรือไม่ เป็นดุลพินิจของแพทย์ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่เรือนจำ หากผู้ต้องขังเห็นว่าไม่ได้รับการปฏิบัติที่ดี แล้วใช้เป็นเหตุขอประกันตัว ก็เป็นสิทธิของผู้ต้องขัง แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล เบื้องต้นอาการไม่น่าเป็นห่วง


นายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า ยืนยันนายราเกซจะไม่ได้รับสิทธิพิเศษเหนือผู้ต้องขังทั่วไป โดยมาตรการดูแลความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกในเรื่องทั่วไป กระทำขึ้นเพื่อชื่อเสียงของประเทศไทย ไม่ให้ถูกต่างชาติวิจารณ์เกี่ยวกับมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องขังในเรือนจำ


"ราเกซ"เครียดไม่พูดไม่กินมื้อเย็น


เวลา 16.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทนายความและญาติของนายราเกซ นำของใช้ส่วนตัว ผลไม้ และยาประจำตัว มาฝากเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯไว้ให้นายราเกซ ทั้งนี้ รายงานข่าวระบุว่า ภายหลังนายราเกซถูกส่งเข้าเรือนจำได้เกิดอาการเครียด และมีสีหน้าอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด ไม่ยอมพูดจาและกินอาหารเย็นที่ทางเรือนจำจัดไว้ให้ ดื่มเพียงน้ำเปล่า และกินผลไม้ ทางเจ้าหน้าที่เรือนจำให้ผู้ต้องขังที่พูดภาษาอังกฤษได้ และคดีผู้ต้องขังคดีเช็ค เข้ามาอยู่ร่วมกับนายราเกซ เพื่อสื่อสารและพูดคุย เป็นเพื่อน


เครดิต :
เครดิต :เนื้อหาข่าว คุณภาพดี หนังสือพิมพ์มติชน


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์