3ก.ย.43รัฐวิสาหกิจผละงาน เอกชนนักวิชาการสื่อถกใหญ่

43 รัฐวิสาหกิจประกาศเริ่ม 3 ก.ย.หยุดผลิต-บริการสาธารณูปโภคทั้งระบบ เริ่มจากตัดน้ำ-ไฟสำนักงานตำรวจทั่วประเทศ ก่อนไปหน่วยราชการ รวมไปถึงบ้านรัฐมนตรี ขสมก.พร้อมหยุดวิ่ง 3,000 คัน จนกว่า "สมัคร" จะลาออก ผู้ว่าการการรถไฟฯ เคลียร์เปิดเส้นทางเดินรถสายอีสานสำเร็จ กมธ.คมนาคมขู่สหภาพแรงงาน หากไม่อยากถูกฟ้องเรียกค่าเสียหาย-เลิกจ้าง ให้กลับเข้าทำงานภายใน 3 วัน

กรณีนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ยืนยันผ่านรายการสนทนาประสาสมัครและการประชุม 2 สภาร่วมว่าจะไม่ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเรียกร้องนั้น ล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 1 กันยายน ที่ทำการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) มีการประชุมวาระเร่งด่วนเพื่อออกมาตรการตอบโต้นายสมัคร โดยมีแกนนำสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ 43 องค์กร เข้าร่วมหารือ นำโดยนายสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาธิการ สรส. นายศิริชัย ไม้งาม ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฝผ.) ในฐานะแกนนำพันธมิตรรุ่น 2 นายสมศักดิ์ มานพ รองประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย นายบุญมา ป๋งมา รองประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) โดยใช้เวลาในการประชุมกว่า 2 ชั่วโมง

 นายสาวิทย์แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุม สรส.มีมติร่วมกันชัดเจนทั้ง 43 องค์กร ซึ่งมีสมาชิกกว่า 2 แสนคน จะพร้อมใจนัดหยุดงานและหยุดกระบวนการผลิตด้านสาธารณูปโภคและสาธารณูปการทั่วประเทศในวันที่ 3 กันยายนนี้เป็นต้นไป จนกว่ารัฐบาลทั้งชุดจะลาออกและยุติบทบาททางการเมือง โดยจะเริ่มตั้งแต่มาตรการตัดน้ำ ตัดไฟ โทรศัพท์ในหน่วยงานราชการ โดยเฉพาะหน่วยงานด้านความมั่นคง เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค หน่วยงานราชการกระทรวง ศาลากลาง ฯลฯ 


นายสาวิทย์กล่าวว่า โดยจะให้กระทบประชาชนน้อยที่สุด เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดการหยุดสายส่งไฟฟ้า ประปาทั่วประเทศ เพราะจะทำให้ประเทศตกอยู่ในความมืด นอกจากนี้จะมีมาตรการตัดสัญญาณโทรศัพท์บ้านตามหน่วยราชการและรัฐมนตรีในรัฐบาลนี้ รวมทั้งจะมีมาตรการดีเลย์เวลาขึ้นลงของสายการบินทั่วประเทศ ที่สำคัญในส่วนของ ขสมก.จะหยุดเดินรถร้อยละ 80 นอกจากนี้ยังมีพนักงานออมสินที่เป็นสมาชิกสหภาพ 7,500 คน พร้อมปฏิบัติการตามมติของ สรส.ด้วยการหยุดงานด้วย ในส่วนของการหยุดเดินขบวนรถไฟ ก็ยังคงต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง   

 “วันนี้เราทำตามเจตนารมณ์ที่มี เพราะรัฐบาลได้ใช้ความรุนแรงในการจัดการผู้ชุมนุมที่เข้ามาร่วมกันอย่างสงบ พยายามปลุกปั่นให้มีกลุ่มเพื่อต่อต้านกลุ่มพันธมิตรให้เห็นว่าขาดความชอบอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นต้องลาออกสถานเดียว เรียกว่าวันนี้คือวันเผด็จศึก เราให้โอกาสมาแล้วหลายครั้ง แต่รัฐบาลยังดื้อด้าน หน้าหนา ก็ไม่ออก ถ้าไม่ออกเราก็จะมีการดำเนินการอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะลาออก ยอมรับการกระทำดังกล่าวนี้เป็นกระทบต่อประชาชนบ้าง แต่ก็พยายามหลีกเลี่ยงให้มากที่สุด ขอให้พี่น้องเข้าใจด้วย เราทำเพื่อประเทศชาติ ไม่ใช่ทำเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง หลังวันที่ 3 กันยายน สรส.จะมีการประเมินสถานการณ์อีกครั้งและพร้อมที่ดำเนินการเต็มรูปแบบกว่านี้ คิดว่าไม่น่าเกินวันที่  5 กันยายน นายสมัครจะตัดสินใจลาออก” นายสาวิทย์กล่าว  

 นายสมศักดิ์กล่าวว่า มาตรการของสายการบินไทยนั้นมีหลายมาตรการ เบื้องต้นจะทำในลักษณะดีเลย์เครื่องขึ้นลงหรือลดเที่ยวบินลงจากทั้งหมด 90 ลำ แน่นอนว่าจะกระทบต่อระบบการขนส่ง ธุรกิจ และการท่องเที่ยวของไทย เนื่องจากเครื่องบินขึ้นลงนั้นเชื่อมโยงเครือข่ายทั่วโลก แต่วันนี้จำเป็นจริงๆ และถึงเวลาแล้วที่จะต้องทำ หากรัฐบาลยังไม่ลาออกจะส่งผลให้เกิดความเสียหายมากไปกว่านี้แน่นอน    

 นายธรรมรัตน์ รำขวัญ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสากิจประปาส่วนภูมิภาค กล่าวว่า จะเลือกตัดน้ำในส่วนของสำนักงานตำรวจทุกแห่งทั่วประเทศนำร่องไปก่อน ส่วนหน่วยงานราชการอื่นนั้นค่อยทยอยดำเนินการภายหลังการประชุมในสหภาพ เพราะชัดเจนว่ารัฐบาลได้ทำเลยเถิดก่อให้เกิดความขัดแย้งรุนแรง และหาก สรส.มีมติอย่างไร เราก็จะดำเนินการไปตามนั้นทุกประการ

 นายบุญมากล่าวว่า ในช่วงเช้าวันที่ 3 กันยายนเป็นต้นไป รถเมล์จะหยุดการเดินรถในพื้นที่ กทม.โดยเหลือรถเมล์ครีมแดง ซึ่งเป็นรถเมล์ฟรีไว้บริการเพียง 800 คัน จากทั้งหมด 3,800 คัน แต่หากรัฐบาลยังดื้อด้านจะหยุดเดินรถทั้งหมด ยกเว้นรถร่วมบริการเนื่องจาก ขสมก.ไม่สามารถควบคุมได้

 นายสนาน บุญงอก ประธานสหภาพ ขสมก. กล่าวว่า สหภาพจะไม่หยุดเดินรถ และไม่หยุดงานวันที่ 3 กันยายนนี้ เพราะขณะนี้ยังไม่ทราบมติของสหพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจแรงงาน หากรัฐบาลยังไม่ใช้ความรุนแรงในการสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยรถโดยสาร ขสมก.ยังคงให้บริการตามปกติทุกเส้นทาง

สหภาพธนาคารยังดูท่าที

 นายสมบัติ โกแมนพิชัย ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า สหภาพธนาคารไม่มีมติให้พนักงานเข้าร่วมชุมนุมกับพันธมิตร เนื่องจากธนาคารกรุงไทยเป็นสถาบันการเงินที่ให้บริการประชาชน หากพนักงานธนาคารลาหยุด จะกระทบต่อการให้บริการ และทำให้ประชาชนเดือดร้อน แต่หากพนักงานจะใช้สิทธิ์ลาหยุดเพื่อเข้าร่วมชุมนุมก็สามารถทำได้ โดยให้ถือเป็นสิทธิ์ส่วนบุคคล แต่จะต้องไม่อ้างถึงสหภาพแรงงานธนาคาร

 นางพรรณวดี อัมพุช เลขานุการสหภาพแรงงาน ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า สหภาพแรงงานธนาคารยังไม่ได้มีการหารือหรือมีมติหยุดงานเพื่อเข้าร่วมชุมนุมในขณะนี้ โดยจะมีการหารืออีกครั้งภายหลังจากนายชัยสิทธิ์ สุขสมบูรณ์ ประธานสหภาพแรงงานธนาคารและสหพันธ์แรงงานธนาคารและการเงินแห่งประเทศไทย กลับมาในวันพุธที่ 3 กันยายนนี้

 นางสุวาณี แก้วแกมทอง ประธานสหภาพแรงงานทหารไทย ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า สหภาพธนาคารยังไม่มีการพิจารณาในเรื่องของการให้วันหยุดแก่พนักงาน เพื่อเข้าร่วมชุมนุมกับพันธมิตรตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด ซึ่งเมื่อวันทีท 31 สิงหาคม หลังจากมีกระแสข่าวออกมาประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารได้สอบถามถึงกระแสข่าวดังกล่าว และได้ให้อิสระในการตัดสินใจ แต่สหภาพมีแนวทางอย่างไรให้แจ้งกับธนาคารด้วย ขณะเดียวกันตนได้ส่งจดหมายแจ้งพนักงานว่าสหภาพยังไม่มีมติดังกล่าว การลาหยุดเพื่อเข้าร่วมชุมนุมอาจจะกระทบต่อการให้บริการลูกค้าได้

 อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวแล้วก็ไม่เห็นด้วยต่อการใช้ความรุนแรงในการสลายการชุมนุม ซึ่งแนวทางในระยะต่อไป สหภาพจะพิจารณาแนวทางให้พนักงานธนาคารเข้าร่วมชุมนุมหรือไม่ก็ต่อเมื่อสหภาพของธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งมีมติอนุญาตให้พนักงานของแต่ละธนาคารหยุดงานเพื่อเข้าร่วมชุมนุมและขอร้องมายังสหภาพแรงงานทหารไทย

 นายธวัชชัย ยงกิตติกุล เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า หากสหภาพแรงงานธนาคารมีการหยุดงานจริงก็ถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะบริการธนาคารมีความอ่อนไหวต้องติดต่อกับผู้รับเงินและส่งเงินทั้งในประเทศและต่างประเทศ หากบริการต่างๆ หยุดชะงักจะสร้างความเสียหายได้ ดังนั้นขอให้ฝ่ายจัดการของธนาคารหารือกับสหภาพธนาคารแต่ละแห่ง เพื่อไม่ให้การหยุดงานของพนักงานมีผลกระทบต่อการบริการประชาชน

 ส่วนการที่พนักงานธนาคารจะหยุดงานเพื่อเข้าร่วมชุมนุมนั้น เป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ สามารถทำได้ แต่ขอให้พิจารณาให้รอบคอบ อย่าให้การใช้สิทธิ์ไปกระทบต่อการให้บริการของธนาคาร

ประธาน ร.ฟ.ท.ขอหารือบอร์ดก่อนลาออก

 ส่วนกรณีที่สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) หยุดเดินรถไฟทั่วประเทศเพื่อเข้าร่วมกับกลุ่มพันธมิตร ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม ที่ผ่านมา รวมระยะเวลา 5 วัน ทำให้การรถไฟฯ ต้องเสียรายได้รวมกว่า 60 ล้านบาท 

 นายสมศักดิ์ บุญทอง ประธานกรรมการ ร.ฟ.ท. กล่าวว่า ภายใน 1-2 วันนี้ จะเรียกประชุมคณะกรรมการ ร.ฟ.ท.เพื่อหารือถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจากกรณีที่พนักงาน ร.ฟ.ท.ส่วนหนึ่งยื่นใบลาป่วยพร้อมกัน จนส่งผลให้ ร.ฟ.ท.ต้องหยุดให้บริการเดินรถบางเส้นทางเป็นการชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจจะยื่นใบลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่ เพราะต้องรอฟังความคิดเห็นจากที่ประชุมคณะกรรมการ ร.ฟ.ท.ก่อนจะพิจารณาตัดสินใจ ยอมรับว่ารู้สึกท้อและไม่สบายใจที่ไม่สามารถแก้ปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อความเดือดร้อนของประชาชนได้

 นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องการลาออกของคณะกรรมการ ร.ฟ.ท. ต้องรอรายละเอียดหรือหนังสือลาออกอย่างเป็นทางการ ก่อนจะพิจารณาว่าจะอนุมัติหรือไม่

"ยุทธนา" เคลียร์เปิดเดินรถสายอีสาน

 ส่วนแนวทางแก้ไขปัญหา หลังจากที่นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการ ร.ฟ.ท.เดินทางไปเจรจากับตัวแทนสหภาพที่สถานีปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์ และสถานีแก่งคอย จ.สระบุรี เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ที่ผ่านมา ส่งผลให้ช่วงเช้าวันที่ 1 กันยายน การรถไฟฯ สามารถเปิดเดินรถไฟได้ 22 ขบวน ส่วนใหญ่เป็นสายเหนือและชานเมือง ส่วนสายอีสานยังคงมีปัญหาอยู่ เนื่องจากที่สถานีรถไฟนครราชสีมา กลุ่มสหภาพใช้ขบวนรถไฟปิดเส้นทางการเดินรถไปยังภาคอีสานตอนบน

 ล่าสุดเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 1 กันยายน นายยุทธนา ทรัพย์เจริญ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย พร้อมคณะ เดินทางไปเจรจากับพนักงานขับรถไฟและช่างเครื่องกว่า 100 คน ที่ห้องประชุมกองที่ทำการวิศวกรกำกับการกองลากเลื่อนเขต 2 นครราชสีมา โดยมีนายสำเริง ตุกเตียน วิศวกรโรงงานเป็นตัวแทนเพื่อขอร้องให้เปิดการเดินรถไฟสายอีสาน โดยใช้เวลา 30 นาที ผลการเจรจากลุ่มพนักงานขับรถและพนักงานรถจักรประจำขบวนรถต่างๆ พร้อมใจกันยกมือโหวตให้เปิดการเดินรถสายอีสาน ในเย็นวันที่ 1 กันยายน เป็นต้นไป จากนั้นพนักงานขับรถไฟและช่างเครื่องกว่า 100 คน รวมทั้งพ่อค้า แม่ค้าภายในสถานีรถไฟ ได้ช่วยกันเข็นขบวนรถไฟ 3 ขบวน ที่จอดขวางรางรถไฟออก

 จากนั้นนายยุทธนาเดินทางไปเจรจากับนายสาธร สินปรุ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ ร.ฟ.ท. สาขานครราชสีมา และแกนนำสหภาพ 10 คน ที่ที่ทำการสหภาพซึ่งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟนครราชสีมา 400 เมตร โดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปสังเกตการณ์

 นายยุทธนาเปิดเผยหลังการเจรจาว่า ผลการเจรจากับพนักงานขับรถและช่างเครื่องที่กองวิศวกรช่างกลฯ นครราชสีมาเป็นไปด้วยดี ทุกคนยินดีจะเปิดการเดินรถไฟสายอีสาน โดยจะเปิดเดินรถท้องถิ่นในเส้นทางนครราชสีมา-สุรินทร์ ขบวนที่ 233 และสายนครราชสีมา-บัวใหญ่ ออกเวลา 18.30 น.วันที่ 1 กันยายน และนครราชสีมา-หนองคาย ในช่วงเวลา 06.15 น.วันที่ 2 กันยายน รวมถึงขบวนรถไฟที่วิ่งจากกรุงเทพฯ ผ่านนครราชสีมา ปลายทาง จ.อุบลราชธานีและ จ.สุรินทร์ ก็จะเปิดเดินรถตามปกติรวม 5 ขบวน ตั้งแต่คืนวันที่ 1 กันยายน จากนั้นก็จะทยอยเปิดการเดินรถในทุกขบวนตามปกติ โดยจะมีตำรวจและพนักงานประจำรถคอยดูแลความปลอดภัยในการเดินรถทุกขบวน

 นายสาธรกล่าวว่า นายยุทธนามาเยี่ยมเยียนเพราะพวกตนลาป่วยกันมาก แต่ที่นายยุทธนาให้เปิดการเดินรถนั้นพวกตนจะไม่นำขบวนรถไฟไปจอดขวางรางอีกเพราะผิดกฎหมาย คงต้องเปิดการเดินรถไปก่อน ตอนนี้สมาชิกบางคนก็ขอลาป่วยเพิ่มอีก 2 วัน ส่วนเรื่องที่ถูกผู้บริหาร ร.ฟ.ท.ตั้งกรรมการสอบสวนวินัยผู้ที่ลาป่วยโดยไม่มีเหตุผลและเข้าร่วมชุมนุมกับพันธมิตรนั้น สหภาพจะไม่ตอบโต้ เพราะการลาป่วยนั้นเป็นสิทธิ์ของแต่ละคน ส่วนในช่วงวันลาใครจะไปร่วมกับพันธมิตรก็เป็นสิทธิ์ส่วนบุคคล ไม่สามารถไปบังคับได้

กรรมาธิการคมนาคมขู่ให้เลิกจ้าง

 ที่รัฐสภา ว่าที่ ร.ต.พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ประธานคณะกรรมาธิการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายอำนวย คลังผา ส.ส.ลพบุรี นายสถาพร มณีรัตน์ ส.ส.ลำพูน พรรคพลังประชาชน กรรมาธิการ ร่วมกันแถลงข่าวกรณีการนัดหยุดงานของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งสร้างความเสียหายและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ จึงเรียกร้องให้พนักงานที่หยุดงานกลับเข้าทำงานตามปกติภายใน 3 วัน นับจากวันนี้ หากหยุดงานนานเกินกว่านี้ คณะกรรมาธิการคมนาคมจะเรียกผู้ว่าการ ร.ฟ.ท.เข้าชี้แจง และเรียกร้องให้มีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากผู้กระทำผิด โดยให้เลิกจ้างเพื่อรับสมัครพนักงานใหม่ทดแทนพนักงานที่ถูกตัดชื่อออก

 นายอำนวยกล่าวว่า ประชาชนได้ร้องเรียนมายังคณะกรรมาธิการว่าได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากจากการหยุดงานของพนักงานรัฐวิสาหกิจ โดยเฉพาะการรถไฟ ซึ่งหยุดวิ่งทั้งหมด 76 เที่ยวมูลค่าความเสียหายวันละ 60 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาก็ประสบภาวะขาดทุนหลายหมื่นล้านบาท แต่พนักงานกลับหยุดงาน ดังนั้นพนักงานเหล่านี้ควรจะลาออกไป เพื่อให้เปิดรับสมัครพนักงานใหม่มาปฏิบัติงานให้มีกำไรต่อไปในอนาคต หากไม่มีการดำเนินการอะไร ผู้ว่าการรถไฟฯ จะต้องรับผิดชอบ

นักวิชาการระดมสมองแก้วิกฤติชาติ

 รายงานข่าวแจ้งว่า ในวันที่ 3 กันยายนนี้ จะมีการประชุมภาคเอกชน นักวิชาการ และองค์กรสื่อครั้งใหญ่ เพื่อหาทางออกให้แก่วิกฤติของประเทศ สืบเนื่องจากกลุ่มนักวิชาการ สื่อสารมวลชน และตัวแทนภาคธุรกิจ จากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และธุรกิจท่องเที่ยว ร่วมกันหารือและประเมินสถานการณ์ประเทศ อย่างไม่เป็นทางการ

 ทั้งนี้ที่ประชุมลงความเห็นว่า การเมืองของประเทศ กำลังเดินเข้าสู่ "ทางตัน" หลังจากที่ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ประกาศกลางรัฐสภาว่าจะไม่ลาออก และยุบสภา ขณะที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ประกาศที่จะยึดทำเนียบรัฐบาล ชุมนุมอย่างต่อเนื่อง หากนายสมัครยังไม่ยอมลาออกจากตำแหน่ง ขณะเดียวกันสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจจำนวน 43 แห่งได้ประกาศนัดหยุดงานและประท้วงด้วยการตัดน้ำ ตัดไฟ

 ที่ประชุมลงความเห็นร่วมกันว่า ภาวการณ์เช่นนี้ มีโอกาสที่จะก่อให้เกิดความรุนแรง เป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ขึ้นในประเทศได้ ดังนั้นจึงได้นัดหมายนักวิชาการ สื่อสารมวลชน ตัวแทนจากนักธุรกิจกลุ่มต่างๆ ในวันที่ 3 กันยายนนี้ เพื่อระดมสมองและหาทางออกให้แก่ประเทศ


เครดิต :
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดยหนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์