สมเจตน์เชื่อ ทักษิณไม่ถึงเป้า ประเทศสงบยาก

           แนะรัฐบาลใช้กฎหมายให้เป็นกฎหมาย เชื่อคลิปเสียงนายกฯแค่จัดฉากทำลายความเชื่อถือผู้นำ “บรรณวิทย์”จี้นายกฯเร่งหาคนทำคลิปมาลงโทษก่อนจะขาดความน่าเชื่อถือ...

           พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม อดีตหัวหน้าสำนักงานเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กล่าวถึงกรณีกลุ่มคนเสื้อแดงเลื่อนการชุมนุมออกไปว่า วัตถุประสงค์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และเครือข่ายยังไม่บรรลุเป้าหมาย คือไม่ต้องการให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ติดคุก และอยากได้เงินที่อายัดทรัพย์ไว้คืน ถ้าเป้าหมายไม่บรรลุไม่มีหนทางใดที่ พ.ต.ท.ทักษิณ และเครือข่ายจะหยุดพฤติกรรมที่จะสร้างความปั่นป่วนให้ประเทศ การชุมนุมหรือการแต่งชุดดำประท้วง เป็นวิธีทำให้เกิดความวุ่นวายผู้บริหารไม่มีโอกาสบริหารประเทศได้ ก็จะมัวแต่ยุ่งกับขบวนการที่ก่อความวุ่นวาย


          ส่วนคลิปเสียงนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่สั่งการให้สลายการชุมนุมเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมานั้น พล.อ.สมเจตน์ กล่าวว่า เป็นวิธีการทำลายความน่าเชื่อถือ และทำอะไรหลาย ๆ อย่าง  ไม่ให้เชื่อในรัฐบาล  ขณะนี้มีเทคโนโลยีหลายอย่างแอบอ้าง แม้กระทั่งการแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ ก็มีการแอบอ้างสารพัด ดังนั้นต้องใคร่ครวญให้ดีว่า เหตุการณ์จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ เราต้องดูพฤติกรรมนายกรัฐมนตรีว่าเป็นมีพฤติกรรมกร้าวร้าวหรือเปล่า คนที่สุภาพเรียบร้อย จะไปพูดให้มันรุนแรงเป็นไปไม่ได้ ขณะที่คนที่มีพฤติกรรมกร้าวร้าวรุนแรงจะมาพูดให้ดียิ่งเป็นไปไม่ได้


          ด้าน พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นเพียงกิจกรรมเท่านั้น รัฐบาลต้องดำเนินการให้กลุ่มคนเสื้อแดงปฏิบัติตามกรอบของกฎหมายไม่จำเป็นจะต้องออก พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เพราะมันทำให้เกิดผลกระทบกับประชาชน ทั้งนี้รัฐบาลต้องพูดความจริงว่า การออก พ.ร.บ.ดังกล่าว เพราะกลัวเกิดความรุนแรง หรือบอกประชาชนว่า  การออก พ.ร.บ.ทำให้การดำเนินชีวิตของประชาชนต้องลำบากขอให้เสียสละเพื่อชาติก็น่าจะดีกว่า


          พล.ร.อ.บรรณวิทย์ ยังกล่าวถึงคลิปเสียงนายกรัฐมนตรี ว่า ใครเป็นผู้กระทำ นายกรัฐมนตรีต้องชี้แจงให้ประชาชนทราบข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร หากไม่รีบดำเนินการนายกรัฐมนตรีจะขาดความน่าเชื่อถือ เพราะถ้าไม่ทำเรื่องนี้ให้ชัดเจนหน่วยงานต่างๆ ก็อาจจะถูกหางเลขไปด้วย เวลานี้กองทัพถูกกล่าวหาแล้วว่า อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง  หากนายกรัฐมนตรีเชื่องช้า  ก็จะไม่เป็นผลดีและประชาชนเริ่มเกิดความสงสัย.


เครดิต :
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดยหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์