ก.ต.ช.ชี้ ผบ.ตร.คนใหม่ต้องผ่านการยอมรับ วางใจได้-เหมาะสมสถานการณ์ อำนาจนายกฯเสนอปทีปซ้ำได้


นายนพดล อินนา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านพัฒนาองค์กร คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.)  กล่าวเมื่อวันที่ 21  สิงหาคม ว่า การประชุมก.ตร.ที่ออกมาผลเป็นอย่างไรตนตอบไม่ได้เพราะเป็นผลลับ  จากนี้จ้องดำเนินการในการคัดเลือกผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)คนต่อไปต่อ เพราะองค์กรต้องมีผู้นำ ซึ่งจะเมื่อไหร่นั้นก็อยู่ที่มติของก.ต.ช.ว่าจะได้เมื่อไหร่ ซึ่งประเด็นการเลือกผบ.ตร.นั้นให้อำนาจ 2 ส่วน อำนาจแรกเป็นอำนาจของ นายกรัฐมนตรีที่จะเสนอรายชื่อนายตำรวจยศพล.ต.อ.ขึ้นมาเป็น ผบ.ตร. อำนาจที่ 2 เป็นของก.ต.ช.ทุกคน ที่มีสิทธิ์ตัดสินใจว่าจะเห็นด้วยตามที่นายกรัฐมนตรีเสนอหรือไม่ มีสิทธิ์รับรู้วิสัยทัศน์ รับรู้ข้อมูลของคนที่ได้รับการเสนอชื่อ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ


เมื่อถึงกระแสข่าวการล๊อบบี้ ก.ต.ช. ก่อนเสนอชื่อผบ.ตร. นั้น นายนภดล กล่าวว่า  ตนได้รับการโปรดเกล้าฯให้ดำรงตำแหน่งก.ต.ช. ขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุด  ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรตำรวจและประชาชนมากที่สุด 
เมื่อถามว่า การเลือกผบ.ตร.ครั้งนี้ปัญหาเกิดใช้ปัจจัยทางการเมืองในการคัดเลือก นายนพดลกล่าวว่า ปัจจัยการเมืองตนไม่ยุ่ง เป็นเรื่องที่พรรคร่วมรัฐบาลต้องไปทำความตกลงกันเอง


“สำหรับผม คนจะมาเป็นผบ.ตร.ต้องมีความรู้ ความสามารถเป็นที่ประจักษ์ เป็นที่ยอมรับของข้าราชการตำรวจ 200,000 คน  น่าจะเอาคนที่ประชาชนวางใจได้ เป็นที่พึ่งพิงได้ และต้องเหมาะกับปัจจัยรอบด้าน สถานการณ์ที่เป็นอยู่ด้วยว่าเหมาะสมหรือไม่  โดยส่วนตัวมองว่าคนที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นผบ.ตร. อาจจะไม่ต้อง พล.ต.อในตร.ทุกคน ซึ่งขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีใครบ้างที่มีคุณสมบัติ ต้องแสดงวิสัยทัศน์ให้ ก.ต.ช.ได้เห็นว่าคิดอย่างไร มีนโยบายอย่างไร จะปฏิบัติอย่างไร เหมือนการเลือกอธิการบดีของมหาวิทยาลัย คนที่มีสิทธิ มีคุณสมบัติจะต้องแสดงวิสัยทัศน์ต่อสภามหาวิทยาลัย เพื่อให้กรรมการสภาฯได้เห็น และได้ใช้ดุลพินิจจากข้อมูล เหมือนผมเป็นอาจารย์จะให้เกรดเอกับนักศึกษาต้องเห็นผลงานของเขาเสียก่อน นักเรียนต้องแสดงผลงานทุกคน แล้วผมถึงจะตัดสินได้ว่าใครควรได้เกรดเอ นี่คือความคิดเห็นส่วนตัวที่ผมอยากให้เกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ตามก็เคารพในเสียงส่วนใหญ่” หนึ่งในก.ต.ช.กล่าว


เมื่อถามถึงปัจจัยเรื่องความอาวุโสที่เป็นประเพณีถือปฏิบัติกันมาในตร. นายนพดล กล่าวว่า  ในกฎหมายไม่ได้ระบุว่าต้องเป็นไปตามลำดับอาวุโส  แต่เราจะดูกฎหมายเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ต้องพิจารณาเรื่องอื่นไม่ว่าจะเป็นประเพณี  ธรรมเนียม ความรู้ ความสามารถ ความเหมาะสมกับสถานการณ์ทางการเมือง สังคมขณะนี้ด้วย  อย่างไรก็ตาม การการเลือกผบ.ตร.ครั้งนี้จะมีการแสดงวิสัยทัศน์ของผู้มีสิทธิ์ขึ้นเป็นผบ.ตร.หรือไม่ อยู่ที่นายกรัฐมนตรีว่าละใช้วิธีการอย่างไร 


ขณะที่แหล่งข่าวในก.ต.ช. เปิดเผยว่า การเสนอชื่อพล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จนมีการโหวต ลงคะแนน จนผลออกมาว่าก.ต.ช.แล้วนั้น ถือว่า การเสนอชื่อพล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) ผ่านไปแล้วก.ต.ช.ได้พิจารณาแล้ว  แต่ทั้งนี้กฎหมายไม่ได้ระบุว่า นายกรัฐมนตรีจะเสนอชื่อซ้ำไม่ได้ กฎหมายบอกเพียงว่า ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้คัดเลือกรายชื่อแล้วเสนอให้ก.ต.ช.เห็นชอบ ดังนั้น ก็ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีว่า จะเสนอชื่อพล.ต.อ.ปทีปขึ้นมาอีกหรือไม่ หรือจะเสนอใครขึ้นมาเทียบเคียง


เครดิต :
เครดิต :เนื้อหาข่าว คุณภาพดี หนังสือพิมพ์มติชน


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์