ทักษิณหลอกใช้สื่อสร้างภาพ...ไม่ได้ดั่งใจ หันมาใส่ไคล้

กรุงเทพธุรกิจ

17 สิงหาคม 2549 18:59 น.
ทักษิณ ชินวัตร บอกว่า "ผมไม่ค่อยได้รับความเป็นธรรมจากสื่อบางฉบับ บางคอลัมน์...." และบอกต่อว่า "บางฉบับก็ดี แต่บางคอลัมน์แย่ เพราะเป็นขาประจำ ผมเลยทำอะไรผิดหมด ซึ่งต้องขอร้องว่าช่วยกรุณาให้ความเป็นธรรม ไม่ต้องเชียร์ไม่ต้องชม แต่ขอให้เป็นกลาง..." นี่คือคำพูดของรักษาการนายกฯ ที่เพิ่งเอ่ยชื่อหนังสือพิมพ์สองสามฉบับก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่วันทำนองว่าเป็น "ขาประจำ"

ทักษิณ ไปพูดว่าอะไรคนกรุงเทพฯ ระหว่างทัวร์นกขมิ้นอีสานหรือ?

"อันนี้ ผมพูดอย่างนี้...บางคนที่มีการศึกษายังไปเชื่อคนซึ่งไม่ค่อยดี พูดอะไรเลอะเทอะ อันนี้ผมก็พูดแค่สั้นๆ ผมเสียใจจริงๆ สื่อหลายฉบับโดยเฉพาะฉบับขาประจำก็มาเขียนว่าผมว่าคนกรุงเทพฯ...ผมบอกว่าขนาดคนอยู่กรุงเทพฯ คนเรียนหนังสือดี บางคนไปเชื่อ...น่าจะตรวจสอบข้อมูลก่อน จะได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร เช่นเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องหนี้สิน ไม่ได้ดูตัวเลข ไม่ได้ดูอะไรเลย ไปเชื่อคนที่ยุยงปลุกปั่น..."

ก่อนจะกล่าวหาสื่อ ทักษิณ ต้องรู้ว่าทุกประโยคที่เขาพูดในที่สาธารณะนั้นนักข่าวบันทึกเอาไว้อย่างละเอียด...ก็เพราะรู้ว่าทักษิณจะ "แว้งกัด" เมื่อพูดอะไรออกไปโดยที่ตัวเองไม่เคยไตร่ตรองก่อนและเมื่อมีปฏิกิริยาในทางลบกับตัวเองก็จะพาลหาเรื่องสื่อทุกครั้งไป

ทักษิณ พูดที่มหาสารคาม ระหว่างเดินทางตระเวนอีสานกับเหนือเมื่อสัปดาห์ก่อนตอนหนึ่งว่าอย่างนี้

"วันนี้ ปัญหาของคนไทยคือการโดนหลอก แม้กระทั่งคนมีความรู้ยังโดนหลอกง่าย ใครไม่รู้มาหลอกก็เชื่อ คนกรุงเทพฯ เรียนหนังสือสูง ผมยังเสียดายปริญญาที่ได้มา โดนคนไม่ดีหลอกด้วย ตรงนี้น่าห่วง ถ้าเรามีข้อมูลใครมาหลอกก็ไม่ได้..."


ตอนพูดกับชาวบ้านไม่ได้คิดให้รอบคอบเสียก่อน พูดเสร็จแล้วค่อยมาแก้คำพูดของตัวเอง แต่แทนที่จะบอกว่า "ผมขอโทษที่พูดให้เข้าใจผิด" กลับมาโยนบาปใส่สื่อมวลชนซึ่งมีหน้าที่เพียงแค่รายงานว่ารักษาการนายกฯ คนนี้พูดอะไรบ้าง

ผมย้อนกลับไปอ่านหนังสือพิมพ์หลายฉบับที่รายงานข่าวชิ้นนี้ ก็มีข้อความตรงกัน และถ้าหากบทความที่เห็นในสื่อจะวิจารณ์ว่าทักษิณ พูดอย่างนี้เท่ากับดูถูกคนกรุงเทพฯ ที่เรียนหนังสือมาก แต่กลับถูกหลอกได้ง่าย ก็ย่อมเป็นสิทธิของคนไทยที่จะแสดงความคิดเห็น

การแสดงความเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยของประชาชนต่อผู้นำของตนเองนั้น เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนทักษิณมาอ้างว่า "ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากสื่อบางฉบับ" ก็ต้องถามว่า เขารายงานข่าวผิดจากที่ทักษิณ พูดไปหรือไม่ ถ้าไม่ตรง ทักษิณ มีสิทธิจะแก้ข่าว แต่ถ้าเขารายงานถูกคำต่อคำ การตีความและการแสดงความเห็นที่ตามมาในคอลัมน์ ความเห็นไม่ว่าจะเป็นคนทำข่าวเองหรือเจ้าของประเทศคนอื่นๆ ก็ย่อมเป็นสิทธิของทุกคน

ไม่ต่างอะไรกับสิทธิที่ทักษิณใช้ในการวิจารณ์ใครต่อใครที่ไม่เห็นด้วยกับตัวเองอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน ("ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ" บ้าง "พวกไม่รู้จริง" บ้าง "นักวิชาการที่ควรจะกลับไปห้องสมุด" บ้าง "พวกไม่รักชาติ" บ้าง...มากมายก่ายกอง)

จะว่าไปแล้ว สื่อถูกทักษิณหลอกใช้เพื่อเป้าประสงค์ทางการเมืองของเขาเองมากเกินควรด้วยซ้ำไป...วันนี้พูดว่าจะเว้นวรรค อีกวันหนึ่งบอกว่าเปลี่ยนใจแล้ว ต่อมาอีกวันหนึ่งก็ "อ้อน" กับสื่อ ขอคะแนนสงสารผ่านสื่อ แต่อีกวันก็กระแทกแดกดันสื่อหาว่าไม่ให้ความเป็นธรรม

ความจริง สื่อที่รับผิดชอบต่อประชาชนไม่จำเป็นต้องให้ทักษิณ "แย่งเนื้อที่ข่าว" ด้วยการสร้างกิจกรรมให้เป็นข่าวทุกฝีก้าว เพราะหากสื่อไม่ให้เนื้อที่มากมายเช่นนั้น รอให้ทักษิณ ตัดสินใจว่าจะเว้นวรรคหรือไม่เว้นวรรค แล้วค่อยรายงานให้ชัดเจนต่อสังคม ก็น่าจะไม่ต้องให้ทักษิณ "หลอกใช้" เนื้อที่ข่าวที่ควรจะนำไปเสนอข่าวสารที่เป็นสาระต่อประชาชนได้มากกว่า

เพราะหลายๆ ข่าวของทักษิณ นั้น เป็นเรื่องน่าเบื่อ น่าเซ็ง และน่ารำคาญ ต่อประชาชนคนอ่านมากกว่าจะเป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง


หัวหน้าข่าวมืออาชีพจะบอกคุณได้ว่าหลายๆ ข่าวที่เกี่ยวกับทักษิณ นั้น ไร้คุณค่าข่าวตามมาตรฐานสากลด้วยซ้ำไป

หัวหน้าข่าวบางคนบอกผมว่า อีกหน่อยจะเสนอให้เป็น "ข่าวโหล" หรือ "ข่าวพูล" ให้สอดคล้องกับแนวทาง "ประหยัดพลังงาน" ของประเทศ คือสื่อทั้งหลายตกลงจะส่งนักข่าวติดตามทักษิณไปแค่ทีมเดียว...ได้เสียง ภาพ และรายงานข่าวที่บันทึกเอาไว้หมด...พิมพ์แล้วก็แจกเหมือนข่าวของกรมประชาสัมพันธ์ เจ้าตัวจะมาปฏิเสธทีหลังไม่ได้อีกต่อไป

เป็นการเสนอข่าวที่ "ให้ความเป็นธรรม" อย่างเสมอภาคในทุกสื่อเช่นกัน


เพราะ "ข่าวรูทีนหรือข่าวโหล" อย่างนี้ไม่จำเป็นต้องขึ้นหน้าหนึ่งให้เปลืองเนื้อที่ของคนอ่านอย่างที่เห็นอยู่ทุกวันนี้

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์