รมว.คลังยันร่างงบประมาณกลางปีระบุแหล่งที่มารายได้ชัด นายกฯเผยหารือกฤษฎีกาแล้วไร้ปัญหา


รมว.คลังแจงร่างพ.ร.บ.งบประมาณกลางปี ระบุแหล่งรายได้เพื่อชดใช้เงินคงคลัง 1.9 หมื่นล้านมาจากภาษี แต่ไม่บอกเป็นภาษีตัวไหน นายกฯเผยหารือกับ " กฤษฎีกา " แล้ว มั่นใจไม่มีปัญหา ผอ.สศค. คาดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันได้ 1.2 หมื่น และภาษีแวตได้เพิ่มอีก 6 พันล้าน หลังใช้งบฯกระตุ้นเศรษฐกิจ

 
นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ เมื่อวันที่ 25 มกราคม กรณีที่ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี 2552 อาจมีปัญหาเนื่องจากระบุแหล่งที่มาของเงินจำนวน 19,000 ล้านบาท ที่จะนำมาชดเชยเงินคงคลังไม่ชัดเจนว่าจะนำมาจากเงินกู้ หรือการเก็บภาษี ว่า รัฐบาลได้ปรึกษากับคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วว่า เวลาเสนองบกลางปีหรืองบประมาณประจำปี ตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องระบุไว้อย่างไร เรื่องนี้กระทรวงการคลังต้องรับหน้าที่ชี้แจงต่อไป
 
นายอภิสิทฌิ์กล่าวว่า ส่วนแนวคิดเรื่องการกู้เงินจากต่างชาติ ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน ว่าจะต้องกู้หรือไม่ และจำนวนเท่าไร เป็นเพียงช่องทางที่เตรียมไว้รองรับหากต้องใช้เงินเพิ่มเติมจริงๆ เลยให้กระทรวงการคลังเตรียมไว้ก่อน แต่ยืนยันว่าถ้ากู้เงินจริง จะให้ตัวเลขหนี้สาธารณะอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ แต่จะไม่สูงถึงร้อยละ 60 อย่างที่เป็นข่าว
 
ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับผู้สื่อข่าว " มติชน " ถึงความชัดเจนในการระบุที่มาเงินชดใช้เงินคงคลัง จำนวน 19,139,476,300 บาท ในมาตรา 21 ของร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2552 ที่จะเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรในสัปดาห์นี้ ว่า เรื่องนี้ คงไม่มีปัญหาอะไร เพราะเป็นเรื่องทางเทคนิค ในการเขียนกฎหมายเท่านั้น ขณะนี้ก็มีการระบุว่าชัดเจนว่าแหล่งที่มาของรายได้ จะนำมาจากภาษี
 
ผู้สื่อข่าวถามว่า ภาษีตัวไหนที่จะนำมาชดเชย นายกรณ์ กล่าวว่า ในทางปฎิบัติก็ไม่จำเป็นที่จะต้องระบุตัวภาษีที่จะนำมาใช้ด้วย เพราะเงินงบประมาณ ก็มาจากรายได้ภาษีอยู่แล้ว  
 
เมื่อถามย้ำว่า จะเป็นกลุ่มภาษีที่ยังเก็บไม่เต็มเพดานใช่หรือไม่ นายกรณ์ กล่าวว่า ขอให้รอดูความชัดเจน ในการเสนอเรื่องต่อสภาผู้แทนราษฎรก็แล้วกัน ซึ่งสัปดาห์นี้ ก็จะมีการนำเสนอเรื่องแล้ว
 
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวในกรณีเดียวกันว่า ที่ผ่านมารัฐบาลมีการนำเงินคงคลังมาใช้อย่างต่อเนื่อง และมีการชดใช้คืน เมื่อมีรายได้ทางด้านภาษีก็จะรีบนำส่งคืนทันทีและมีการกู้ แต่ในเมื่อสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาบอกแล้วว่า การตั้งงบฯเพื่อชดใช้เงินคงคลังจะต้องมาจากรายได้ของรัฐบาลเพียงอย่างเดียว ส่งผลให้ไม่สามารถกู้เงินมาชดใช้ได้ ดังนั้นรัฐบาลก็จะไม่กู้ในส่วนเงินชดใช้เงินคงคลัง เนื่องจากงบฯกลางปีจำนวน 1 แสนล้านบาท ได้ประเมินแล้วว่าน่าจะทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ดีขึ้น และน่าจะทำให้รายได้ทางด้านภาษีมูลค่าเพิ่ม(แวต) ของรัฐเพิ่มขึ้นประมาณ 6,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันก็จะมีรายได้จากภาษีสรรพสามิตน้ำมันอีกประมาณ 12,000 ล้านบาท หลังยกเลิกการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ดังนั้น กระทรวงการคลังก็จะใช้รายได้ดังกล่าวมาเป็นตัวชดใช้เงินคงคลังที่ตั้งไว้ คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาแต่อย่างใด  


เครดิต :
เครดิต :เนื้อหาข่าว คุณภาพดี หนังสือพิมพ์มติชน


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์