มาร์คบอกCNNถ้าปัญหาทุเลา จะยุบสภาคืนอำนาจปชช.

"มาร์ค"บอกCNNถ้าปัญหาทุเลา จะยุบสภาคืนอำนาจปชช.
ปชป.ยอมเฉือนเนื้อเหลือ 16 เก้าอี้ ยันเสร็จ 18 ธ.ค.

"มาร์ค"บอกCNNถ้าปัญหาทุเลา จะยุบสภาคืนอำนาจปชช. ตื้นตันโปรดเกล้าฯ นั่งนายกฯ
ลั่นจะปกป้องสถาบัน ทำงานให้คนทั้งชาติ ยุติการแบ่งสี-แยกฝ่าย ปชป.ยอมเฉือนเนื้อเหลือ 16 เก้าอี้ แลกเก้าอี้พาณิชย์กับภท.ไม่สำเร็จ "สุเทพ"ยันจัดเสร็จ 18 ธ.ค.
ยอมนั่งมท.1ไม่ควบรองนายกฯ คนนอกนั่ง รมว.กลาโหม "กรณ์"พร้อมรับตำแหน่งขุนคลัง

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีตนักศึกษา มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด
ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีของไทย ภายหลังชนะเสียงสนับสนุนในสภา
ด้วยความช่วยเหลือจากส.ส.อดีตพรรคร่วมรัฐบาล


นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์กับนาย แดน ริเวอร์ส ผู้สื่อข่าวซีเอ็นเอ็นว่า
จะฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ทรุดโทรม
เรียกนักลงทุนและนักท่องเที่ยวกลับมา และคืนความปรองดองกับฝ่ายตรงข้าม
หลังจากช่วงเวลาวุ่นวายในทางการเมืองของประเทศ และเรากำลังเดินหน้าคืนสู่
"ดินแดนแห่งรอยยิ้ม

      

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีการบุกยึดทำเนียบรัฐบาลและสนามบินนานาชาติในกรุงเทพมหานครว่า  เราได้เรียนรู้จากอดีต ตนผมมั่นใจว่าชาวไทยทุกคนเสียใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และจะไม่ปล่อยให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่ต้องจัดเก็บบ้านให้เป็นระเบียบ

      
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีการต่อรองกับกลุ่มเพื่อนเนวิน เพื่อให้เข้าร่วมรัฐบาล
แต่เห็นว่ากลุ่มเพื่อนเนวินต้องการแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ทหารไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล และตนก็ไม่เคยเดินทางเข้าพบ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบกแต่อย่างใด


ส่วนกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงแสดงความไม่พอใจ ภายหลังที่นายอภิสิทธ์ได้รับการโหวตเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ปฏิกิริยาดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่ได้คาดไว้ ซึ่งเป็นแสดงให้เห็นความจำเป็น ที่รัฐบาลใหม่ต้องมีแผนที่ดีสำหรับการคืนความสามัคคี


นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า ถ้าเลือกได้ ตนต้องการให้มีการจัดการเลือกตั้งทั่วไป
แต่เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ได้รับเสียงสนับสนุนข้างมากจาก ส.ส.ตามระบอบรัฐสภา
ก็พร้อมทำหน้าที่ผู้นำประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชน เมื่อสามารถแก้ไขวิกฤติที่เกิดขึ้นแล้ว ก็พร้อมที่ยุบสภาและคืนอำนาจให้ประชาชนเพื่อเลือกตั้งใหม่


"บัญญัติ"กล่อม"สุเทพ" เลขาฯพรรคต้อง มท.1

รายงานข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์ ถึงการจัดสรรเก้าอี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.)
ล่าสุดเมื่อคืนวันที่ 17 ธันวาคมว่า มีกระแสข่าวว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
เลขาธิการพรรค ได้เข้าหารือกับนายบัญญัติ บรรทัดฐาน
กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคว่า จะไม่ขอรับตำแหน่ง
รมว.มหาดไทย แต่จะขอนั่งรองนายกฯด้านความมั่นคงเท่านั้น
เพื่อลดความขัดแย้งการแย่งเก้าอี้ภายในพรรค และขอให้นายบัญญัติ
เป็น รมว.มหาดไทยแทน แต่นายบัญญัติ ปฏิเสธ เนื่องจากมีส.ส.
หลายคนที่รอคิวจะได้ตำแหน่ง  และแนะนำว่า ตามยุทธศาสตร์ทางการเมือง
ตำแหน่งเลขาธิการพรรคควรจะนั่งเก้าอี้นี้เอง
ดังนั้นนายสุเทพจึงมีท่าทีตอบรับตำแหน่งดังกล่าว โดยไม่ควบตำแหน่งรองนายกฯ
 

ส่วนอีกเก้าอี้ที่ยังมีปัญหาไม่ลงตัว คือ กระทรวงพาณิชย์ ที่เดิมเป็นโควต้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.)
หรือมัชฌิมาธิปไตย แต่ ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าควรดึงกลับมาดูแลเอง
และได้วางตัวนายเกียรติ สิทธีอมร นั่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 
แต่พรรคภูมิใจไทยยืนยันที่จะไม่แลกกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)
ทำให้ในช่วงบ่ายนายสุเทพได้ไปหารือกับ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มมัชฌิมา
และได้ยอมตกลงให้กระทรวงพาณิชย์เป็นโควต้าของพรรคภูมิใจไทย
 

"แกนนำพรรคหลายคนไม่พอใจ เนื่องจากเห็นว่ากระทรวงพาณิชย์เป็นกระทรวงหลักในการแก้ไข
ปัญหาเศรษฐกิจ และที่สำคัญไทยจะเป็นประธานการประชุมอาเซียน รมว.พาณิชย์
จะต้องรับหน้าที่เป็นประธานรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจของที่ประชุมอาเซียน
จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอยู่ในการดูแลของพรรค ทำให้ต้องมีการเรียกประชุมแกนนำพรรคอีกครั้งในช่วงบ่าย
แต่ก็ยังไม่สามารถตกลงกันได้ กระทั่งในช่วงเย็น หลังจากที่เสร็จพิธีรับพระราชโองการฯ
นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ส.ส.สัดส่วน ได้มีการเรียกหารือคณะทำงานด้านเศรษฐกิจอีกครั้ง
ก่อนที่จะยื่นข้อเสนอให้ผู้บริหารพรรคได้ทบทวนปัญหาดังกล่าวอีกครั้ง"

ปชป.ยอมเฉือนเนื้อเหลือ 16 เก้าอี้

รายงานข่าวระบุว่า สำหรับกระทรวงที่มีความชัดเจนแล้วคือ นายกรณ์ จาติกวณิช นั่ง รมว.คลัง
ส่วน รมช.คลัง เป็นโควต้าคนนอกที่อยู่ระหว่างการทาบทาม และอีก 1 เก้าอี้เป็นของนายประดิษฐ์
ภัทรประสิทธิ์ เลขาธิการพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็น รมว.มหาดไทย
โดยมีนายถาวร เสนเนียม เป็น รมช.มหาดไทย ส่วนอีก 1 เก้าอี้เป็นของกลุ่มเพื่อนเนวิน
ที่ยังคงช่วงชิงกันกับพรรคเพื่อแผ่นดิน ส่วน รมว.กลาโหม ยังคงเป็นของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
อดีต ผบ.ทบ. นายไพฑูรย์ แก้วทอง ส.ส.สัดส่วน เป็น รมว.แรงงาน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช
เป็น รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโยลี นายวิฑูรย์ นามบุตร เป็น รมว.ทส. นายเทอดพงษ์ ไชยนันท์
เป็น รมว.สาธารณสุข นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.ยุติธรรม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์
เป็น รองนายกฯ ควบ รมว.ศึกษาธิการ นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ เป็น รมช.ศึกษาธิการ
ส่วนนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ดูแลด้านสื่อสารมวลชน
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ดูแลด้านกฎหมาย
และนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ นั่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ส่วนนายนิพนธ์ พร้อมพันธ์
นั่งประธานสภาที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี


ส่วนตำแหน่งที่ยังไม่ชัดเจน คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่แม้จะมีชื่อนายกษิต ภิรมย์
อดีตเอกอัครราชทูตเข้าชิงอยู่ แต่มีกระแสข่าวว่ายังมีการทาบทามคนนอกอยู่
ซึ่งขณะนี้มีชื่อของนายสาโรจน์ ชวนะวิรัช อดีตปลัดกระทรวงต่างประเทศ
เคยทำงานร่วมกับรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์มาก่อน นอกจากนี้ยังมีสมาชิกบางส่วน
เตรียมเสนอชื่อนายเกียรติ สิทธีอมร หลังจากที่พลาดเก้าอี้กระทรวงพาณิชย์เข้าชิง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศด้วย

 ส่วนนายธีระ สลักเพชร ส.ส.ตราด และนายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง อยู่ระหจะได้นั่งเก้าอี้
รมว.วัฒนธรรม และ รมช.พาณิชย์

คนใดคนหนึ่ง หากนายธีระ อาจจะได้ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
แต่ถ้าเป็นนายสาธิตก็จะไปนั่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์  ขณะที่โควตาของกทม.
ยังมีปัญหากันระหว่าง นายองอาจ คล้ามไพบูรณ์ กับ นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค ส.ส.กทม.
ซึ่งหากนายองอาจได้รับการคัดเลือก ก็จะไปนั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคม
และความมั่นคงของมนุษย์


สัญญาสังคมโลกฟื้นฟูภาพลักษณ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในตอนท้ายนายอภิสิทธิ์ได้กล่าวเป็นภาษาอังกฤษเพื่อสื่อสาร
ไปยังนานาประเทศทั่วโลก ด้วยการยอมรับว่า การชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลชุดที่
ผ่านมาด้วยการปิดกั้นท่าอากาศยานดอนเมืองและสุวรรณภูมินั้น
ทำให้ภาพลักษณ์ของการเป็นดินแดนแห่งรอยยิ้ม ดินแดนแห่งเสรี
และดินแดนแห่งโอกาสนั้นถูกทำลายเสียหายไป พร้อมยืนยันว่า
การกระทำเช่นนั้นเป็นเรื่องของอดีต จะไม่มีวันเกิดขึ้นมาอีกแล้ว


"ถือเป็นความตั้งใจอย่างยิ่งยวดของผมที่จะฟื้นฟูภาพของประเทศไทย
ซึ่งมิตรทั่วโลกเคยรู้จักมักคุ้นกลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง"  นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า
ไม่เพียงต้องการยุติการประท้วงและการปะทะซึ่งกันและกันที่เคยทำให้ทั้งประเทศ
หวั่นกลัวตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่ยังจะนำประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าทั้ง
ในทางการเมืองและทางเศรษฐกิจอีกด้วย


เครดิต :
เครดิต :เนื้อหาข่าว คุณภาพดี หนังสือพิมพ์มติชน


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์