การเมืองยุคโลกร้อน แก๊ง 3 ป.ทำคลอดครม.สีเขียว

เปิดเกมสู้กันแบบ "นาทีต่อนาที" การเมืองไทยเวลานี้ หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำพิพากษาตัดสินยุบ 3 พรรค

คือ พลังประชาชน ชาติไทย และมัชฌิมาธิปไตย ยุติเกมการเมืองก่อนเกิด "นองเลือด" ถือเป็นการ "สลายขั้วรัฐบาล" ที่มีพรรคพลังประชาชนเป็นแกนจัดตั้ง ปรากฏการณ์สังคมไม่เอาการเมือง "ขั้วนอมินี" ในนาม "เพื่อไทย" บ้านหลังใหม่ของ ส.ส.พลังประชาชน ทำให้ถนนการเมืองเริ่มเบนมาที่ "พรรคแม่พระธรณีบีบมวยผม"

เวลานี้ "ดวงผู้นำประเทศ" คนที่ 27 มาจับจ้องอยู่ที่ "หน.มาร์ค" อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อย่างเต็มที่

เว้นแต่จะมี "ปัจจัยภายใน" ที่เป็นเงื่อนไขเรื่อง "มือ" ที่จะมายกให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลจะบอกว่า "สุดขั้วเกินไป" ก็อาจจะต้องเฟ้น "ม้ามืด" ขึ้นมาเสียบแทน ขณะที่การเคลื่อนของ "บิ๊กป๊อก" พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเข้ามามีบทบาทต่อการเมืองไทยเวลานี้ไม่น้อย เริ่มจากออกโรงมาระดมผู้คนระดับแกนนำทั้งภาครัฐและเอกชนมาร่วมถกปัญหาบ้านเมืองก่อนมีมติให้ "ครม.สมชาย" ยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน และล่าสุด "บิ๊กการเมือง" ยังยกคณะเข้า "เขตทหารหวงห้าม" เป็นว่าเล่น...!?

โดยเฉพาะ "ซีกฝ่ายค้าน" ที่พยายามฉวยโอกาส "ดึงพรรคร่วมรัฐบาล" จัดตั้ง ครม.แข่งกับ "ซีกนอมินี"

ส่งผลให้ คุณหญิงพจมาน ดามาพงษ์ อดีตภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องบินด่วนกลับไทยมาเคลียร์ปัญหาด้วยตัวเอง หลังถูก "กลุ่มเพื่อนเนวิน" กว่า 37 ชีวิต ตลบหลัง "หมดเวลาที่ผู้มีอำนาจจะกลับประเทศด้วยการใช้ประชาชน..." วลีเด็ดจากปากเนวิน

เล่นเกมต่อรองสถานภาพทางการเมือง ด้วยการออกมาประกาศจุดยืน "ไม่เอา" เนวิน ชิดชอบ ผู้นำกลุ่มเพื่อนเนวิน เป็นสัญญาณว่า "กลุ่มเพื่อนเนวิน" แตกหักกับคนที่อยู่ต่างแดนแล้ว

ด้วยการสลับขั้วไปอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่ง "เนวิน" ต้องหันไปจับมือกับ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" เลขาธิการพรรค ปชป.ทั้งๆ ที่คนคู่นี้เคยห้ำหั่นกันทางการเมืองกันมาชนิดแทบ "ไม่มองหน้า" กันมาแล้ว ในยุคของ "แก๊งออฟโฟร์" เรืองอำนาจ "เนวิน" ก็ผงาดขึ้นมาทะมึนอยู่เบื้องหลังการเมืองไทย และเมื่อถึงคราวที่ "แก๊ง 3 ป." อุบัติขึ้นมา ไม่น่าเชื่อว่า "เนวิน" ยังสามารถเกาะกระแสและเสาะหาเหตุผลมากล่าวอ้างเพื่อกลับมาผงาดได้อีกครั้ง

การพลิกขั้วการเมืองที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ พูดกันว่า จะเป็นจริงไม่ได้หากไม่มี แก๊ง 3 ป. ที่ประกอบด้วย "พี่รักน้องเลิฟ"

ซึ่งโตมาด้วยกันจากหน่วย "ทหารเสือราชินี" นั่นคือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ทบ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสนาธิการทหารบก และ "บิ๊กป๊อก" มือประสานสิบทิศ เมื่อ "สีเขียว" จะยื่นมือเข้ามาสู่การเมือง แน่นอนว่าการทำอะไรต้องปรึกษาหารือกันต่อเนื่อง และเป็นความบังเอิญที่ทั้ง 3 คน มีบ้านพักอยู่ในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ จึงนัด "ดื่มกาแฟ" มื้อเช้า หรือนัดทานอาหารมื้อเย็น กันที่มูลนิธิปลูกป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ที่ตั้งอยู่ในกรมนั้นเอง โดยมูลนิธิแห่งนี้มี พล.อ.ประวิตร เป็นประธาน

สถานที่แห่งนี้ก็ถูกใช้เป็นสถานที่ "ถกการเมือง" มาตลอดห้วงที่ผ่านมา แม้กระทั่งล่าสุดที่ "บิ๊กการเมือง" เลี้ยวรถเข้าเขตหวงห้ามมาร่วมวงด้วย

คงปฏิเสธได้ยากสำหรับการชูพรรคประชาธิปัตย์ขึ้นเป็นรัฐบาลว่าไม่ใช่เป็นการเคลื่อนเพื่อ "ปิดเกม คมช." ที่ต้องตัดตอนทำให้ "เครือข่ายไทยรักไทย" ต้องสูญพันธุ์ทางการเมือง ตอนนี้อาจจะเห็นแค่รางๆ แต่ถ้าจะให้มั่นใจว่าใช่คงต้องดูหน้า "รมว.กลาโหม" ของรัฐบาลสีเขียวภายใต้การนำของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ต้องผ่านความเห็นชอบจาก "พล.อ.อนุพงษ์"

สะพัดกันทั้งกระทรวงว่า อาจจะได้เห็นชื่อ พล.อ.ประวิตร หรือ พล.อ.วินัย ภัททิยกุล อดีตเลขาธิการ คมช. มานั่งเก้าอี้ รมว.กลาโหม ก็เป็นได้

เห็นทีต้องรอวัดใจกันว่า "พรรคร่วมรัฐบาล" จะเล่นการเมืองแบบหันหลังกลับ 360 องศา เดินตามหลังตามพรรคประชาธิปัตย์ได้สักแค่ไหน !!

เครดิต :
เครดิต :เนื้อหาข่าว คุณภาพดี หนังสือพิมพ์มติชน


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์