แม้วลวงโลกจ้างคนเชียร์

แม้วลวงโลกจ้างคนเชียร์

โดย ผู้จัดการรายวัน 3 มีนาคม 2549 23:51 น.

บรรยากาศการปราศรัยใหญ่ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี และ พรรคไทยรักไทยที่ท้องสนามหลวง ในวันนี้ (3มี.ค.) เป็นไปตามคาดหมายมีประชาชนเข้าร่วมรับฟังหนาแน่นเต็มพื้นที่นับแสนคน ซึ่งตลอดทั้งวันมีประชาชนจากเดินทางด้วยรถบัสขนาดใหญ่เข้ามายังจุดพักที่พรรคไทยรักไทยจัดเตรียมไว้ให้เช่นลานพระบรมรูปทรงม้า สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่นดินแดง และ บางส่วนนำรถเข้ามาที่พื้นที่ก่อนจะมาสมทบกันที่สนามหลวงในช่วงเย็นส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนผู้ที่สัญจรไปมาจำนวนมาก

รายงานข่าวแจ้งว่า ประชาชนที่มาสนามหลวงวานนี้ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทย บางส่วนเป็นประชาชนที่จัดตั้งมามีผู้นำมาจากต่างจังหวัดและชุมนุนในเขตกรุงเทพและปริมณฑลส่วนใหญ่มีฐานะยากจนและประกอบอาชีพเกษตรกร ส่วนประชาชนกลุ่มอื่นๆที่มีจำนวนมากได้แก่กลุ่มวินมอเตอร์ไซต์ เป็นต้น

เมื่อมาถึงสนามหลวงประชาชนที่จัดตั้งมาจะมีฝ่ายจัดงานคอยจัดให้รวมตัวกันอยู่บริเวณแยกกันอย่างชัดเจนแบ่งเป็นภาคและจังหวัด

พ.ต.ท.ทักษิณ ขึ้นเวทีปราศรัยในช่วงเวลาประมาณ 19.00 น.เศษ ได้กล่าวตอนหนึ่งว่า ผู้มาชุมนุมวันนี้ เป็นผู้รักสันติ เป็นผู้รักประชาธิปไตย เขารู้สึกตื้นตันอย่างมากที่เห็นคนสนับสนุนจำนวนมากขนาดนี้ ยังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่ไม่สามารถมาได้ก็แสดงว่าประชาชนกลุ่มใหญ่ที่อยากจะเห็น ทักษิณ สู้ สู้

**โอละพ่อวงแตกม็อบหนีกลับบ้าน

รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะที่หัวหน้าพรรคไทยรักไทยขึ้นกล่าว ปรากฏว่าประชาชนกลุ่มใหญ่ได้ทยอยกันเดินออกจากสนามหลวงเพื่อกลับภูมิลำเนาทำให้พื้นที่บางส่วนของสนามหลวงว่างลงอย่างเห็นได้ชัดจากภาพถ่ายที่มีการถ่ายทอดสดผ่านทีวีจะเห็นว่ามีกระจุกตัวกันเป็นหย่อมๆ ไม่หนาแน่นเหมือนกับช่วงหัวค่ำ

เมื่อเวลาผ่านไปยิ่งมีผู้ชุมนุมลุกขึ้นเดินออกจากสนามหลวงมากขึ้น ขณะที่ฝ่ายจัดการของพรรคไทยรักไทยพยายามประสานแกนนำผู้นำประชาชนมาเกลี่ยกล่อมให้ประชาชนเหล่านั้นอยู่ต่อเพื่อแสดงให้เห็นว่าต้องการฟัง พ.ต.ท.ทักษิณพูด หรือไม่ก็ให้อยู่รอฟังหัวหน้าพรรคให้จบก่อน ขณะที่ผู้สื่อข่าวบางช่องของรัฐพยายามจะอธิบายว่า ประชาชนกลุ่มดังกล่าวมาจากต่างจังหวัดในพื้นที่ห่างไกลจึงขอกลับก่อน เพื่อไม่ให้ประชาชนที่รับชมการถ่ายทอดสดเข้าใจว่ายังมีผู้ชุมนุมอยุ่จำนวนมาก ก่อนที่จะสลายตัวไปในช่วงเวลาประมาณ 21.30 น.แต่เนื่องจากจราจรติดขัดมากจึงทุลักทุเลโกลาหลอย่างมาก

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามจากประชาชนคนหนึ่ง(ขอสงวนนาม) ระบุว่า ผู้นำที่พามาได้บอกว่าให้มาชุมนุมเพียงเท่านี้ ไม่ต้องอยู่รอให้งานเลิก เสร็จแล้วจะพาไปเที่ยวพัทยาต่อหลังจากรับเงินค่าจ้างแล้ว ขณะที่สอดคล้องกับประชาชนอีกจำนวนหนึ่งที่ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเช่นเดียวกัน

**แกนนำม็อบสุดกร่างขู่ผู้สื่อข่าว

ด้านมาตรการรักษาความปลอดภัยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล ประมาณ 500 นาย คอยรักษาความสงบเรียบร้อย โดยได้มีการตรวจตราอย่างเข้มงวด ส่วนบริเวณที่ปราศรัยได้มีการนำแผงเหล็กไปกั้นไว้โดยรอบ โดยมีประตูทางเข้าออกรวม 8 ประตู

ทั้งนี้ ตามบริเวณประตูทางเข้าต่างๆ ก็จะมีคนคอยแจกม้วนเสื่อรองนั่ง, กระดาษแข็งไว้สำหรับสวมหัว ซึ่งมีข้อความว่ารักทักษิณ, ธงชาติ รวมไปถึงจดหมายเปิดผนึกของ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้กับบรรดาประชาชนที่เข้ามาในบริเวณท้องสนามหลวง

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ผู้สื่อข่าวไปทำการบันทึกภาพรถบรรทุกสิบล้อซึ่งขนป้ายเชียร์ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่มีข้อความว่า ต้องการ ทักษิณเป็นนายก ต่อไป นั้น กลุ่มบุคคลที่อยู่บริเวณรถขนป้ายคันดังกล่าวได้ตะโกนถามว่าถ่ายภาพไปทำไม เป็นนักข่าวของผู้จัดการหรือไม่ ทำให้เป็นที่หวั่นเกรงของผู้สื่อข่าว เนื่องจากเป็นการแสดงพฤติกรรมข่มขู่อย่างชัดเจน

**แฉแม้วทำได้แค่จ้างคนมาเชียร์

สำหรับประชาชนที่เดินทางเข้ามาเมื่อสำรวจในทางลึกแล้วปรากฎว่า มีการจัดตั้งและจ่ายเงินค่าจ้างกันอย่างครึกโครม ตั้งแต่ 200 จนถึง 3,000 บาทขึ้นอยู่ระยะทาง ขณะที่ผู้เป็นนายหน้าจะรับกันตั้งแต่หัวละ 1,000 บาท ส่วนรถและอาหารจะมีผู้เตรียมไว้ให้อย่างครบครัน โดยคนขับรถจะได้รับค่าจ้าง 20,000-30,000 บาท (ดูตารางประกอบ) ซึ่งหากคำนวณอย่างหยาบเฉลี่ยที่หัวละ500 คน จำนวน 1 แสนคน ก็จะคิดเป็นเงินกว่า 50 ล้านบาท ไม่นับรวมกับค่าจ้างเหมารถ คนขับ อาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งจะสูงถึง 200-300 ล้านบาททีเดียว

ที่ จ.เชียงรายมีรายงานข่าวว่า นายยงยุทธ ติยะไพรัช จ้างคนเข้า กทม.โดยใช้รถอีแต๋น จาก อ.แม่จันทั้งหมด 25 คัน จ่ายคันละ 800 บาทต่อวันคนขับได้รับวันละ 300 บาท ซึ่งมีการเดินทางไปกันมาตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค.นอกจากนี้ยังบังคับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านให้ส่งสมาชิกตำรวจบ้าน เข้าร่วมชุมนุมตำบลละ 20 นาย แต่จะต้องอยู่ที่ กทม.อย่างต่ำ 1 เดือนจึงจะสามารถกลับบ้านได้

โดยจะได้รับค่าเบี้ยเลี้ยงคนละ 200 บาทต่อวัน พร้อมกับค่าอาหาร ค่าที่พัก และค่าน้ำมันรถอีกต่างหาก แต่หากหมู่บ้านใดไม่สนับสนุนคนมาชุมนุมหรือไม่ ส่งสมาชิกตำรวจบ้านตำบลละ 20 นายดังกล่าวมาก็จะถูกตัดงบประมาณในหมู่บ้านทุกอย่าง

จ.แพร่มีรายงานว่า มีการเกณฑ์คนในจังหวัดเดินทางโดยรถไฟจำนวน 10 ตู้ ที่สถานีบ้านปิน อ.ลอง จำนวน 2 ตู้ ที่สถานีเด่นชัยมีการลำเลียง 2 เที่ยวช่วงเวลา 19.00 น.ของวันที่ 2 มี.ค.และเวลา 02.00 น.ของวันที่ 3 มี.ค.เที่ยวละ 4 ตู้ โดยการระดมคนจาก จ.แพร่ครั้งนี้ ทางการรถไฟฯได้จัดรถมาให้โดยตรงเป็นตู้เสริม เป็นการอำนวยความสะดวกและบริการฟรีแก่ผู้โดยสารที่จะไปเชียร์ พ.ต.ท.ทักษิณ และจ่ายค่าเสียเวลาคนละ 300 บาท/วัน

ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น บรรดาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอำเภอต่างๆ ได้อ้างว่าจะจัดทัศนศึกษาพาประชาชน กว่า 10 คันรถ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่าผู้เดินทางไปครั้งนี้ได้รับเงินรายละ 1,200 บาท

***ฟาดหัวชาวกาญจน์คนละ5-600

มีรายงานข่าวจาก จ.กาญจนบุรี แจ้งว่า เมื่อช่วงเช้าวานนี้แกนนำจัดคนเชลียร์ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เกณฑ์ชาวบ้านในพื้นที่ อ.เมือง และอำเภอรอบนอกโดยจ่ายค่าหัวคนละ 500-600 บาท เพื่อเดินทางไปให้กำลังใจ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยใช้วิธีการบีบบังคับให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้ดำเนินการเกณฑ์ชาวบ้านเข้ามาหมู่บ้านละ 50-60 คน ทั้งๆ ที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้านบางพื้นที่ไม่เห็นด้วย แต่ก็จำใจต้องปฏิบัติตาม เพราะถือว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ และต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา

นายสมศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) ชาว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ซึ่งถูกเกณฑ์เข้ามาเปิดเผยว่า ตนและญาติพี่น้อง รวมทั้งแม่ของตนอายุ 68 ปีก็ถูกเกณฑ์ให้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ แต่ตนได้ปฏิเสธไป เพราะทางน้องชายที่อยู่ใน กทม.ได้แจ้งเข้ามาว่า อย่าไปรับเงินและไม่ควรตกเป็นเหยื่อของคนกลุ่มนี้ เพราะถ้ารับเงินแล้วเดินทางเข้าไปเชียร์ พ.ต.ท.ทักษิณ จะผิดกฎหมาย เพราะช่วงนี้ได้มีการเปิดรับสมัครการเลือกตั้งแล้ว

**กรุงเทพก็ไม่แพ้ต่างจังหวัด

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ได้รับแจ้งจากชาวบ้านย่าน ซ.วัดรวก ถ.จรัลสนิทวงศ์ 33 ว่า มีการแจกเงินชาวบ้านให้ไปฟังการปราศรัยของ พ.ต.ท.ทักษิณ หัวละ 800 บาท ขณะที่ชาวบ้านในละแวกไปรษณีย์บางกอกน้อย ได้รับแจกเงินหัวละ 300 บาท

ส่วนชาวบ้านย่านห้างสรรพสินค้าเทสโก้-โลตัส เอกมัย แจ้งว่า มอเตอร์ไซค์รับจ้างบริเวณดังกล่าว ได้รับเงินหัวละ 1,000 บาท เพื่อให้มาฟัง พ.ต.ท.ทักษิณ ขณะที่บางย่าน มีการนำข้าวสารถุงละ 2 กก.จำนวน 2 ถุง ไว้หน้าบ้านให้ทุกบ้านตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา
ส่วนชาวบ้านย่านคลองตัน เช่น ชุมชนโรงปูน ,ชุมชนเพชรพระราม ได้มีหัวคะแนนของพรรคไทยรักไทย จ่ายเงินให้ชาวบ้านหัวละ 200 บาท เพื่อให้มาฟังการปราศรัยของ พ.ต.ท.ทักษิณที่สนามหลวง
ขณะที่ในพื้นที่ จ.นนทบุรี มีการจ่ายค่าเสียเวลาในแก่ผู้ที่จะเข้าเชียร์ พ.ต.ท.ทักษิณคนละ 100 บาท โดยกลุ่มที่โดนเกณฑ์มามากที่สุด คือ กลุ่ม อสม.ซึ่งกำหนดให้แต่งตัวกันตามสบายเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต

***แฉรถ ตร.นำขบวนม็อบหนุน"แม้ว"

รายงานข่าวจาก จ.สมุทรสาคร แจ้งว่า กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในหลายพื้นที่ของ จ.สมุทรสาครได้เกณฑ์ชาวบ้านจำนวนหลายคันรถบัสเดินทางเข้ากรุงเทพฯตั้งแต่ช่วงบ่าย มุ่งหน้าเข้า กทม.โดยแหล่งข่าวระบุว่า ชาวบ้านที่ถูกเกณฑ์เข้า กทม.ครั้งนี้จะได้รับค่าเสียเวลาหัวละ 300-500 บาท โดยระหว่างการเดินทางได้รับการอำนวยความสะดวกอย่างดีจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเฉพาะรถบัสที่มีการเกณฑ์คนเข้า กทม.

***สัตหีบผ่านกำนัน-ผญบ.หัวละ500

แหล่งข่าวจากกลุ่มนักการเมืองท้องถิ่นในหลายพื้นที่ของภาคตะวันออกต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า พวกตนจะไม่ไปร่วมงานชุมนุม เพื่อให้กำลังใจ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะมีความรู้สึกว่าขัดกับความรู้สึก โดยในพื้นที่ จ.ระยองนั้น กำนันผู้ใหญ่บ้านทุกพื้นที่ไม่มีใครไปร่วมแน่นอน ที่สำคัญไม่มีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง หากใครไปจะต้องรับผิดชอบกันเอง และที่สำคัญ คือ ไม่เห็นด้วยกับวิธีการดังกล่าว ที่จะมาบีบบังคับให้ไปให้กำลังใจนายกฯ ควรที่จะให้เป็นไปตามตามรู้สึกและความสมัครใจของประชาชนมากกว่า

สำหรับในพื้นที่ จ.ชลบุรี ทางจังหวัดได้ขอให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านแต่ละตำบลเกณฑ์ชาวบ้านเข้าไปแห่งละ 150 -200 คน โดยหมู่บ้านไหนใหญ่ให้เกณฑ์ไปมากหน่อย ซึ่งตั้งเป้าไว้ให้แต่ละอำเภอเกณฑ์ชาวบ้านไปแห่งละ 1,000 คน โดยให้แกนนำออกค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นไปก่อน เช่น ค่าเช่ารถ, ค่าอาหาร และน้ำดื่ม หลังจากนั้นจะนำมาจ่ายให้ในภายหลัง

ส่วนที่ อ.สัตหีบทางอำเภอได้มีการบอกกล่าวกับทางองค์กรปกครองท้องถิ่น เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์การบริหารส่วนตำบล และเทศบาลทุกแห่ง ให้จัดคนไปให้กำลัง พ.ต.ท.ทักษิณ แห่งละ 4 คันรถบัส โดยคนที่ร่วมเดินทางไปครั้งนี้จะได้รับค่าแรงคนละ 500 บาท ไม่รวมค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ผู้ใดสนใจให้แจ้งชื่อได้

***ระยองรับหัวละ3-500รถ15คัน

สำหรับที่ จ.ระยอง ทางแกนนำจัดคนเชลียร์ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เกณฑ์ชาวบ้านในหลายพื้นที่ของ จ.ระยอง โดยว่าจ้างคนละ 300-500 บาทให้เดินทางเข้า กทม.เพื่อไปให้กำลังใจและฟังการปราศรัยที่ท้องสนามหลวง โดยเดินทางในช่วงบ่ายวานนี้ สำหรับรถที่นำชาวบ้านมาเป็นรถที่ทางแกนนำไปเช่าจ้างขนส่ง บขส.ระยอง จำนวน 15 คัน

ส่วนที่ จ.ฉะเชิงเทรา ในช่วงเช้าได้มีรถบัส 6-7 คันมาจอดรถประชาชนที่เดินทางไปสนามหลวง แต่ปรากฏว่ารถมาจอดรออยู่นานเป็นชั่วโมงก็ไม่มีประชาชนมาขึ้นรถ หลังจากนั้นเมื่อประมาณ 14.00 น.รถบัสจำนวนดังกล่าวก็ขับออกไป

***ทรท.โคราชปิดเมืองขนคนเชียร์´แม้ว´

สำหรับความเคลื่อนไหวจ. นครราชสีมา กลุ่มนักการเมืองพรรคไทยรักไทย ทั้งบรรดาว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 16 เขตและหัวคะแนนได้มีการลงพื้นที่ระดมชาวบ้านและพาเดินทางเข้ากรุงเทพฯ กันอย่างคึกคัก โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ชาวบ้านส่วนหนึ่งจากทุกเขตเลือกตั้ง เดินทางเข้าไปร่วมชุมนุมฟังการปราศรัยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งมีเป้าหมายระดมคนให้ได้ 5,000-6,000 คน และทยอยเดินทางด้วยรถบัสโดยสารจ้างเหมา ตลอดทั้งวัน

"การเตรียมการระดมคนดังกล่าวทั้งหมดนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ได้เรียกประชุมกลุ่มว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยรักไทยและบรรดาแกนนำ ที่บ้านพักของนายสุวัจน์ เลขที่ 2222/2 ถ.มิตรภาพ อ.เมืองนครราชสีมา ในวันที่ 1 และ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา แต่เป็นที่สังเกตว่ากลุ่มส.ส.โคราช สายไทยรักไทยเดิม ทั้ง นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์,ว่าที่ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี ,นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ และ นายจำลอง ครุฑขุนทด ไม่เข้าร่วมประชุมด้วยเพราะทั้ง 2 กลุ่มกำลังมีปัญหาเรื่องตัวผู้สมัครฯแบบแบ่งเขตกันอยู่" แหล่งข่าวกล่าว

***แฉจ่ายหัวละ3พันขนคนพังงาเชียร์
รายงานข่าวมาจากอ.คุระบุรี จ.พังงา ซึ่งเป็นเขตการเลือกตั้ง ส.ส.เขต 2 ที่มี ส.ส.จากพรรคไทยรักไทย แจ้งมายังผู้สื่อข่าวว่าวันนี้ (3 มี.ค) ตั้งแต่เวลา 06.00น. มีชาวบ้าน และแม่ค้า-พ่อค้าในตลาดคุระบุรีจำนวนหนึ่งเดินทางไปยังกรุงเทพฯ เพื่อร่วมให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี โดยรถตู้และรถบัสจำนวนหนึ่ง ซึ่งมีนายทุนรายหนึ่งในพื้นที่เป็นคนจัดหาให้

โดยการเดินทางไปครั้งนี้แม่ค้าในตลาด ซึ่งได้ติดต่อโทรศัพท์ไปสอบถามเพื่อนๆที่เดินทางไปกรุงเทพฯทราบว่าได้การเดินทางครั้งนี้ได้รับเงินเป็นเบี้ยเลี้ยงจำนวน 3,000 บาท ซึ่งจะต้องเดินทางไปกรุงเทพฯ เป็นเวลา 2 วัน คือ วันที่ 3 และวันที่ 4 มี.ค.49 เพื่อร่วมให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี นอกจากนั้นยังมีการบริการอาหารและนำเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ อีกด้วย

**คนป่วยโรคเรื้อนก็ไม่ละเว้น

แหล่งข่าวจากร.พ.โรคเรื้อน แห่งหนึ่งชานกรุงเทพฯ กล่าวว่า วันนี้มีนักการเมืองท้องถิ่นสังกัดพรรคไทยรักไทยได้มาเกณฑ์เจ้าหน้าที่และผู้ป่วยบางส่วนขึ้นรถกระบะหลายคนรถเดินทางไปร่วมชุมนุมที่สนามหลวงโดยตกลงว่าจ้างที่ราคาคนละ 300 บาท โดยที่ผ่านมาโรงพยายามแห่งนี้ก็ถูกเกณฑ์ไปมอบดอกกุหลาบให้กำลังใจนายกฯมาแล้วที่ทำเนียบรัฐบาล

***กินหัวคิวกันสนุก

ทั้งนี้ การจัดการเกณฑ์คนเข้ามาที่สนามหลวงครั้งมีข้อที่น่าสังเกตว่า บรรดาข้าราชการชั้นปกครองร่วมมือกับนักการเมืองท้องถิ่นในสังกัดพรรคไทยรักไทย อำนวยความสะดวกให้ประชาชนเต็มที่ พร้อมทั้งจ่ายค่าเดินทางให้ดังกล่าว แต่ปรากฏว่ามีนายหน้า หรือ หัวคะแนนบางคนแอบเก็บส่วนที่ประชาชนควรได้รับเอาไว้เอง

ตัวอย่างเช่นที่ จ.พะเยา ชาวบ้านที่เป็นหัวคะแนนของพรรคไทยรักไทยในเขต อ.ดอกคำใต้ เล่าให้ฟังว่า ได้รับการติดต่อจากตัวแทนของพรรคไทยรักไทยว่า ให้เกณฑ์ชาวบ้านและสมาชิกทั้งในเขต อ.ดอกคำใต้และใกล้เคียงให้ไปร่วมชุมนุมที่สนามหลวง ให้มากที่สุด โดยหากใครที่มีรถกระบะ หรือรถยนต์นั่งส่วนบุคคลให้มาลงทะเบียนเอาไว้พร้อมกันรับเงินไปทันที ทั้งนี้ คนที่นั่งไปด้วยจะได้รับเงินค่าเสียเวลาคนละ 200 บาทต่อวัน ส่วนคนที่เป็นเจ้าของรถ หากเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลจะได้รับค่าเช่ารถวันละ 500 บาท ส่วนรถกระบะจะได้รับค่าเช่าวันละ 1,000 บาท ส่วนเจ้าของจะได้รับเท่ากันคือวันละ 300 บาทส่วนค่าน้ำมันนั้นจะได้รับทั้งไปทั้งกลับไม่ต่ำกว่าคันละ 1,500 บาท

"ความจริงแล้วราคาที่ตั้งกันไว้ จะเป็นการกำหนดเท่ากันทุกอำเภอที่เป็นหัวคะแนนจะแบ่งในสัดส่วนที่ตกลงกันไว้ แต่บางอำเภอได้ข่าวว่ามีการโกงกันเองโดยหัวคะแนนบางคนเก็บไว้ 100 จ่ายให้ชาวแค่ 100 บาทซึ่งเรื่องนี้คาดว่าหลังจากเสร็จสิ้นภาระกิจแล้วคงจะมีการสะสางกันแน่นอน"

ขณะที่อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา มีรถบัสปรับอากาศวิ่งระหว่างนครราชสีมา-กรุงเทพจอดรอรับผู้โดยสารกว่า 70 คัน โดยนายหน้าจะเป็นผู้กำหนดค่าเดินทางให้หัวละ 1,000 บาท และกำชับให้พาเพื่อนหรือญาติมาอีก จะได้คนละ 500 บาท 300 บาท ตามลำดับ ส่วนต่างที่เหลือจะแบ่งกันระหว่างนายหน้าและบุคคลแรกที่นายหน้ามอบหมายให้ไปหาคน

**"การุณ" จี้กกต.สอบเข้าข่ายผิดกม.เลือกตั้ง

นายการุณ ใสงาม ส.ว.บุรีรัมย์ กล่าวว่า ตนทราบว่ามีการเกณฑ์ชาวบ้านมาฟังการปราศรัยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ท้องสนามหลวง โดยมีการจ่ายเงินค่าหัวเป็นรายคน จึงอยากเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ออกมาตรวจสอบเรื่องนี้ เพราะอย่าลืมว่าตอนนี้อยู่ในระหว่าง การประกาศพระราชกฤษฏีกาเลือกตั้ง อีกทั้งการปราศรัยของนายกฯ อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง หากมีการใส่ร้ายป้านสีผู้อื่น แต่ปัญหาที่สำคัญเรื่องพยานหลักฐานที่จะเอาผิด ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญ ดังนั้นอยากให้ กกต.นำไปพิจารณาว่า เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ ซึ่ง ส.ว.ก็เคยเรียกร้องไปหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าจาก กกต.แต่อย่างใด

**ไปรษณียบัตร

สำหรับความเคลื่อนไหวของการส่งไปรษณียบัตรเข้ามาที่ตู้ปณ.888 ปณ ทำเนียบรัฐบาลตามการจัดตั้งของพ.ต.ท.ทักษิณ
นายวุฒิพงษ์ โมฬีชาติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ด้านปฏิบัติการ บริษัท ไปรษณีย์ไทย กล่าวว่า ขณะนี้ ปณท ได้ดำเนินการนำส่งไปรษณียบัตรไปยัง ตู้ ปณ.888 หรือ ทำเนียบรัฐบาลแล้วกว่า 1 ล้านใบจากทั่วเทศ ส่วนยอดการจำหน่ายที่ประชาชนได้เข้ามาซื้อผ่านที่ทำการไปรษณีย์กว่า 1,178 แห่งทั่วประเทศแล้ว รวมแล้วกว่า 5 ล้านใบ โดยแบ่งเป็นเขตกรุงเทพและปริมณฑล จำนวน 2 ล้านใบ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก จำนวน 7 แสนใบ ภาคเหนือ 1.5 ล้านใบ ภาคอีสาน 1 ล้านใบและภาคใต้ 1 แสนใบ
ตอนนี้ตัวเลขยอดจำหน่ายยังไม่ค่อยนิ่ง จากที่รวบรวมได้จากส่วนกลางก็ได้ตัวเลขรวมแล้วกว่า 5 ล้านใบ แต่ที่ ประชาชนส่งมายัง ตู้ ปณ. 888 ก็ร่วม 1 ล้านกว่าใบได้ คาดว่าสัปดาห์หน้ามาถึง 5 ล้านใบ ส่วนยอดขายนั้นก็อาจจะถึง 7 ถึง 8 ล้านใบ

ส่วนกรณีที่มีผู้พบเห็นการจำหน่ายไปรษณียบัตร ในบริเวณท้องสนามหลวง นายวุฒิพงษ์ กล่าวว่า ปณท. ไม่ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ หรือ ส่วนไปรษณีย์ เข้าไปจำหน่ายแต่อย่างใด ซึ่งอาจจะเป็นบุคคลนอกมากกว่า

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์