ตร.เจรจาพธม.วันนี้ ไม่ออก-ลุย สนธิสั่งการ์ดยิงสู้


น.1ลั่นวันอาทิตย์ต้องจบ จี้ถอนประกัน9แกนนำ ศาลแพ่งยกคำร้องพธม. "ยูนิเซฟ"เตือนม็อบมีเด็ก

"สนธิลิ้ม"บอกเลือดเข้าตาแล้ว ประกาศ การ์ดพันธมิตรยิงต่อสู้ทันทีหากโดนตร. ตรวจอาวุธ พร้อมปิดประตูเจรจาเด็ดขาด ชี้เจรจาเมื่อไหร่ก็แพ้เมื่อนั้น ให้รอข่าวดีในวันสองวันนี้ ขณะที่ตร.ออกประกาศฉบับแรกเรียกร้องให้ม็อบออกจากสนามบิน เพราะทำประเทศชาติเสียหายรุนแรง หากไม่เชื่อก็จะดำเนินคดีทั้งอาญา-แพ่ง ก่อนส่งรถกระจายเสียงไปประกาศให้ผู้ชุมนุมรับทราบ ผบช.น.ระบุเที่ยงวันนี้เจรจากับแกนนำพธม. ชี้วันอาทิตย์นี้ต้องจบก่อนในหลวงเสด็จประทับกรุงเทพฯ วันที่ 1 ธ.ค. ตร.ตั้งด่านสกัดจับอาวุธได้อื้อซ่า ส่วนใหญ่เป็นการ์ดพธม.ขนทั้งปืน มีด หนังสติ๊ก ประทัดยักษ์ ใบกระท่อม มือปืนยิงถล่มสนง.เอเอสทีวีกระจกพรุน ตร.รุดไปตรวจเจอการ์ดพธม.กำลังโยนปืนทิ้งแม่น้ำ ค้นตัวเจอกระสุนอื้อ ระบุเห็นคนร้ายยิงเอ็ม 79 ถล่มเลยยิงตอบโต้ ตร.จี้อัยการถอนประกัน 9 แกนนำพธม.คดีซ่องโจร ส่วนทนายพธม.ยื่นศาลให้เพิกถอนคำสั่งคุ้มครอง แต่ศาลให้ยกคำร้อง ชี้พธม.ต้องออกพ้น 2 สนามบินตามคำสั่ง "ยูนิเซฟ" เตือนพันธมิตรเรื่องเอาเด็กๆ ไปร่วมชุมนุม ให้ทุกฝ่ายช่วยกันปกป้องเด็กๆ ด้วย นปช.ฮึ่มระดมเสื้อแดงออก


มาต่อต้านรัฐประหาร


-ยิงถล่มเอเอสทีวี-ตร.จับการ์ด

เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 28 พ.ย. พ.ต.อ.ขิง แขวงวิเศษชัยชาญ ผกก.สน.ชนะสงคราม ได้รับแจ้งเหตุเกิดเสียงระเบิดดังขึ้นที่ท่าเรือด้านหลังสำนักงานเอเอสทีวี อาคารบ้านเจ้าพระยา ถนนพระอาทิตย์ กทม. จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยพ.ต.อ.มานิตย์ จันทร์จำเริญ รองผบก.น.1 โดยเมื่อตำรวจไปถึงบริเวณสวนสันติชัยปราการ พบชายต้องสงสัย ซึ่งเมื่อเห็นตำรวจชายคนดังกล่าวก็โยนปืนลงแม่น้ำเจ้าพระยา เจ้าหน้าที่จึงเข้าคุมตัวทราบชื่อคือนายพรชัย สงวนพจน์ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 158 ซ.บางจะเกร็ง 2 ถ.ราษฎรประสิทธิ์ ต.แม่กลอง อ.เมืองสมุทรสงคราม ใส่กางเกงสีดำ สวมเสื้อยืดสีดำด้านใน ด้านนอกเป็นเสื้อลายพรางสีเขียว

จากการค้นในตัวพบเสื้อกันกระสุน กระสุนปืน 11 ม.ม. 6 นัด กระสุน .22 ประมาณ 30 นัด และมีด กล้องส่องทางไกล ผ้าพันคอสีเหลือง ซองปืนสั้น เขียนคำว่า "กู้ชาติ" และยังพบบัตรประจำตัวระบุว่าเป็นสต๊าฟของบ้านพระอาทิตย์ จึงควบคุมตัวไปสอบสวนที่โรงพัก

สำหรับความเสียหายของสำนักงานเอเอสทีวี พบว่ากระจกด้านหน้าสำนักงานแตกกระจาย โดยเอเอสทีวีไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าถ่ายภาพด้านใน และไม่อนุญาตให้ตำรวจเข้าตรวจสอบพื้นที่อีกด้วย โดยทราบว่าขณะเกิดเหตุยิงถล่มกระจกห้องส่งนั้น นายณัฐวุฒิ มิตรมาก ผู้ประกาศกำลังอ่านข่าว ทำให้ต้องหาที่หลบกระสุนจนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ถูกกระจกบาดมือ


-อ้างยิงตอบโต้-โดนระเบิดถล่ม


นายพรชัยให้การว่า มีอาชีพเป็นช่างพันไดนาโม เนื่องจากไม่ชอบรัฐบาล และติดตามการถ่ายทอดสดของเอเอสทีวี จึงเกิดความสงสาร และต้องการที่จะเข้าช่วยเหลือ จึงเข้ามาสมัครเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย ก่อนเกิดเหตุตนเห็นคนร้ายนั่งเรือสีขาว-เทาปาระเบิดใส่บ้านพระอาทิตย์ 2 ครั้ง พร้อมกับใช้อาวุธปืนเอ็ม 79 ระดมยิงใส่อาคารสำนักงานบ้านพระอาทิตย์ ทำให้ตนต้องยิงตอบโต้ เมื่อยิงตอบโต้ไปแล้วตำรวจมาถึงจึงถูกควบคุมตัว ด้วยความกลัวจึงโยนปืนทิ้งลงแม่น้ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะไม่พบร่องรอยระเบิดในที่เกิดเหตุ เบื้องต้นแจ้งข้อหานายพรชัยพกพาเครื่องกระสุนปืนและอาวุธปืนไปที่สาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต จากนั้นได้ส่งนักประดาน้ำงมหาปืนในจุดที่ผู้ต้องหาโยนลงแม่น้ำ


-การ์ดอาสาตรึงสุวรรณภูมิ


เวลา 06.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรที่สนามบินสุวรรณภูมิ ภายหลังรัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉิน นายสำราญ รอดเพชร พร้อมนายศรัณยู วงษ์กระจ่าง แกนนำกลุ่มพันธมิตร รุ่น 2 เปิดการปราศรัยบนเวที ท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวเย็นและลมกระโชกแรง ขณะที่ผู้ชุมนุมยังคงปักหลักอยู่นับพันคน

ขณะเดียวกันบริเวณโดยรอบเริ่มมีการสับเปลี่ยนกำลังการ์ดอาสาตามจุดสกัดต่างๆ ที่วางกำลังรักษาการณ์ไว้ เช่นเดียวกับบริเวณสถานีดับเพลิงสนามบินสุวรรณภูมิ ห่างจากตัวอาคารผู้โดยสารประมาณ 4 ก.ม. สถานที่ตั้งศูนย์บัญชาการส่วนหน้า บช.ภาค 1 มีการสับเปลี่ยนกำลังตำรวจปราบจราจล 6 กองร้อย

ส่วนภายในอาคารผู้โดยสาร เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในสังกัดบริษัทล็อกซเล่ย์ฯ เริ่มทยอยเก็บข้าวของออกจากสำนักงาน เพื่อถอนกำลังออกจากสนามบิน คงเหลือเพียงทีมเจ้าหน้าที่รักษาความสะอาดและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ปฏิบัติหน้าที่อยู่เท่านั้น

นอกจากนั้นร้านค้า ร้านอาหาร สวัสดิการ ทอท.ทั้งหมดในพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิปิดให้บริการ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ ทอท.ที่ยังต้องปฏิบัติหน้าที่ต้องพกข้าวกล่องมาจากบ้านเพื่อประทังความหิว


-มือปืนยิงขู่ม็อบที่ดอนเมือง


ส่วนที่สนามบินดอนเมือง บนเวทีมีการปราศรัยปลุกเร้าให้ตื่นตัวเป็นระยะ พร้อมเรียกร้องให้ออกมาร่วมชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตรทั้ง 3 จุด สำหรับมาตรการดูแลความปลอดภัย ทางการ์ดพันธมิตรได้วางกำลังดูแลความปลอดภัยบริเวณทางเข้าออกทุกจุด โดยโฆษกบนเวทีได้ขอความร่วมมือผู้ชุมนุมที่นำรถยนต์ส่วนตัวมาขอให้นำไปจอดขีดขวางทางเข้า-ออกเพื่อป้องกันเจ้าหน้าที่เข้ามาสลายการชุมนุม ทั้งนี้ น่าสังเกตว่าภายหลังเวลา 00.00 น. ไม่มีแกนนำกลุ่มพันธมิตรขึ้นเวทีปราศรัย และได้ยุติการปราศรัยบนเวทีในเวลา 01.00 น. เพื่อให้ผู้ชุมนุมได้พักผ่อน

ต่อมาเวลา 02.00 น. ขณะที่ผู้ชุมนุมกำลังนอนหลับพักผ่อนอยู่นั้น บริเวณด้านหน้าอาคารผู้โดยสารขาเข้าภายในประเทศ สนามบินดอนเมือง ได้มีกลุ่มบุคคลไม่หวังดีขับรถยนต์ผ่านมาโดยใช้เส้นทางถนนวิภาวดีฯ ขาเข้า เมื่อมาถึงจุดที่กลุ่มผู้ชุมนุมปักหลักชุมนุม บุคคลดังกล่าวได้ชักอาวุธปืนออกมายิงขึ้นฟ้า เพื่อข่มขู่ทำให้ผู้ชุมนุมที่หลับอยู่ต่างแตกตื่น เพราะคิดว่าเจ้าหน้าที่เข้ามาสลายการชุมนุม ซึ่งการ์ดพันธมิตรได้ไปตรวจสอบแต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้หลบหนีไปแล้ว


-มีผู้ชุมนุมเริ่มทยอยกลับบ้าง


เวลา 04.50 น. มีกลุ่มบุคคลไม่หวังดีได้ขับรถกระบะ 4 ประตู สีดำ ไม่ทราบยี่ห้อและเลขทะเบียน ผ่านมาในเส้นทางเดิมอีกครั้ง โดยชายที่นั่งอยู่เบาะหลังได้ลดกระจกลงมาและชักอาวุธออกมายิงกว่า 10 นัด ก่อนจะหลบหนีไป ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งสองครั้งไม่มีผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้เป็นที่สังเกตว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวประชาชนที่เดินทางไปทำงานโดยรถโดยสารประจำทางบริเวณถนนวิภาวดีฯ ส่วนใหญ่จะไม่ยืนรอรถที่ป้ายรถประจำทาง แต่จะยืนออกมารอรถห่างจากป้ายประมาณ 10 เมตร เนื่องจากเกรงว่าบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่สุ่มเสี่ยงและไม่ได้รับความปลอดภัย

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมในช่วงเช้าว่า ผู้ชุมนุมบางคนทยอยเดินทางกลับบ้านและไปทำงาน ทั้งนี้ ส่วนใหญ่จะอยู่ในสภาพอิดโรย เนื่องจากเกรงว่าเจ้าหน้าที่จะเข้ามาสลายการชุมนุม โดยช่วงเช้าจะเหลือผู้ชุมนุมปักหลักรับฟังการปราศรัยอย่างบางตา


-จำลองเมินศก.ย่ำแย่-ลั่นสู้ไม่ถอย


เวลา 07.30 น. พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตร ได้เดินทางมาที่สนามบินดอนเมือง และกล่าวปราศรัยบนเวทีว่า ขณะนี้กลุ่มพันธมิตรสามารถควบคุมสถานการณ์และพื้นที่ทั้งหมดได้ 4 จุดประกอบด้วยสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง ทำเนียบรัฐบาล และเอเอสทีวี ทั้งนี้ หลังจากมีกระแสข่าวว่าตำรวจจะเข้าสลายการชุมนุม แต่ด้วยความเอาจริงเอาจังและความพร้อมของพันธมิตรทำให้เหตุการณ์ผ่านไปได้ด้วยดี แม้ช่วงค่ำคืนที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์รุนแรงบ้างนิดหน่อย เนื่องจากมีกลุ่ม นปช.เข้ามาก่อความวุ่นวายที่เอเอสทีวี โดยนั่งเรือมาทางแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุได้ใช้อาวุธสงครามยิงเข้าไปที่เอเอสทีวีทำให้อาคารได้รับความเสียหายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

พล.ต.จำลองกล่าวว่า เมื่อวันที่ 27 พ.ย. ได้มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งโทรศัพท์มาหาตน โดยขอร้องให้กลุ่มพันธมิตรเคลื่อนการชุมนุมออกจากสนามบินสุวรรณ ภูมิเพราะทำให้เศรษฐกิจไทยย่ำแย่ แต่ตนบอกกลับไปว่าขณะนี้กลุ่มพันธมิตรไม่สามารถถอยได้ เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากกลุ่มพันธมิตรแต่เกิดจากรัฐบาลไม่ยอมลาออก ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าตำรวจจะสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตร หากมีการสลายจริงสิ่งที่ตามมาจะทำให้มีกลุ่มพันธมิตรมาร่วมชุมนุมมากขึ้นแบบมืดฟ้ามัวดิน แต่หากเจ้าหน้าที่ใช้กำลังสลายการชุมนุมจริงกลุ่มพันธมิตรมีการวางมาตรการรองรับ โดยทีมที่ปรึกษากลุ่มพันธมิตรได้วางแผนไว้แล้ว


-ขู่จะจับตร.เป็นตัวประกัน


"หากเจ้าหน้าที่สลายการชุมนุม แกนนำจะนัดผู้ชุมนุมให้มารวมตัวที่แยก จปร.และไม่ต้องใส่เสื้อเหลือง ก่อนจะเคลื่อนการชุมนุมกลับเข้ามายึดพื้นที่ใหม่อีกครั้ง และอาจจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้เป็นตัวประกัน นอกจากนี้ยังทราบมาอีกว่านอกจากรัฐบาลจะสลายการชุมนุมแล้วยังมีแผนจะจับแกนนำทั้ง 13 คนอีกด้วย เนื่องจากต้องการให้กลุ่มพันธมิตรเกิดความปั่นป่วนแต่เราได้วางแผนรองรับไว้แล้วโดยจัดตั้งแกนนำรุ่น 3 ขึ้นมา สำหรับสถานการณ์ตอนนี้คิดว่าไม่เกิน 1 วันหรือไม่นานอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในบ้านเมือง" พล.ต.จำลองกล่าว

เวลา 09.00 น. นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำกลุ่มพันธมิตร ให้สัมภาษณ์ว่า ทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรที่สนามบินดอนเมือง โดยประสานขอเข้ามาใช้พื้นที่กองทัพอากาศ แต่กองทัพอากาศปฏิเสธ จึงไม่สามารถเข้ามาสลายการชุมนุมได้ นอกจากนี้เมื่อเวลา 01.50 น.ที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มอันธพาลนำประทัดยักษ์และใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้ชุมนุม แต่โชคดีที่ประทัดยักษ์ไม่ทำงาน กลุ่มพันธมิตรจึงต้องจัดการ์ดมาดูแลให้มากขึ้น โดยได้ประสานแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อขอยางรถยนต์ที่ใช้แล้ว 200 เส้น รั้วลวดหนาม 10 ขดและผ้าห่มจำนวนหนึ่งเพื่อแจกจ่ายให้การ์ดและกลุ่มผู้ชุมนุมเพราะอากาศหนาวมากในเวลากลางคืน


-การ์ดพธม.ฉุนช่างภาพฝรั่ง


เวลา 10.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุวุ่นวายขึ้นในที่ชุมนุมเนื่องจากมีช่างภาพของสำนักข่าวเอเอฟพีได้ถ่ายภาพของผู้ชุมนุมขณะที่นอนหลับอยู่ด้านหน้าอาคารรับรองผู้โดยสารขาเข้า แต่มีการ์ดพันธมิตรเข้ามาห้ามและขอให้ช่างภาพลบภาพดังกล่าว อ้างว่าเป็นคนพิเศษ ห้ามบันทึกภาพ และมีกลุ่มการ์ดเข้ามาล้อมช่างภาพ ทำให้สื่อและช่างภาพรวมตัวเข้าเจรจากับแกนนำที่หลังเวทีชั่วคราว โดยมีนางจินดารัตน์ เจริญชัยชนะ พิธีกรบนเวทีลงมาเจรจาและขอให้ช่างภาพของเอเอฟพีลบภาพ เนื่องจากเป็นภาพที่คนกำลังนอนหลับและเจ้าตัวไม่รู้ตัว และต้องขอโทษสื่อที่เกิดการกระทบกระทั่งกัน โดยช่างภาพของเอเอฟพียินยอมลบภาพดังกล่าว


-พธม.ตั้งแกนนำรุ่น 3 แล้ว 8 คน


สำหรับบรรยากาศภายในทำเนียบรัฐบาลเป็นไปอย่างเงียบเหงา มีผู้ชุมนุมบางตา แต่การ์ดพันธมิตรได้มีการตรวจสอบบุคคลเข้าออกโดยเฉพาะอาวุธเข้มงวดกว่าทุกวันที่ผ่านมา

เวลา 10.00 น. ที่ห้องผู้สื่อข่าวทำเนียบรัฐบาล พล.ต.จำลอง ศรีเมือง พร้อมด้วยนายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตร แถลงถึงการตั้งแกนนำรุ่น 3 โดยพล.ต.จำลองกล่าวว่า ขณะนี้แกนนำพันธมิตรได้แต่งตั้งแกนนำรุ่น 3 เรียบร้อยแล้ว 8 คน หากตำรวจสลายการชุมนุมแล้วจับตัวแกนนำทั้งรุ่น 1-2 แกนนำรุ่น 3 จะออกมาเป็นผู้นำชุมนุมต่อทันที ทั้งนี้ตนเคยมีประสบ การณ์จากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ เมื่อตนถูกจับแกนนำคนอื่นถูกล่าทำให้ผู้ชุมนุมขาดแกนนำ ทำให้เกิดเหตุ การณ์วุ่นวายมีการเผาอาคาร ดังนั้นเราจึงตั้งแกนนำรุ่น 3 ขึ้นมา เพื่อเตรียมความพร้อมเรื่องนี้ไว้

พล.ต.จำลองกล่าวว่า คืนที่ผ่านมาสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวีถูกพวกนรกป่วนกรุงโจมตีด้วยอาวุธสงครามทำให้กระจกห้องส่งของสถานีได้รับความเสียหายแตกกระจายและทะลุไปถูกผู้ประกาศ ยืนยันว่าเป็นฝีมือของรัฐบาล และตำรวจไม่สามารถจับคนร้ายได้ เพราะเลือกที่จะไม่ทำอะไรเลย แม้ว่าการจับกุมนั้นทำได้ไม่ยากเช่นเดียวกับเหตุการณ์ที่จังหวัดเชียงใหม่ อย่างไรก็ตาม หากมีการสลายการชุมนุมในวันรุ่งขึ้นประชาชนทั่วประเทศจะลุกฮือเข้าไปยึดพื้นที่ชุมนุมคืนในทุกจุด การสลายการชุมนุมนั้นไม่ยาก แต่รัฐบาลต้องพร้อมรับผลพวงที่เกิดขึ้น ถ้ามีคนมากกว่านี้จะรับมือได้หรือไม่ เพราะทุกคนสู้ยิบตาแบบไม่กลัวตาย


-ยันพธม.ไม่ได้เลี่ยงกฎหมาย


เมื่อถามว่าแกนนำได้ประเมินหรือไม่ว่าหากยึดสนามบินสุวรรณภูมิยืดเยื้อออกไป สังคมอาจมองว่าพันธมิตรสร้างความเสียหายให้กับประเทศ พล.ต. จำลองกล่าวว่า ตนพร้อมจะตอบโต้ทุกฝ่ายว่ารัฐบาลเป็นต้นตอของปัญหาทั้งหมด ไม่ใช่พันธมิตร ที่ผ่านมารัฐบาลโยนความผิดให้เรามาตลอด ถ้ารัฐบาลหุ่นเชิดลาออกปัญหาทุกอย่างจะจบลงทันที

เมื่อถามว่า วิปรัฐบาลระบุให้ส.ส.แต่ละคนระดมประชาชนคนละ 2 หมื่นคน พร้อมนำอาวุธมาแสดงพลังที่ท้องสนามหลวง และห้ามซื้อสินค้าที่สนับสนุนกลุ่มพันธมิตรนั้น พล.ต.จำลอง กล่าวว่า ถ้ารัฐบาลไม่ถือหาง สนับสนุน ปกป้อง ส.ส.จะออกมาทำอย่างนี้ได้อย่างไร

ส่วนที่ศาลแพ่งมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้พันธ มิตรออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ กับท่าอากาศยานดอนเมือง พล.ต.จำลองกล่าวว่า พันธมิตรมีสิทธิ์จะอุทธรณ์ตามขั้นตอนตามกฎหมาย โดยทีมทนายของพันธมิตรได้ยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งต่อศาลแพ่ง ซึ่งพันธมิตรไม่ได้หนีหรือบ่ายเบี่ยงกฎหมาย เมื่อถามว่าเมื่อการชุมนุมเสร็จสิ้นลงแกนนำพันธมิตรพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมหรือไม่ พล.ต.จำลองกล่าวว่า ขณะนี้พันธมิตรเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว


-ตร.จับอาวุธกองทัพธรรม


เวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมปารุสกวัน 1 บช.น. พล.ต.ท.สุชาติเรียกประชุมเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติการดำเนินการผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุมที่เข้าไปยึดสนามบินดอนเมือง โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ผบก.น.1-9 ตปพ. จร. อก. รอง ผบก. ศส. และ ผกก.ศทส. ทั้งนี้ ก่อนประชุม พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.3 ได้นำเอาท่อนเหล็กขนาดต่างๆ ที่มีการดัดแปลงใช้เป็นอาวุธบรรจุกระสุนปืนที่ตรวจยึดได้เมื่อวันที่ 27 พ.ย.จากการตั้งด่านตรวจค้น จากรถบรรทุกข้างรถเขียนว่ากองทัพธรรมมูลนิธิ มาโชว์ในที่ประชุมด้วย

พล.ต.ต.วิชัยกล่าวว่า เมื่อวันที่ 27 พ.ย. หลังจากผู้ชุมนุมเคลื่อนไปปิดล้อมสนามบินสุวรรณภูมิ ได้สั่งการให้ตั้งด่านบริเวณทางขึ้นทางด่วนไปสุวรรณภูมิ เพื่อป้องกันการขนย้ายอาวุธหรือสิ่งที่อาจจะเป็นอุปกรณ์ทำร้ายกัน ปรากฏพบรถ 2 แถวขนคนมา โดยทุกคนถือท่อนเหล็กลักษณะที่ดัดแปลงใช้แทนอาวุธปืน เมื่อตรวจสอบตอนแรกไม่รู้ว่าเป็นอะไร จึงยึดเอาไว้ตรวจสอบ มาทราบภายหลังจึงรู้ว่าใช้บรรจุกระสุนปืนยิงได้ มีการถ่ายภาพบุคคลต่างๆ เหล่านั้นเอาไว้ จะดำเนินคดีผู้ที่เอาสิ่งเหล่านี้มาภายหลังต่อไป


-สมชายถกปลัดทุกกระทรวง


เวลา 12.40 น. ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่าและผู้ว่าราชการทั่วประเทศผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ว่า วันนี้ได้ชี้แจงนโยบายรัฐบาลให้รับทราบ ตลอดจนเร่งรัดการแก้ไขปัญหาของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจากการปิดสนามบินจากกลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่ง จนสร้างความเดือดร้อนมากมาย เพราะสินค้าทางการเกษตรตกค้างจำนวนมาก เกิดความเน่าเสีย สร้างความเสียหาย 3 หมื่นล้านบาทต่อวัน นอกจากนี้ในวันหนึ่งมีผู้โดยสารกว่าแสนคนที่ไม่สามารถเดินทางทั้งขาเข้า-ขาออก ขณะนี้มีคนไทยตกค้างอยู่ที่ต่างประเทศ กลายเป็นคนเร่ร่อน หรือชาวต่างประเทศต้องมานอนรออยู่ที่สนามบิน เดือดร้อน ตรงนี้ถือว่าเป็นปัญหา จึงบอกกับปลัดกระทรวงและผู้ว่าฯ ให้ช่วยกันดูแลประชาชน

นายกฯ กล่าวว่า ขณะนี้เป็นฤดูนักท่องเที่ยว ปกติมีนักท่องเที่ยวจองตั๋วเข้ามาจำนวนมาก แต่ปีนี้ไม่มีผู้โดยสารเช็กอินเข้ามาในไทยเลย เพราะรู้ว่าเครื่องบินไม่สามารถมาได้ ทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบ รวมทั้งส่งผลกระทบต่ออาชีพต่างๆ ของประชาชน และอาจทำให้คนตกงานมีมากขึ้น ถือเป็นภาระของรัฐบาลที่ต้องแบกรับภาระ


-ยันไม่กำหนดเวลาสลายม็อบ

"การที่ผมวางมาตรการแก้ไขปัญหาในสนามบินนั้น ถือเป็นมาตรการที่คิดว่าดีที่สุดที่ทำได้ในขณะนี้ แต่ไม่มีวัตถุประสงค์ใช้ความรุนแรง หรือทำให้เกิดการบาดเจ็บ เสียหาย ยืนยันว่าไม่มีวัตถุประสงค์เช่นนั้น เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามหลักสากล ตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายทุกประการ ตอนนี้มีความพยามยามเจรจา ถ้าเจรจาได้ก็จะทำ และถือเป็นหนทางที่ดีที่สุดเพราะการยึดสนามบินเท่ากับจับประเทศไทยเป็นตัวประกัน ถือเป็นผลร้ายแก่ทุกฝ่าย และไม่เป็นผลดี" นายสมชายกล่าว

เมื่อถามว่าได้กำหนดเวลาเคลียร์พื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิให้เสร็จเมื่อไหร่ เพราะปล่อยไปยิ่งเสียหายมากขึ้น นายสมชายกล่าวว่า ถูกต้อง ยิ่งปล่อยนานไปยิ่งเกิดความเสียหายมาก ซึ่งในการประชุมกับหัวหน้าส่วนราชการ พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม แสดงความเป็นห่วงในจุดนี้ โดยการกระทำทำได้ไม่ง่าย พล.อ.อภิชาตห่วงว่าอาจดำเนินการไม่เร็วนัก ตนบอกกลับไปว่าจะปล่อยให้เจ้าหน้าที่ทำงานไปตามแผนงานที่วางไว้ ส่วนจะเร็วช้า คงกำหนดเวลาไม่ได้ แต่เราจะไม่ทำให้เกิดความเสียหายขึ้น


-พร้อมเจรจาพธม.-ไม่มีปัญหา


เมื่อถามว่าได้ติดตามหรือไม่ว่า หลังประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปแล้วมีอุปสรรคอะไรถึงยังไม่ดำเนินการ นายสมชายกล่าวว่า เพิ่งประกาศไปเมื่อคืนวันที่ 27 พ.ย. เจ้าหน้าที่คงต้องไปวางแผนการทำงาน ทั้งนี้ เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รมว.มหาดไทย ในฐานะผู้กำกับการปฏิบัติงานของหัวหน้าผู้รับผิดชอบ ได้ประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่ทราบผลประชุม เป็นหน้าที่ของพล.ต.อ.โกวิท เพราะตนตั้งให้เป็นผู้รับผิดชอบ

เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่นายกฯ จะไปเจรจากับแกนนำพันธมิตร นายสมชายกล่าวว่า ถ้าคิดว่ามีประโยชน์ คงจะพูดคุยกัน แต่หากไม่มีประโยชน์ ต้องดูว่าพูดคุยกันแล้วจะได้ผลอะไร ตนได้มอบหมายให้นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไปหารือเพราะการพูดจากัน เป็นเรื่องที่ดี ตนไม่มีปัญหาอยู่แล้ว


-แจงเหตุให้ตร.เป็นผู้รับผิดชอบ

เมื่อถามว่าเหตุใดจึงไม่ให้ทหารเข้ามาเป็นตัวหลักในการใช้อำนาจตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน นายสมชายกล่าวว่า การประกาศตามมาตรา 5, 11 ของพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เรากำหนดได้ว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ ความจริงแล้วตนเป็นคนไม่อยากประกาศใช้ เพราะอยากให้ตำรวจดูแลความสงบเรียบร้อย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นภาวะร้ายแรง ดังนั้น การประกาศใช้พ.ร.ก.จึงถือเป็นการคุ้มครองเจ้าหน้าที่ในการทำงาน ซึ่งที่ผ่านมาตำรวจทำงานเป็นหลักอยู่แล้ว จึงอยากให้เป็นงานต่อเนื่องกัน หน้าที่รักษาความสงบในประเทศไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายทหารโดยตรง เป็นหน้าที่ของตำรวจ ทหารเป็นเพียงผู้สนับสนุนช่วยอำนายความสะดวกให้ตำรวจ จึงมอบให้เป็นหน้าที่ของตำรวจเสียมากกว่า ไม่มีอย่างอื่นนอกจากนี้

เมื่อถามว่าเป็นเพราะหวาดระแวงหลังพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.เสนอให้ยุบสภาใช่หรือไม่ นายสมชายกล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน เมื่อถามว่าถ้ารัฐบาลไม่สามารถบังคับใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้ ขณะที่ฝ่ายราชการใช้วิธีอารยะขัดขืน จะดำเนินการอย่างไร นายสมชายกล่าวว่า "มันยังไม่เกิดครับ" จากนั้นลุกหนีไปทันที


-ปลัด"กห."ยืนยันไม่มีปฏิวัติ


เวลา 13.30 น. นายนัที เปรมรัศมี ปลัดสำนัก นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า เมื่อนายกฯ มอบนโยบาย ทุกคนต้องปฏิบัติ และผู้ว่าฯทุกจังหวัดจะรักษาสถานที่ราชการ ดูแลนักท่องเที่ยวอย่างดีที่สุด โดยเฉพาะที่ตกค้างอยู่ที่พัทยา และดูแลเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามกระทรวงคมนาคมรับไปดูแลเรื่องการแก้ปัญหาขนส่งทางอากาศ สนามบินอู่ตะเภาได้เปิดใช้แล้ว จัดรถจากหมอชิตไปรับนักท่องเที่ยวที่ตกค้างตามที่ต่างๆ ที่ขอมา โดยทุกส่วนราชการรีบทำในทันที นายกฯ เน้นย้ำให้ดูแลพื้นที่จังหวัดที่ได้ออกพ.ร.ก. ฉุกเฉินไป อาทิ ลาดกระบัง ดอนเมือง สมุทรปราการ

นายนัที กล่าวว่า ข้าราชการยินดีและพร้อมให้ความร่วมมือ แม้กระทั่งปลัดกระทรวงกลาโหมได้ยืนยันกลางที่ประชุมแล้วว่า ไม่มีปฏิวัติแน่นอน ทุกส่วนราชการต้องปฏิบัติตามนโยบายตามปกติ ซึ่งนายกฯ ไม่ได้พูดถึงข่าวข้าราชการเกียร์ว่างต่อสถานการณ์ขณะนี้แต่อย่างใด และในที่ประชุมไม่ได้พูดถึงการเตรียมการรองรับเรื่องการสลายการชุมนุมแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวถามถึงข้าราชการระดับสูงหารือกับคตร.แล้วอาจมีมาตรการอารยะขัดขืน หากนายกฯไม่ยอมยุบสภา ปลัดสปน. กล่าวว่า นั่นเป็นความเห็นของอธิการบดีเท่านั้น ส่วนข้าราชการยังทำหน้าที่เหมือนเดิม เราเป็นข้าราชการทำอย่างนั้นไม่ได้อยู่แล้ว ไม่ว่ารัฐบาลไหนมาเราต้องทำงาน เมื่อถามว่าหากคตร.ขอความร่วมมือให้มีอารยะขัดขืนจะทำหรือไม่ ปลัดสปน. กล่าวว่า ตนเป็นข้าราชการ และอารยะขัดขืนเป็นไปตามระเบียบหรือไม่ เพราะข้าราชการต้องถือวินัยปฏิบัติตามระเบียบราชการ ตนมีวินัยอยู่และปฏิบัติตามพ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือน


-นปช.แถลงต่อต้านรัฐประหาร

เวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา น.พ.สันต์ หัตถีรัตน์ ประธานสมาพันธ์ประชาธิปไตย น.พ.เหวง โตจิราการ แกนนำนปช. ได้ยื่นแถลงการณ์ต่อนายวิทยา บุรณศิริ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) นายนิสิต สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคพลังประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธ ิการกิจการสภา จากนั้นได้ร่วมกันแถลงข่าว โดยน.พ. สันต์อ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้ประชาชนต่อต้านรัฐประ หารอย่างสันติวิธีในหลายรูปแบบ หากเกิดรัฐประ หาร ขอให้ประชาชนต่อต้านโดยสันติวิธี ยับยั้งไม่ให้ทหารยึดอำนาจได้สำเร็จ เพราะทหารรู้ว่าประ ชาชนต่อต้านเขาจะถอยทันที โดยขอให้ประชาชนำสิ่งของทุกชนิดมาขวางถนนที่เป็นเส้นทางผ่านของรถถัง รถบรรทุกกำลังพลของทหาร หรือรวมตัวกันไปล้อมสถานีโทรทัศน์ทุกแห่ง เพื่อไม่ให้ทหารเข้าไปยึดสถานีทุกแห่งได้สำเร็จ รวมตัวกันในจังหวัดโดยไม่ใช้อาวุธเพื่อต้านรัฐประหาร

น.พ.เหวงกล่าวว่า ประชาชนต้องช่วยกันต่อต้านการยึดอำนาจ รวมทั้งส.ส.รัฐบาลและฝ่ายค้านต้องทำความเข้าใจกับประชาชนให้ต่อต้านการรัฐประหาร ทางสมาพันธ์เชื่อว่าหากมีการต่อต้านเกิดขึ้นจะทำให้การยึดอำนาจไม่สำเร็จ ทั้งนี้ขอให้ผู้ชุมนุมที่ไปยึดสนามบินและทำเนียบรัฐบาลคืนสถานที่ทั้งหมดให้กับประชาชน ไม่ใช่คืนให้กับรัฐบาลหรือนายกฯ และหลังจากคืนสถานที่ทั้ง 3 จุด พันธมิตรสามารถชุมนุมได้ตามกฎหมายปราศจากอาวุธ ขอเรียกร้องให้เคารพนิติรัฐและนิติธรรม


-พธม.ปรี่จะชกหน้ากลางสภา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่น.พ.เหวงและคณะ แถลงอยู่นั้น ปรากฏว่านายเทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา แนวร่วมพันธมิตรเชียงใหม่ ซึ่งมานั่งรออยู่ในห้องแถลงข่าว เพื่อยื่นหนังสือต่อนายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา ประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน วุฒิสภา ได้เดินปรี่เข้าไปชี้หน้าด่าที่หน้าโต๊ะแถลงข่าว และจะเข้าไปชกหน้าน.พ.เหวง และน.พ.สันต์ พร้อมตะโกนย้ำหลายครั้งว่า "ทีพวกมึงรุมฆ่าพ่อกูมึงยังทำได้ ให้พวกมึงระวังไว้" ขณะที่ รปภ.สภาพยายามเข้ามาล็อกตัวนายเทอดศักดิ์ แต่ไม่สำเร็จ ทำให้นายเทอดศักดิ์ตรงเข้าไปจะต่อยอีกครั้ง

แต่นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคพลังประชาชน ได้ชี้หน้าด่าว่า "เอามันออกไป รปภ.ปล่อยให้มันเข้ามาได้อย่างไร" ส่วนนายเทอดศักดิ์พยายามสะบัดให้หลุดจากการล็อกของ รปภ.เพื่อจะชกหน้านายสุรพงษ์ตะโกนท้าทายอย่างมีอารมณ์ รปภ.สภาต้องระดมกำลังเข้ามาล็อกนายเทอดศักดิ์ นำตัวออกไปจากห้องอย่างทุลักทุเล เพื่อมาสงบสติอารมณ์ในห้องนักข่าวรัฐสภา โดยมีกลุ่ม 40 ส.ว.อยู่ด้วย ซึ่งนายสมชายเป็นผู้รับรองนายเทอดศักดิ์เข้ามาถึงกับมีสีหน้าเคร่งเครียดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


-เหตุโกรธแค้นพ่อถูกฆ่าตาย

ขณะที่นายสุรพงษ์ และนายนิสิต ภายหลังแถลงข่าวเสร็จได้ตามออกมาต่อว่า รปภ.สภาว่าทำงานไม่เข้มแข็ง โดยทางจิตวิทยาไม่ควรปล่อยให้เข้าไปในห้องอยู่แล้ว ถ้าเกิดชกส.ส.ได้จะเสียหายกันหมด อย่างนี้ใช้ไม่ได้ หากพกอาวุธเข้ามาจะเกิดอะไร ขณะที่ รปภ.ชี้แจงว่านายเทอดศักดิ์เข้ามาโดยการรับรองของนายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา ซึ่งรับรองถูกต้องทุกอย่าง จากนั้นกลุ่มส.ส.ดังกล่าวได้ขึ้นไปพบกับนายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ขณะเดียวกัน รปภ.ได้นำตัวนายเทอดศักดิ์ไปสอบปากคำที่กองรักษาการพร้อมแจ้งไปยัง สน.ดุสิต เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ก่อนที่ รปภ.จะนำตัวนายเทอดศักดิ์ไปสอบปากคำนั้น นายเทอดศักดิ์ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับนายสมชาย และนายสมัคร เชาวภานนท์ ส.ว.สรรหา ประธานคณะกรรมาธิการการยุติธรรม และการตำรวจ วุฒิสภา โดยนายเทอดศักดิ์ระบุเป็นหนึ่งในแกนนำกลุ่มทหารเสือพระราชา ต้องการปกป้องสถาบัน แต่ที่ผ่านมาถูกกระทำด้วยความรุนแรง โดนทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธหลายชนิด 15 ครั้ง จนครั้งสุดท้ายพ่อของตนคือนายเศรษฐา เจียมกิจวัฒนา ถูกรุมทำร้ายด้วยอาวุธมีดจนเสียชีวิตเมื่อคืนวันที่ 25 พ.ย.


-นปช.ขีดเส้นตายให้สลายม็อบ

ที่สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที อิมพีเรียลลาดพร้าว ผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้ นำโดยนายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำนปช. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน แถลงถึงนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกฯ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ในเขตพื้นที่สนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิว่า ต้องขอบคุณรัฐบาลที่ตัดสินใจแก้ไขปัญหาชาติด้วยการประกาศภาวะฉุกเฉิน ซึ่งพวกเราชาวเสื้อแดงปรารถนาจะเห็นกลุ่มพันธมิตรคืนสนามบินสุวรรณ ภูมิและสนามบินดอนเมือง ซึ่งสาเหตุที่กลุ่มผู้ชุมนุมยังคงปักหลักชุมนุมอยู่อย่างต่อเนื่องแม้จะออกพ.ร.ก. ฉุกเฉินนั้น เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารจากภายนอก รับทราบข้อมูลจากสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวีที่ประกาศอยู่ตลอดเวลาว่ากลุ่มพันธมิตรชนะแล้วเท่านั้น

นายวีระกล่าวว่า ยืนยันว่าคนเสื้อแดงจะรอดูการปฏิบัติหน้าที่ของผบช.น.และผบช.ภ.1 ที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการกับกลุ่มพันธมิตรว่าจะทำหน้าที่ตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฉบับนี้อย่างไร หากภายในค่ำของวันที่ 28 พ.ย. ตำรวจยังไม่ดำเนินการใดๆ พวกตนจะเรียกประชุมแกนนำเพื่อประเมินสถานการณ์และนัดแนวร่วมทั้งหมดเพื่อแสดงพลังทันที เพื่อสนับสนุนให้รัฐบาลปฏิบัติหน้าที่ต่อไป และเพื่อป้องกันการฉกฉวยโอกาสการทำรัฐประหาร

"ขณะนี้มีความหวาดระแวงว่า หากสลายการชุมนุมจะทำให้กลุ่มพันธมิตรแตกกระจายออกไปก่อการจลาจลในสถานที่ต่างๆ และทำให้ดูเหมือนว่ารัฐบาลดูแลไม่ได้แล้ว เป็นเหตุให้ทหารต้องยึดอำนาจนั้นเป็นสิ่งที่คนเสื้อแดงรับไม่ได้ ทั้งนี้เรายังมั่นใจว่ารัฐบาลของนายสมชาย ที่มีประชาชนสนับสนุนจำนวนมากจะบริหารประเทศต่อไปได้เท่าที่เหตุปัจจัยจะเอื้ออำนวย" นายวีระกล่าว


-อ้างมีเป็นแสนต้านรัฐประหาร

ด้านนายจตุพรกล่าวว่า ขอเรียกร้องให้นายสมชายมีคำสั่งยกเลิกการแต่งตั้งคณะกรรมการติดตามสถาน

การณ์ร่วม (คตร.) ที่มีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. เป็นประธาน เพราะคตร.กระทำผิดคำสั่งและอำนาจหน้าที่ ที่ผ่านมานอกจากไม่ปฏิบัติตามหน้าที่แล้ว คณะกรรมการชุดนี้ยังกดดันรัฐบาลอีก ล่าสุด พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ที่เคยเป็นโฆษก คมช.ยังระบุว่า คตร.จะเรียกประชุมอีกครั้งภายหลังข้อเสนอให้นายกฯ ยุบสภาแต่ไม่ได้รับการตอบรับ ซึ่งพ.อ.สรร  เสริญได้บิดเบือนข้อเท็จจริงเพราะกลุ่มพันธมิตรก็ไม่ยอมรับเงื่อนไขดังกล่าวเช่นกัน

"ผมเห็นว่าผู้ที่ได้รับมอบหน้าที่จากรัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินการโดยเร็ว เพราะยิ่งรัฐบาลทำช้าเท่าใดคนก็รู้สึกว่าคำสั่งของรัฐบาลไร้น้ำยาเหมือนตอนที่มอบอำนาจกับพล.อ.อนุพงษ์ สมัยรัฐบาลของนายสมัคร คือมีทหารที่คิดจะยึดอำนาจ ผมจะบอกให้รู้ตัวว่าอย่าสวม รอยทำการให้เกิดปัญหา หรือมีพฤติการณ์เจ้าเล่ห์สั่งสมรอคอยเพื่อได้ใช้โอกาส เพราะถ้าท่านใช้โอกาสนี้ท่านเจอกับคนเสื้อแดงแน่นอน เมื่อวานคนเสื้อแดงเตรียมพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว รอเพียงเสียงประกาศ คปค.ฉบับที่ 1 คนเป็นแสนจะมารวมตัวกันที่สนามหลวง และศาลากลางจังหวัดทั่วประเทศเพื่อเดินทางมาสมทบที่ท้องสนามหลวง" นายจตุพรกล่าว


-จี้ปปง.ตรวจสอบแกนนำพธม.

นายจตุพรกล่าวว่า ถ้าทหารที่คิดว่ายึดอำนาจอยู่เวลานี้ยังคิดว่าตัวเองจะรอโอกาสอันนี้ไม่มีทางจะปกครองประเทศนี้ได้เลย ทั้งนี้ไม่เคยมีระบอบกษัตริย์ปกครองในประเทศที่ปิดประเทศ ระบอบกษัตริย์ปกครองในประเทศที่เปิดเท่านั้น เช่น พม่าปิดประเทศโดยใช้ระบอบเผด็จการทหารปกครอง ฉะนั้นการปิดประเทศเท่ากับทำลายระบบกษัตริย์ไปในตัว ฉะนั้นทุกอย่างอยู่ในคนที่มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบ

นายจตุพรกล่าวว่า การปิดสนามบินสุวรรณภูมิทำให้สภาพคนไทยใกล้เคียงกับสภาพล้มละลายของนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันมิตรเข้าไปทุกที แต่บางคนล้มบนฟูก ดังนั้น ขอเรียกร้องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ไปดูบัญชีธนาคารน้องสาวของหนึ่งในแกนนำพันธมิตรที่ล้มบนฟูกซึ่งมีมากถึง 2,000 ล้านบาท โดยแต่ละเดือนมีเงินเข้าเดือนละ 50 ล้านบาท ดังนั้น รัฐบาลและป.ป.ง.ต้องดำเนินทุกวิถีทาง ไม่เช่นนั้นไม่สามารถหยุดยั้งมิคสัญญีที่เกิดขึ้นในประเทศนี้ได้ และหากทหารฉวยโอกาสสงครามการเมือง สงครามประชาชน เหตุ การณ์นองเลือดที่พูดกันมานั้นจะเป็นจริงในทันที


-โกวิทเชื่อทหาร-ตร.ร่วมมือกัน


พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีไม่มีระดับ ผบ.เหล่าทัพเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ว่า ไม่มีปัญหา ทุกหน่วยงานมาร่วมประชุมทั้งหมด อาทิ ผบ.ทร. รอง ผบ.ทบ. เสนาธิการทหารอากาศ เมื่อถามว่าทำไม ผบ.ทบ.จึงไม่มาร่วมประชุม พล.ต.อ. โกวิท กล่าวว่า ไม่มา แต่มอบรอง ผบ.ทบ.มา ตอนนี้ทุกหน่วยงานให้ความร่วมมือดี ไม่มีปัญหา ไม่ต้องห่วง ทั้งทหาร ตำรวจ พลเรือน ทุกฝ่ายจะช่วยกันแก้ไขปัญหา เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย

พล.ต.อ.โกวิทกล่าวว่า จะไปเยี่ยมดูการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และตรวจตรากำลังเจ้าหน้าที่ว่าเพียงพอหรือไม่ หรือต้องเพิ่มเติมตรงจุดไหนบ้างทั้งที่สนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย โดยขอให้ทุกฝ่ายช่วยเหลือกัน เพราะบ้านเมืองเสียหายมากโดยเฉพาะสนามบินสุวรรณภูมิที่เสียหายไปมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท ผู้ชุมนุมอาจไม่รู้ว่าบ้านเมืองเสียหายไปเท่าใดเพราะฟังข่าวเพียงข้างเดียว ซึ่งเรื่องนี้ต้องเร่งประชาสัมพันธ์ ต้องใช้มาตรการเพิ่มความเข้มงวดในด้านต่างๆ ไม่อย่างนั้นบ้านเมืองจะเสียหาย อย่างไรก็ตามทางฝ่ายทหารจะเข้ามาร่วมมือทำงานและมีกรมการปกครองที่ยินดีจะเข้ามาร่วมงาน


-จะไปเยี่ยมม็อบทั้ง 2 สนามบิน

เมื่อถามว่าจะมีการสลายการชุมนุมหรือไม่ พล.ต.อ.โกวิทกล่าวว่า "ใจเย็นๆ ก็ว่ากันไปเรื่อยๆ" ผู้สื่อข่าวถามว่าจะไปที่จุดชุมนุมที่ใดบ้าง พล.ต.อ.โกวิทกล่าวว่า ไปทั้ง 2 ที่ เมื่อถามว่าจะไปที่ไหนก่อน พล.ต.อ.โกวิทกล่าวว่า แล้วแต่เขา และยกมือชี้ไปที่คนขับรถ ก่อนจะเดินทางออกไปในทันที

พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงพล.ต.อ.โกวิทใช้กระทรวงกลาโหมเป็นที่ประชุมคณะทำงานดังกล่าวว่า ถือเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากที่กระทรวงมหาดไทย ห้องประชุมติดประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ร่วมกับนายกฯ จาก จ.เชียงใหม่ จึงต้องไปใช้พื้นที่อื่นประชุมแทน เมื่อถามถึงกรณีไม่มีระดับ ผบ.เหล่าทัพเข้าประชุม มีนัยยะทางการเมืองหรือไม่ ปลัดกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า เชื่อว่าไม่มีนัยยะ เพราะพ.ร.ก.ฉุกเฉินจะเห็นว่ามีคำสั่งแต่งตั้งผบ.ตร. และผบช.น.เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ดังนั้นเมื่อตั้งนายตำรวจยศพลโทเป็นหัวหน้า และจะให้ ผบ.เหล่าทัพเข้าร่วมประชุมได้อย่างไร ผบ.ไม่ใช่ลูกน้อง จึงต้องมอบให้รอง ผบ.เข้าร่วมประชุมแทน


-พธม.ฮือล้อมนักข่าว-ช่างภาพ

เวลา 15.00 น. นายประพันธ์ คูณมี แกนนำแนวร่วมพันธมิตร ปราศรัยบนเวทีที่สนามบินดอนเมือง โดยพยายามปลุกเร้าผู้ชุมนุมให้ขับไล่ผู้สื่อข่าวและช่างภาพของสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที เนื่องจากเป็นสื่อที่ไร้จรรยาบรรณและรับใช้นักการเมือง รวมทั้งบิดเบือนข้อเท็จจริงในการเสนอข่าว ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมลุกฮือและโห่ร้อง พร้อมทั้งกรูเข้ามาล้อมช่างภาพและผู้สื่อข่าวที่ทำข่าวอยู่หน้าเวที จากนั้นผู้ชุมนุมพยายามสังเกตว่ามีผู้สื่อข่าวของเอ็นบีทีหรือไม่ แต่ไม่พบจึงไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น


สำหรับบรรยากาศการปราศรัยในช่วงบ่าย ทางแกนนำและแนวร่วมได้ปราศรัยปลุกเร้าให้ผู้ชุมนุมที่มีประมาณ 1,000 คนตื่นตัว โดยระบุเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้ามาสลายการชุมนุมในเร็วๆ นี้ พร้อมทั้งนำผ้าขนหนูและน้ำมาแจกจ่ายให้ผู้ชุมนุมและแนะนำการป้องกันหากเจ้าหน้าที่ตำรวจสลายการชุมนุมโดยใช้แก๊สน้ำตา

ต่อมาเวลา 15.20 น. นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตร ปราศรัยว่า ขอให้ผู้ชุมนุมเตรียมความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง พกผ้าขนหนูและน้ำติดตัวไว้ตลอดเวลาเนื่องจากมีกระแสข่าวว่าเจ้าหน้าที่จะเข้าสลายการชุมนุม ซึ่งศัตรูของพันธมิตรขณะนี้คือตำรวจและกลุ่มนปช. ส่วนทหารบก ทหารอากาศและทหารเรือถือเป็นพวกเดียวกับเรา และขอให้ผู้ชุมนุมเตรียมตอบโต้ตำรวจโดยหาซื้อพริกขี้หนูมาตำละลายกับน้ำ ก่อนบรรจุใส่ถุงพลาสติก เมื่อตำรวจมาสลายการชุมนุมให้เขวี้ยงใส่หน้าตำรวจเพื่อตอบโต้ และขอรับสมัครการ์ดอาสาเพื่อดูแลความปลอดภัยพื้นที่โดยรอบสนามบิน และต้องการรถยนต์ส่วนตัวของผู้ชุมนุมเพื่อมาจอดกีดขวางทางเข้าออกเพื่อป้องกันไม่ให้ตำรวจเคลื่อนกำลังเข้ามา


-ชี้สลายม็อบเป็นวิธีสุดท้าย


ที่พรรคพลังประชาชน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆ ษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมืองว่า มีผู้นำไปขยายผลว่ารัฐบาลจะสลายการชุมนุมด้วยการใช้กำลัง จึงชี้แจงว่าการประกาศภาวะฉุกเฉินเป็นการบังคับใช้กฎหมายและให้อำนาจผู้ปฏิบัติคล่องตัวในการตัดสินใจ ซึ่งกว่าจะถึงขั้นตอนสลายการชุมนุมมีอีกหลายขั้นตอน ตั้งแต่การเจรจาและให้ข้อมูลทางกฎหมาย ซึ่งการยึดสนามบินอยู่เช่นนี้ไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมโลก อีกทั้งทำให้เกิดความเสียหายเป็นโดมิโนจากวันนี้ไปอีก 6 เดือน

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า องค์กรเอกชนที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนในระดับนานาชาติแจ้งให้ตนทราบว่าได้ติดต่อสื่อสารระหว่างองค์กรสิทธิมนุษยชนและทูตหลายประเทศ เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในไทย อยากให้รัฐบาลช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและนักเดินทางที่ติดอยู่ในสนามบินสุวรรณภูมิกว่า 3 พันคนให้ปลอดภัยและพักผ่อนอยู่ในประเทศอย่างสะดวกสบาย จากนั้นรัฐบาลจะดำเนินการเช่นไรกับผู้ชุมนุมก็ได้ โดยที่องค์กรเหล่านี้จะไม่ทักท้วงและตั้งคำถาม ซึ่งชัดเจนว่าองค์กรระดับโลกไม่เห็นด้วยกับการกระทำของกลุ่มพันธมิตร แต่รัฐบาลยังยืนยันจะตัดสินใจอยู่บนหลักสันติวิธี แม้จะมีความรู้สึกจากผู้คนต่างๆ ให้รัฐบาลดำเนินการอย่างฉับพลันทันที แต่หวังว่าคนไทยด้วยกันจะคุยกันได้ แต่การสลายการชุมนุมจะเป็นวิธีสุดท้าย


-อ้าง"แม้ว"โฟนอินได้ 24 ช.ม.


นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ส่วนที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้นายกฯ ปราม ส.ส.พรรคพลังประชาชนไม่ให้เคลื่อนไหวปลุกระดมผู้คนให้ต่อต้านการรัฐประหารนั้น รัฐบาลขอบคุณข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ แต่หากจะร่วมคลี่คลายวิกฤตครั้งนี้นายอภิสิทธิ์ควรหันไปมองกลุ่มผู้ชุมนุมที่มีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำบุกยึดสนามบิน ที่เข้าข่ายการก่อการร้ายและสร้างความเสียหายให้กับประเทศ ที่ผ่านมาตนไม่เคยได้ยินคำห้ามปราม ทักท้วงลูกพรรคประชาธิปัตย์เลย นายอภิสิทธิ์ไม่จำเป็นต้องห่วงนายกฯ แต่ควรกลับไปดูแลลูกพรรคให้ดีก่อน เรื่องพวกนี้บ่งบอกถึงวุฒิภาวะและความเป็นผู้นำของนายอภิสิทธิ์ว่าการเป็นผู้นำต้องมีจิตใจกว้างกว่ากางเกงขาเดฟ

โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า นายกฯ ยังมีภารกิจอยู่ที่เชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเตรียมพร้อมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ซึ่งประเทศเพื่อนบ้านและสมาชิกเริ่มเป็นห่วงกับสถานการณ์ในไทย ซึ่งนายกฯ อาจปฏิบัติภารกิจที่ จ.เชียงใหม่ และอาจใช้การเดินทางไป-กลับ เชียงใหม่และกรุงเทพฯ ในการปฏิบัติงาน ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลอาจหวาดกลัวการรัฐประหารจึงไม่สั่งให้สลายการชุมนุม นายณัฐวุฒิกล่าวว่า หากนายกฯ หวาดกลัวต่อวิธีการนอกระบบ คงไม่เป็นนายกฯ มาจนถึงวันนี้ แต่เป็นเรื่องความเหมาะสมของการปฏิบัติงานมากกว่า

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากมีการรัฐประหารพ.ต.ท.ทักษิณจะยังร่วมโฟนอินกับกลุ่มเสื้อแดงอีกหรือไม่ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า หากมีการยึดอำนาจพ.ต.ท.ทักษิณจะร่วมต่อสู้กับประชาชนคนไทย และพ.ต.ท.ทักษิณสามารถโฟนอินได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง


-ตร.จี้ถอนประกัน 9 แกนนำ

ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก นายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีอาญา เปิดเผยว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมาตนได้รับหนังสือจากพนักงานสอบสวนบช.น. ขอให้พิจารณาถอนประกันตัวพล.ต. จำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายพิภพ ธงไชย นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตร นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงาน นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ นายอมร อมรรัตนานนท์ และนายเทิดภูมิ ใจดี แนวร่วมพันธมิตร ผู้ต้องหาที่ 1-9 ในข้อหามั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปเพื่อก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง เมื่อตนพิจารณาแล้วเห็นว่าหนังสือดังกล่าวระบุไว้เฉพาะวัตถุประสงค์ว่าต้องการให้อัยการเพิกถอนการถอนประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 9 คนเท่านั้น แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดและสาเหตุที่จะให้พนักงานอัยการพิจารณาเพิกถอนประกันตัวผู้ต้องหา ดังนั้นตนจึงมีหนังสือแจ้งไปยังพนักงานสอบสวนเพื่อให้ทำหนังสือระบุถึงรายละเอียด เหตุผลต่างๆ ในการถอนประกันให้ชัดเจนและส่งกลับมาให้อัยการพิจารณาใหม่ หากพนักงานสอบสวนส่งหนังสือกลับมาอัยการพร้อมพิจารณาอีกครั้ง คาดว่าจะใช้เวลา 1 สัปดาห์ เพราะไม่ใช่เรื่องซับซ้อน อย่างไรก็ตามอัยการต้องเปิดโอกาสให้ผู้ต้องหาทั้ง 9 คนเข้ามาชี้แจงด้วย

อธิบดีอัยการฝ่ายคดีอาญากล่าวว่า สำหรับพล.ต.จำลอง ผู้ต้องหาที่ 1 และนายไชยวัฒน์ ผู้ต้องหาที่ 7 ซึ่งถูกจับกุมตัว และได้รับการประกันตัวจากศาลอาญานั้น ขณะนี้พ้นกำหนดระยะเวลาฝากขังครั้งสุดท้าย และศาลได้มีคำสั่งให้ปล่อยตัวไปแล้ว จึงไม่มีเหตุต้องยื่นคำร้องให้อัยการเพิกถอนประกันตัว จึงมีเพียงผู้ต้องหาอีก 7 คนที่เหลือเท่านั้นที่อัยการสามารถสั่งเพิกถอนประกันตัวได้ ซึ่งการยื่นขอเพิกถอนประกันตัวผู้ต้องหาในชั้นการสั่งคดีของพนักงานอัยการ เคยมีมาแล้วหลายคดี เหตุผลที่ร้องขอส่วนใหญ่เกี่ยวกับการที่ผู้ต้องหาเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ซึ่งอัยการจะต้องพิจารณาพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวนผู้ร้อง และที่ผ่านมามีทั้งอัยการพิจารณาอนุญาตและไม่อนุญาตถอนประกัน คดีนี้อัยการนัดฟังคำสั่งว่าจะพิจารณาสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 9 คนหรือไม่ ในวันที่ 19 ม.ค.2552 เวลา 10.00 น.


-"ซีพี"แจงไม่หนุนฝ่ายไหน


สืบเนื่องจากที่มีกระแสข่าวว่าเครือเจริญโภคภัณฑ์หรือซีพี เป็นหนึ่งในผู้ให้การสนับสนุนกับกลุ่มที่มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เป็นปัญหาความขัดแย้งอยู่ในขณะนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ขอแสดงจุดยืนว่า เครือฯไม่มีนโยบายให้การสนับสนุนฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด และยังมีความปรารถนาที่จะให้บ้านเมืองกลับคืนสู่ภาวะปกติสุขโดยเร็ว ทั้งนี้ เครือฯ ได้แจ้งให้พนักงานของทุกกลุ่มธุรกิจในเครือฯ ได้รับทราบโดยทั่วกันแล้วถึงจุดยืนดังกล่าว

เครือเจริญโภคภัณฑ์เทิดทูนไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ และยึดมั่นในนโยบาย "3 ประโยชน์" ในการทำธุรกิจ กล่าวคือ 1.ประโยชน์แก่ประเทศชาติ 2.ประโยชน์ต่อประชาชน 3.ประโยชน์ต่อบริษัท พนักงานและผู้ถือหุ้น และเทิดทูนไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์


-"ยาหม่อง"ก็ยันเป็นกลาง

ตามที่ปรากฏเป็นข่าวโดยทั่วไปว่ามีบริษัทยาหม่องน้ำแห่งหนึ่งให้การสนับสนุนพันธมิตร จนนำมาซึ่งการชักชวนกันต่อต้านสินค้ายาหม่องน้ำดังกล่าว และอาจมีผู้เข้าใจผิดต่อสินค้ายาหม่องน้ำเซียงเพียวอิ๊วของบริษัท เบอร์แทรมเคมิคอล (1982) จำกัด ดังนั้น บริษัท เบอร์แทรมเคมิคอล (1982) จำกัด จึงขอชี้แจงว่า บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายยาหม่องน้ำเซียงเพียวอิ๊ว ไม่มีนโยบายการดำเนินธุรกิจที่นำธุรกิจเข้าไปเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ทางการเมือง บริษัทฯ ขอยืนยันจุดยืนของบริษัทฯ ต่อสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันว่า บริษัทฯ มีความเป็นกลางไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด บริษัทเชื่อในการปกครองในระบอบประชาธิป ไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ในสถานการณ์ปัจจุบันบริษัทฯ มีความห่วงใยต่อประชาชนคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะมีความเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกัน บริษัทขอสนับสนุนการแก้ปัญหาอย่างสันติ และหวังว่าประเทศไทยจะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้โดยไม่มีการสูญเสียอีก


-จับปืนอีก 2 การ์ดพันธมิตร

เวลา 16.00 น. ที่บช.น. พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รองผบก.น.2 แถลงข่าวเมื่อเวลา 10.10 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ส.น.2 นำหมายค้นศาลอาญาที่ 455/2551 เข้าตรวจบ้านเลขที่ 81/33 ม.5 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. ก่อนจะควบคุมตัวนายวิทยา วิยะเศษ อายุ 38 ปี อาชีพขายอาหารญี่ปุ่น พร้อมอาวุธปืนพกสั้นยี่ห้ออูซี่ อีเกิ้ล ขนาด 9 ม.ม. ซึ่งเป็นปืนมีทะเบียน แต่ผิดมือซื้อมาจากคนอื่นแต่ยังไม่ได้โอน อีกราย กก.สส.น.2 นำหมายค้นศาลอาญาที่ 456/2551 เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 29/21 ซ.อาทรอุปถัมภ์ แขวงและเขตบางซื่อ กทม. พบนายพิทักษ์พล วิยะเศษ อายุ 38 ปี อาชีพช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ พบปืนพกสั้นขนาด .45 ไม่มีทะเบียน พร้อมกระสุนปืน 34 นัด บัญชีการเบิกจุดตรวจรักษาบ้านพระอาทิตย์ 1 แผ่น

พ.ต.อ.เจริญ กล่าวว่า ตามที่บช.น.ได้ให้สืบสวนบุคคลเกี่ยวข้องกับการ์ดพันธมิตรฯ บก.น.2 จึงตรวจสอบพฤติการณ์ของบุคคลต่างๆ ในพื้นที่บก.น.2 ประกอบด้วย สน.ทุ่งสองห้อง และเตาปูน ซึ่งเป็นบ้านของบุคคลทั้งสอง ดำเนินคดีข้อหาเกี่ยวกับอาวุธปืน ส่วนสิ่งของอื่นๆ จะส่งคืนให้ต่อไป ผู้ต้องหาทั้งสองอ้างว่าเป็นเพียงผู้ชุมนุม นานๆ ไปครั้ง ส่วนบุคคลตามที่มีรายชื่อบัญชีนั้นไม่รู้จักใครทั้งสิ้น ไม่เคยได้รับเงินหรือค่าจ้างใดๆ สำหรับรายละเอียดต่างๆ นั้นต้องไปถามทนาย


-พฐ.ตรวจสนง.เอเอสทีวี


ส่วนความคืบหน้าคดีคนร้ายยิงสำนักงานเอเอสทีวีนั้น เวลา 13.30 น. พ.ต.ต.ธีนันต์ นครินทร์พงษ์ พงส. สบ.2 สน.ชนะสงคราม พ.ต.อ.ขิง แขวงวิเศษชัย ชาญ ผกก.สน.ชนะสงคราม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เดินทางมาที่สำนักงานเอเอสทีวี เพื่อตรวจพิสูจน์และเก็บหลักฐานภายหลังจากเกิดเหตุ

พ.ต.อ.ขิง กล่าวว่า ในวันนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบหาหลักฐานในที่เกิดเหตุ โดยได้เข้าตรวจทั้งหมด 7 จุด และได้ลงเรือไปกลางแม่น้ำเพื่อตรวจหาลักษณะวิถีโค้งและลักษณะแนวการยิงของคนร้าย นอกจากนี้ ทางบรรณาธิการของสำนักงานเอเอสทีวีได้นำหลักฐานเป็นสะเก็ดระเบิด ปลอกกระสุนอาก้าขนาด เอเค 47 และภาพเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุที่กำลังมีการถ่ายทำรายการอยู่ มามอบให้พนักงานสอบสวนเพื่อเป็นหลักฐานในการหาเบาะแสของคนร้าย

พ.ต.อ.ขิง กล่าวว่า สำหรับปลอกกระสุนนั้นพบภายในห้องสตูดิโอออกอากาศ 3 ซึ่งเป็นสถานที่ในการถ่ายทำรายการของเอเอสทีวี โดยคนร้ายได้ยิงมาจากทางด้านหลังของอาคารและทะลุเข้าไปภายในสำนักงาน แต่โชคดีที่ขณะเกิดเหตุพิธีกรและพนักงานไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคาดว่าคนร้ายต้องการที่จะข่มขู่แต่ไม่ได้หวังชีวิต


-6 การ์ดพกใบกระท่อม-ประทัด

บ่ายวันเดียวกัน ที่ห้องสายตรวจ สน.ดุสิต พ.ต.ต.สยุมภู เจียงพุทรา สว.สป.สน.ชนะสงคราม ร.ต.ท.ทองเปลว หารไพรบรูณ์ รอง สวป. พร้อมเจ้าหน้าที่สายตรวจ ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาประกอบด้วย นายเกษม บุญชนะ อายุ 51 ปี นายเดชา สมฤดี อายุ 42 ปี นายจิระเดช ศิริวงศ์ อายุ 24 ปี นายสมาชัย มีก่ำ อายุ 37 ปี นายศราวุธ จันเสถียร อายุ 26 ปี และนายสายันต์ บุโพธิ์ อายุ 42 ปี พร้อมของกลาง รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ ทะเบียน ตย 2601 กทม. ใบกระท่อม 2 มัด 40 ใบ ประทัดยักษ์ 1 ดอก หนังสติ๊ก 4 อัน คัตเตอร์ 2 ด้าม มีดพับ 1 เล่ม มีดปลายแหลม 1 ด้าม ลูกแก้ว 30 ลูก

พ.ต.ต.สยุมภู กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับรายงานว่ามีชายต้องสงสัยจำนวน 5-6 คน อยู่ในรถกระบะต้องสงสัยที่ขนผ้าห่มจำนวนมากอยู่เต็มกระบะหลังรถ มุ่งหน้าไปทางแยกเสาวนีย์ จึงได้วิทยุแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรจที่อยู่ใกล้เคียงให้ หยุดรถเพื่อขอตรวจสอบ แต่ปรากฏว่ารถต้องสงสัยคันดังกล่าวขับด้วยความเร็ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงช่วยกันวิทยุสกัดจับ จนสามารถหยุดรถคันดังกล่าวได้ที่หลังสถานีรถไฟสามเสน ซึ่งนายสายันต์เป็นผู้ขับขี่ จึงขอตรวจค้นภายในรถและกระบะหลังรถ พบกระเป๋าสะพายสีดำตรวจสอบพบใบกระท่อมพบของกลางดังกล่าว และผ้าโพกหัวสีเหลือง 3 ผืน มีข้อความกู้ชาติ และบัตรสีดำเขียนว่า นักรบศรีวิชัย เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เป็นการ์ดพันธมิตร กำลังจะนำผ้าห่มไปให้กับพันธมิตรที่สนามบินดอนเมือง หลังจากสอบสวนเสร็จพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหามียาเสพติด (ใบกระท่อม) ไว้ในความครอบครอง พกพาอาวุธมีดไปในเมืองสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ดำเนินคดีต่อไป


-นัดเจรจาพธม.เที่ยงวันนี้

ต่อมา พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ เดินทางมายังสภ.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เพื่อร่วมประชุมด่วนเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ กลุ่มพันธมิตรยึดสนามบินสุวรรณภูมิ มีพล.ต.ต.ปิยะ สอนตระกูล รองผบช.ภาค 1 ตัวแทนจากทหารบก ทหารเรือ จ.สมุทร ปราการโดยนายขวัญชัย วงศ์นิติกร ผวจ.สมุทรปราการ นายนิพนธ์ เลิศศรีสุวัฒนา นายอำเภอบางพลี และตัวแทนจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมหารือในห้องประชุมสภ.ราชาเทวะ โดยใช้เวลาในการประชุม 1 ชั่วโมงเศษ

จากนั้น พล.ต.ต.ปิยะให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากที่มีพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และมอบหมายให้พล.ต.ท.ฉลอง สนใจ ผบช.ภาค 1 รับผิดชอบเคลียร์ปัญหาที่สนามบินสุวรรณภูมิ ในวันนี้จึงได้มีการประชุมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งทหารเรือ ทหารบก ตำรวจสมุทรปราการ แนวทางก็คือจะใช้วิธีที่ประนีประนอม โดยจะตั้งทีมเจรจาทั้งฝ่ายเราและฝ่ายพันธมิตร โดยจะเจรจาในวันรุ่งขึ้นก่อนเที่ยง คิดว่าเป็นคนไทยด้วยกัน น่าจะคุยกันได้จะเป็นสีเหลือง สีแดง หรือสีขาวก็คนไทยเหมือนกัน เพราะสิ่งที่ทำอยู่นี้น่าจะทำความเสียหายให้กับประเทศชาติมามากพอสมควรแล้ว จึงอยากบอกพี่น้องประชาชนที่อยู่ต่างจังหวัด ทั้งตำรวจ ทหาร ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อให้เกิดความสูญเสียน้อยที่สุด เพราะเราเป็นพี่น้องชาวไทยด้วยกันและไม่อยากให้เกิดความรุนแรง

"ก่อนเที่ยงในวันพรุ่งนี้ จะมีผู้ว่าราชการจังหวัด การท่าอากาศยานฯ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน สื่อมวลชน ทำหน้าที่เป็นฝ่ายเจรจากับพันธมิตร เพื่อที่จะได้รับทราบทั่วกัน"พล.ต.ต.ปิยะกล่าวและว่า การ เจรจาต้องค่อยๆ คุยเพราะต่างความคิดกัน ซึ่งอยากจะดูความต้องการของกลุ่มพันธมิตรมากกว่าว่าต้องการอย่างไร ซึ่งตำรวจทหาร หากจะใช้ความรุนแรงก็คงใช้ไปนานแล้ว


-พธม.ยื่นเพิกถอนคำสั่งคุ้มครอง

ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความพันธมิตร ยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉินและขอให้ยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวที่ให้พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายพิภพ ธงไชย นายสุริยะใส กตะศิลา นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายอมร อมรรัตนานนท์ นายนรัณยู หรือศรัณยู วงษ์กระจ่าง นายสำราญ รอดเพชร นายศิริชัย ไม้งาม นางมาลีรัตน์ แก้วก่า และนายเทิดภูมิ ใจดี แกนนำและแนวร่วมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จำเลยที่ 1-13 นำกลุ่มผู้ชุมนุมออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานดอนเมืองทันที ตามที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. โดยนายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ ผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทท่าอากาศยานฯ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง เรื่องละเมิดและขับไล่  

นายสุวัตรกล่าวว่า เมื่อมีการประกาศ พ.ร.ก. บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ และมอบให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รับผิดชอบ ให้บช.น.และทหารอากาศ ดูแลดอนเมือง ให้ภูธรภาค 1 และทหารเรือ ดูแลสุวรรณภูมิ แล้วเป็นเหตุให้คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลแพ่งสิ้นสุดลง เพราะอำนาจของคณะกรรมการดังกล่าวมีมากกว่าศาล ซึ่งคาดว่าศาลจะมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวทันที เช่นเดียวกับคดีทำเนียบรัฐบาล


-ศาลแพ่งสั่งยกคำร้องพธม.


ต่อมาศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าการที่ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาเป็นกระบวนการยุติธรรมโดยใช้อำนาจทางตุลาการในการบังคับตามคำฟ้องและคำขอคุ้มครองชั่วคราวของโจทก์ ตาม ป.วิ แพ่ง ส่วนที่นายกรัฐมนตรีอาศัยอำนาจตามความแพ่ง พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 กับสถาน การณ์ฉุกเฉินที่มีเหตุร้ายแรงในเขตท้องที่ดอนเมืองและเขตลาดกระบัง กทม. และอำเภอบางพลีและอำเภอบางเสาธง จ.สมุทรปราการ นั้น เป็นอำนาจของฝ่ายบริหารซึ่งกฎหมายทั้ง 2 ฉบับมีเจตนารมณ์ที่แตกต่างกัน การบังคับให้เป็นไปตามพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 เป็นอำนาจบุคคลที่นายกรัฐมนตรีมีอำนาจแต่งตั้ง ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 301/51 ประกอบด้วย มาตรา 11 ของพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และ การที่บุคคลซึ่งนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งแต่งตั้งให้เข้าดำเนินการแก้ไขสถาน การณ์ฉุกเฉินจะดำเนินการอย่างไรก็เป็นไปตามอำนาจฝ่ายบริหารนั้น มิใช่เป็นการบังคับตามคำสั่งศาลที่ให้เป็นการคุ้มครองชั่วคราว ประกอบกับตามคำร้องของจำเลยทั้ง 13 ไม่ปรากฏว่าหลังจากที่ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวแล้ว ข้อเท็จจริงแห่งคดีหรือพฤติการณ์การกระทำของจำเลยทั้ง 13 ตามที่ได้ไต่สวนและอาศัยเป็นหลักในการมีคำสั่งอนุญาตตามคำขอในวิธีการคุ้มครองชั่วคราวของโจทก์ได้เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น แม้จะไต่สวนได้ความตามคำร้องของจำเลยทั้ง 13 ก็ไม่มีเหตุเพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ให้ยกคำร้อง

ด้านนายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความพันธมิตรฯ กล่าวว่า ยอมรับกับคำสั่งศาลแต่ก็จะใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อไป


-ตร.ประกาศเตือนฉบับแรก

พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.น. ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความรุนแรง ได้ออกประกาศฉบับที่ 1 เรื่องให้ผู้ชุมนุมเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ชุมนุม โดยมีข้อความว่า ตามที่กลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งที่เข้าปิดล้อมและยึดอาคารสถานที่ทำเนียบรัฐบาลชั่วคราว (ดอนเมือง) และสนามบินดอนเมือง ทั้งแต่วันที่ 24 พ.ย.จนถึงในขณะนี้ การกระทำของแกนนำการชุมนุมและกลุ่มผู้ชุมนุมได้ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ระบบการขนส่งสาธารณะ ระบบโทรคมนาคม และการปฏิบัติหน้าที่ราชการของรัฐบาล สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ ชื่อเสียง และความน่าเชื่อถือของประเทศเป็นอย่างมาก ละเมิดต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะความเสียหายทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นแล้วไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท

เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2551 ศาลแพ่งมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว โดยสั่งให้แกนนำและกลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่การชุมนุมทันที นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ได้ประกาศฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่เขตดอนเมือง เพื่อแก้ไข ระงับ ยับยั้ง ความเสียหายที่เกิดขึ้น

จึงประกาศให้แกนนำและผู้ชุมนุมทุกคนปฏิบัติตามกฎหมายและคำสั่งศาลแพ่ง โดยให้ออกจากพื้นที่การชุมนุม มิฉะนั้นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายจะเข้าดำเนินการใช้มาตรการความจำเป็นและเหมาะสมเพื่อแก้ไขสถานการณ์โดยทันที รวมทั้งจะดำเนินคดีทั้งอาญาและทางแพ่งแก่ผู้กระทำความผิดอย่างเด็ดขาด ประกาศลงวันที่ 28 พ.ย. 2551


-จ่อประกาศเคอร์ฟิวดอนเมือง

พล.ต.ท.สุชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการผลักดันผู้ชุมนุมออกจากท่าอากาศยานดอนเมืองว่า จะดำเนินการโดยเร็วที่สุด เริ่มจากแจกจ่ายประกาศประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่าเราจะทำอะไร อย่างไร จะใช้วิธีการทุกทาง 1.เป็นแผ่นปลิวแจกจ่ายให้เขาทราบ 2.ใช้รถกระจายเสียง 3.ส่งข้อความทางเอสเอ็มเอสทุกระบบ ซึ่งคนที่มีมือถือจะได้รับแต่จะอ่านหรือไม่ก็ตาม จากนั้นตั้งชุด

เจรจาต่อรอง ขณะนี้ได้ประสานกับบางคนในผู้ชุมนุม ซึ่งเขารับไปพิจารณา เราแจ้งให้ทราบว่าเกิดความเสียหายต่างๆ ทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ วันที่ 2-3 ธ.ค. จะมีพิธีสวนสนามก่อนจะถึงวันเฉลิมฯ ในวันที่ 5 ธ.ค. อยากให้ทุกคนทำตัวเพื่อพ่อของเรา คิดอะไรขอให้หยุดหรือถอยออกมาเพื่อให้เครื่องบินขึ้นได้ลงได้ ส่วนข้อเสนอการเจราจรกับพันธมิตร เราต้องให้เวลาเขาไปคิดก่อน เช่นเดียวกับที่สุวรรณภูมิ ถ้าเขาจะให้คำตอบเที่ยงพรุ่งนี้ คงไม่มีเหตุผลถ้าเปิดสุวรรณภูมิน่าจะเปิดที่ดอนเมืองด้วย

ผบช.น. กล่าวว่า ส่วนการประกาศเคอร์ฟิวในพื้นที่ท่าอากาศยานดอนเมืองนั้น ตนกำลังตัดสินใจ ถ้าเขาขยับออกมา เครื่องขึ้นลงได้ตนจะไม่ใช้ ส่วนการปิดล้อมไม่ให้คนอื่นเข้าไปอีกก็เป็นมาตรการหนึ่ง แต่จะทำหลังจากการเจรจาต่อรองแล้ว เราไม่ได้บอกว่าใครผิดหรือถูก แต่อยากให้เห็นแก่พ่อของเราทุกคน สำหรับใบประกาศจะให้ตำรวจไปแจกประชาชนตามจุดตรวจค้นต่างๆ ของนครบาล ส่วนที่ระบุว่าจะไปแจกโดยการโปรยมาทางอากาศคงทำได้ยาก เพราะผู้ชุมนุมอยู่ในวงจำกัด เป้าหมายที่จะโปรยลงไปจะปลิวไปที่อื่น ค่าใช้จ่ายก็สูง เกรงว่าเขาจะคิดว่าไปทำอย่างอื่นสร้างความเครียดให้ผู้ชุมนุมเปล่าๆ ตนฝากบอกพล.ต.จำลอง และเพื่อนร่วมห้อง นายวีระ สมความคิด สงสารตนเถอะ ถอยมาสัก 2 ก้าวก่อนในช่วงเวลานี้


-สุชาติเชื่อยุติภายในวันอาทิตย์

พล.ต.ท.สุชาติ กล่าวว่า เมื่อเจรจาแล้วก็ให้โอกาสเขาปรึกษาหารือก่อน ทั้งนี้ ไม่มีการกำหนดเส้นตาย ตนขอไม่บอกขั้นตอนปฏิบัติ เพราะเป็นความลับในแผนที่วางไว้ ขณะนี้เพิ่งอยู่ในขั้นตอนแรก เราดำเนินการตามที่ศาลปกครองกลางได้แนะนำ ส่วนขั้นตอนจะใช้กำลังจะเป็นไปตามหลักสากลทั้งที่กองทัพไทยกำหนด ตลอดจนแผนกรกฎ 50 มีหมด ขณะนี้เริ่มส่งรถกระจายเสียงไปเริ่มปฏิบัติการแล้ว ส่วนชุดเจรจาเป็นของหน่วยป่าหวาย ศูนย์สงครามพิเศษ เป็นผู้เจรจา ส่วนการตัดน้ำตัดไฟตำรวจไม่ทำ เราถูกตัดเองยังไม่รู้จะต่ออย่างไรเลย ส่วนกำหนดเวลาปฏิบัตินั้น ตนคาดหวังว่า 3 วัน เขาน่าจะให้คำตอบที่ดีกับเรา โดยวันที่ 1 ธ.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จฯ มาประทับในกรุงเทพฯ ตนหวังว่าปัญหานี้น่าจะผ่านพ้นไปไม่เกินวันอาทิตย์ที่ 30 ธ.ค.นี้

พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. กล่าวเรื่องประกาศให้ผู้ชุมนุมเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ชุมนุมว่า สิ่งที่ผู้ชุมนุมทำอยู่ผิดทั้งคำสั่งของศาลแพ่ง และกฎหมายพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และยังผิดกฎหมายอาญา ที่ไปยึดระบบสาธารณะ ก้าวล่วงจะเป็นการก่อการร้าย ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ขั้นตอนต่อไป ผบช.น.จะประกาศกำหนดเวลาที่จะให้ออกมาว่าภายในเมื่อใด ขณะนี้ที่สุวรรณภูมิยังเจรจากันอยู่ ตนรอฟังอยู่ เชื่อว่าที่โน้นเคลื่อนออกมาที่นี่ก็คงเคลื่อนเช่นกัน เราพยายามอะลุ้มอล่วยใช้ความสมานฉันท์ คนไทยทั้งประเทศเดือดร้อนจากการถูกปิดทางเข้าออกประเทศ ขณะนี้ประกาศฉบับแรก ต่อไปจะประกาศฉบับที่ 2 หัวหน้าจะกำหนดเงื่อนไขและเวลา จากนั้นถ้ายังไม่ปฏิบัติเจ้าหน้าที่ต้องเข้าไปบังคับให้ปฏิบัติ คือเข้าไปผลักดัน เราจะชี้แจงให้ทราบโปร่งใสทุกขั้นตอน เวลานี้เหมาะสมที่จะถอยออกมา


-"ยูนิเซฟ"เตือนเอาเด็กไปม็อบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะใช้รถกระจายเสียงไปประกาศแจ้งให้ผู้ชุมนุมที่สนามบินดอนเมืองรับทราบ พร้อมทั้งประสานเครือข่ายโทรศัพท์มือถือทั้งหมดส่งข้อความเตือนทางเอสเอ็มเอส นอกจากนี้ จะมีประกาศเตือนฉบับที่ 2 หลังจากมีการเจรจากับผู้ชุมนุมในวันที่ 29 พ.ย.นี้อีกหากผู้ชุมนุมไม่ยอมออกจากสนามบิน

วันเดียวกัน กองทุนเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือยูนิเซฟ ออกแถลงการณ์แสดงความวิตกต่อการบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมืองของกลุ่มพันธมิตรที่มีเด็กอยู่ด้วย โดยเรียกร้องให้แกนนำผู้ชุมนุมดำเนินการทุกด้านที่จำเป็นเพื่อรับประกันความปลอดภัยของเด็กที่มากับพ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่ในสถานที่ชุมนุมอย่างเต็มที่


-สนธิประกาศไม่เจรจา

เวลา 19.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตร ได้ขึ้นเวทีปราศรัยว่า ตนหายไป 2-3 วัน เพราะไปเฝ้าและป้องกันป้อมปราการที่สถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี เพราะที่ผ่านมาโดนโจมตีมาตลอด ขณะที่การค้นอาวุธของตำรวจต่อการ์ดพันธมิตรต่อไปนี้ ถ้าเจ้าหน้าที่ทำการค้นอาวุธการ์ดพันธมิตรเมื่อไหร่ ขอให้ยิงได้ทันที เพราะที่ผ่านมาตำรวจไม่เคยป้องกันดูแลการชุมนุมของพันธมิตรเลย ส่วนการเจรจายืนยันว่าต่อไปนี้เราจะไม่เจรจาอีกต่อไปแล้ว เพราะขณะนี้เหมือนเลือดเข้าตา ถ้าเจรจาเมื่อไหร่เราแพ้เมื่อนั้น ถ้าอยากมาสลายการชุมนุมในคืนนี้ก็เชิญมาได้เลย

นายสนธิ กล่าวว่า การลาออกของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกฯ คนเดียวถือว่าไม่เพียงพอ แต่คณะรัฐมนตรีต้องออกทั้งคณะ ยืนยันว่าไม่ใช่เป็นการเพิ่มเงื่อนไข แต่จะขอกระทืบซ้ำอีกรอบ นอกจากนี้อยากเตือนนายสมชายว่า ไม่ต้องมาคิดเรื่องเจรจา แต่ขอให้เตรียมตัวลี้ภัยไปประเทศพม่าได้แล้ว ซึ่งคงไม่เกินภายใน 24-48 ชั่วโมงนี้ อย่างแน่นอน

ด้านนายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตร ขึ้นเวทีปราศรัยว่า ขอให้พี่น้องจดจำทีมงานของสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที เพื่อไม่ให้เข้ามายังสถานที่ชุมนุมทุกแห่งอย่างเด็ดขาด


-ขู่ล้อมโรงพักที่จับการ์ดพธม.


ก่อนหน้านี้ เวลา 13.30 น. พ.ต.ท.สุวัฒน์ ศรีกร่ำ สว.ป.สภ.บางเสาธง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ตั้งด่านตรวจบริเวณถนนสายบางนา-ตราด ทางออกสนามบินสุวรรณภูมิ พบรถตู้ ยี่ห้อโตโยต้า สีฟ้า ทะเบียน อล 7495 กทม. บรรทุกผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรจำนวนมาก และรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ 4 ประตู สีดำ ทะเบียน กจ 6633 ราชบุรี ติดสัญลักษณ์กากบาทสีแดงรถพยาบาลของกลุ่มพันธมิตร จึงเรียกให้หยุดเพื่อขอตรวจสอบ ซึ่งบริเวณท้ายกระบะทั้งสองคัน พบกระเป๋าเป้จำนวนมาก เสื้อเกราะ 1 ตัว ง่ามหนังสติ๊ก 2 อัน ลูกแก้ว 100 ลูก ท่อนเหล็ก 6 ท่อน ไม้เบสบอล 2 อัน และไม้กอล์ฟ 1 อัน จึงยึดไว้เป็นของกลางและลงบันทึกประจำวัน ก่อนปล่อยตัวไปในที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังทราบเหตุการณ์ดังกล่าว นายกิตติชัย ใสสะอาด หัวหน้าการ์ดอาสาพันธมิตร ขึ้นกล่าวบนเวทีว่า ตำรวจจับกุมตัวแนวร่วมกลุ่มพันธมิตรจาก จ.ราชบุรี ที่นำเสบียงมาสมทบที่สนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมประกาศขออาสาสมัครส่วนหนึ่งเพื่อไปเจรจาให้ปล่อยตัวแนวร่วมทั้งหมดออกมา โดยระบุว่าการนำอาหารมาให้ผู้ร่วมชุมนุมเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ หากตำรวจยังไม่ปล่อยตัวจะนำมวลชนไปปิดล้อมโรงพักดังกล่าว แต่เมื่อทราบว่าตำรวจปล่อยคนทั้งหมดแล้วจึงยกเลิกภารกิจดังกล่าวไป


-นายกฯยันใช้วิธีละมุนละม่อม

เวลา 19.00 น. นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แถลงออกทีวีตอนหนึ่งว่า ได้เรียนกับข้าราชการทุกคนว่าในภาวะเช่นนี้ถึงแม้จะมีวิกฤตการณ์บ้านเมืองอยู่ แต่อยากให้ทุกท่านทำงานตามปกติ ไม่ต้องหวั่นไหวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ให้ผู้ว่าฯ ดูแลสถานที่ราชการ สถานที่สำคัญในแต่ละจังหวัดอย่าให้มีการทำร้าย ทำลายหรือยึด มิฉะนั้นประชาชนจะเดือดร้อนเพิ่มขึ้นไปอีก เราพยายามดูเรื่องคนยึดสนามบิน ปิดสนามบิน ตนได้ตั้งกรรมการ มีคำสั่งไปแล้ว แต่ไม่ต้องกังวล เจ้าหน้าที่จะใช้วิธีการอย่างละมุนละม่อม เราคนไทยด้วยกันจะใช้วิธีเจรจา เราไม่ประสงค์จะให้เกิดการบาดเจ็บ หรือประสงค์ให้เกิดความรุนแรงใดๆ จะใช้วิธีเจรจาหรือวิธีที่เหมาะสมกับสถานการณ์นั้นๆ เรื่องนี้ตนได้เรียนกับหลายท่านที่กังวลไปแล้ว อยากเรียนว่าวิธีการที่เจ้าหน้าที่ทำจะเป็นไปตามหลักสากล การที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ อยากเรียนเชิญกก.สิทธิฯ หรือท่านที่สนใจรวมทั้งสื่อมวลชนเข้าไปดู จะเข้าไปถ่ายทำด้วยก็ได้เพื่อให้เห็นชัดเจนว่าการทำนั้นโปร่งใส ปราศจากอคติ ชิงชังใดๆ ทำตามกฎเกณฑ์กติกาและกฎหมา

เครดิต :
เครดิต : เนื้อหาข่าว คุณภาพดี หนังสือพิมพ์ข่าวสด


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์