บันเทิงดารา คุยคุ้ยข่าวครบเครื่องเรื่องวัยรุ่นเรื่องผู้หญิง ที่นี่ที่เดียว
บันเทิงดาราวาไรตตี้ฟอร์เวิรดเมล์กีฬาคุยคุ้ยข่าวผู้หญิง
ชื่อผู้ใช้ : รหัสผ่าน : Remember สมัครสมาชิก   ลืมรหัสผ่าน
  มือมืดขว้างระเบิดใส่!บ้าน'จรัญ'
 

เต็นท์การ์ดพันธมิตร บึ้มสนั่นรถแกนนำพธม.ทหารห่วงทักษิณโฟนอินมีเรื่อง รบ.ต้องรับผิดชอบ


เกิดระเบิดกรุงสองแห่ง มือมืดขว้างระเบิดใส่บ้าน “จรัญ ภักดีธนากุล” กลางดึก สร้างความเสียหายหลายจุด เจ้าตัวเผยไม่หวั่นไหว และจะไม่ขอความคุ้มครองจากตำรวจ เตือนคนในครอบครัวให้ระวังตัวมากขึ้น อีกราย คนร้ายขว้างระเบิดใส่การ์ดพันธมิตรฯ ที่สะพานมัฆวานฯ บาดเจ็บ 9 คนสาหัส 1 “จำลอง” ระบุ รัฐบาลทำสงครามเต็มรูปแบบเข่นฆ่าประชาชน ฝากถามทหารจะนิ่งดูให้คนไทยตายอีกกี่คน ขณะที่ “สมศักดิ์” นำม็อบดาวกระจายไปหน้าสถานทูตอังกฤษแต่เช้า ทำให้ต้องปิดการจราจรจนรถติดขยายวงกว้าง เจอประชาชนด่าหลายจุดหวิดมีเรื่อง ด้าน ผบ.ทอ.ยอมรับเหล่าทัพห่วง 1 พ.ย. “ทักษิณ” โฟนอิน ลั่นรัฐบาลต้องรับผิดชอบหากนำไปสู่นองเลือด ระบุอย่าใช้สื่อของรัฐเป็นเครื่องมือสร้างความรุนแรง ต้องเตรียมตัวรับมือ ส่วนที่เชียงใหม่ มือมืดลอบเผารถเก๋งแกนนำพันธมิตรเชียงใหม่ เจ้าตัวระบุคนร้ายขี่รถ จยย.ใช้ระเบิดเพลิงขว้างใส่รถแล้วหลบหนีไป เชื่อเป็นฝีมือฝ่ายตรงข้าม แต่ยืนหยัดจะสู้ต่อไป


ความคืบหน้าการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 30 ต.ค. ร.ต.อ.ป้อมเพ็ชร โชติกลาง พงส. (สบ2) สน.นางเลิ้ง ได้รับแจ้งมีเหตุขว้างระเบิดใส่เต็นท์ที่พักของกลุ่มการ์ดพันธมิตรฯ บริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ที่ติดกับสำนักงานปลัดบัญชีกลางกระทรวงกลา โหม จึงไปตรวจสอบพบกลุ่มการ์ดพันธมิตรฯ กำลังลำเลียงคนเจ็บ ซึ่งเป็นการ์ดพันธมิตรฯ ขึ้นรถปิกอัพส่ง รพ.วชิระ 6 คน ในจำนวนนี้มี นายเสถียร ทับมะลิผล อายุ 43 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส เป็นพนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ที่เพิ่งเข้ามาสมัครเป็นการ์ดพันธมิตรฯ  ในช่วงเช้าวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีการ์ดพันธมิตรฯ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยอีก 4 คน และได้รับการรักษาในหน่วยแพทย์ของกลุ่มพันธมิตรฯภายในทำเนียบรัฐบาล ตรวจสอบข้างเต็นท์ พบหลุมจากแรงของระเบิด ขนาดกว้าง 10 ซม. ลึก 4 ซม.ใกล้กันยังมีรถจักรยานยนต์ของการ์ดพันธมิตรฯ ถูกสะเก็ดระเบิดถังน้ำมันแตก พร้อมด้วยสลักระเบิดชนิด เอ็ม 26 ตกอยู่ 1 อันจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน


ก่อนหน้านี้ก็จับคนป่วนได้
 
 
นายกิตติชัย ใสสอาด หัวหน้าการ์ดพันธมิตรฯ เปิดเผยว่า ทางกลุ่มพันธมิตรฯ คาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีช่วงนี้ เพราะเป็นช่วง 3 วันอันตราย จึงพยายามเฝ้าระวังกันอย่างเข้มงวด และก่อนเกิดเหตุทางการ์ดพันธมิตรฯ ได้จับกุมชายต้องสงสัย 1 คน เดินถือผ้าชุบน้ำมันคล้ายจะมาเผายางรถยนต์ที่กลุ่มพันธ มิตรฯ ตั้งวางทำเป็นบังเกอร์ไว้ จึงควบคุมตัวมาสอบสวน แต่จังหวะนั้นได้มีคนร้ายเป็นชาย 2 คนใส่เสื้อสีดำ ขี่รถจยย.แบบผู้หญิงมาจากแยก จปร.ถนนราชดำเนินนอก มาเลี้ยวขวาเข้าถนนเลียบคลองผดุงกรุงเกษม จากนั้นคนซ้อนท้าย ได้ลงจากรถแล้วขว้างระเบิดใส่เต็นท์ของการ์ดพันธมิตรฯ โดยผู้ขว้างระเบิดคล้ายเป็นคนที่ใช้อาวุธเป็น หลังจากนั้นได้ขี่รถหลบหนีไปทางวัดโสมนัสฯ ซึ่งกลุ่มการ์ดพันธมิตรฯ ได้โบกรถแท็กซี่เพื่อติดตามคนร้ายแต่ไม่ทัน สำหรับเหตุ การณ์ครั้งนี้ตนเชื่อว่าเป็นผลงานของคนมีสี


ป่วนปาบึ้มใส่บ้านพัก “จรัญ”

 
ก่อนหน้านั้นเมื่อเวลา 00.10 น. ร.ต.ต.สมชาย สาระเกษ พงส. (สบ1) สน. คลองตัน ได้รับแจ้งเหตุขว้างระเบิดใส่บ้านเลขที่ 92/37 หมู่บ้านศรีชวาลา ซอยปรีดีพนมยงค์ 45 ถนนสุขุมวิท 71 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา จึงพร้อมด้วย พล.ต.ต.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน รอง ผบช.น. พล.ต.ต.โชคชัย ดีประเสริฐ   วิทย์ ผบก.น.5 พ.ต.อ.ศิวโรจน์ สุขัควานนท์ ผกก. ไปที่เกิดเหตุพบว่าเป็นบ้านพักของ นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เป็นบ้าน 2 ชั้น มีรั้วรอบขอบชิด ปลูกอยู่บริเวณหัวมุมถนนในหมู่บ้าน เนื้อที่ประมาณ 100 ตารางวา โดยด้านนอกรอบรั้วบ้านมีรถยนต์จอดอยู่ 5 คัน เนื่องจากภายในบ้านกำลังมีการตกแต่งซ่อมแซม ตรวจสอบบริเวณสนามหญ้าภายในบ้าน พบหลุมลึกจากแรงของระเบิดเป็นวงกว้าง มีเศษดินและทรายกระจัดกระจายไปตกใส่หลังคารถที่จอดอยู่ด้านนอก

แรงระเบิดยังทำให้กระจกประตู หน้า ต่างแตกละเอียด คอมเพรสเซอร์แอร์พังเสียหาย และมีรอยไหม้ รวมทั้งกระจกประตู หน้าต่างของเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้กันก็ได้รับความเสียหายไปด้วย นายจรัญ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้พักผ่อนอยู่กับครอบครัวบนชั้น 2 ของบ้าน ได้ยินเสียงมีสิ่งของตกใส่หลังคาบ้านแล้วกลิ้งตกลงมา หลังจากนั้นก็มีเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว จึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่เป็นจังหวะเดียวกับมีตำรวจสายตรวจมาเซ็นชื่อตรวจตู้แดง บริเวณข้างบ้านพอดี


เตือนคนในครอบครัวระวัง
 
นายจรัญ ให้สัมภาษณ์อีกครั้งในเวลาต่อมาว่า ไม่ทราบว่าสาเหตุเกิดจากอะไรแต่วิธีการเช่นนี้น่าจะเป็นการข่มขู่ ซึ่งก็เป็นวิธีปกติที่ซื้อไม่ได้ก็ดิสเครดิต เมื่อดิสเครดิตไม่ได้ก็ข่มขู่คุกคาม อย่างไรก็ตามตนและครอบครัวไม่ได้หวั่นไหวอะไร และไม่จำเป็นที่จะต้องขอความคุ้มครองจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มเติม เพราะตำรวจเองก็คุ้มครองดูแลมาตลอด 2 ปี เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดเรื่อง แต่คนกลุ่มนี้จะลงมือในจังหวะที่เราเผลอ ซึ่งตนเองก็ได้เตือนให้คนในครอบครัว   ระมัดระวังตัวมากขึ้น และยอมรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจะเกิดในอนาคต
 
“ผมไม่กลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจะปฏิบัติหน้าที่ต่อไป เรารับเงินเดือนที่เป็นภาษีของประชาชน ก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ถ้ากลัวแล้วไม่ทำก็ไม่ต้องไปรับเงินเดือนที่มา จากภาษีประชาชน ต่อไปต้องระมัดระวังกันมากขึ้น ตอนนี้ตุลาการทุกคนก็เตือนกันอยู่ว่าอย่าประมาท และประธานคณะตุลาการรัฐธรรมนูญเองก็ได้พาเพื่อนตุลาการมาเยี่ยมให้กำลังใจ” นายจรัญ กล่าว


พฐ.ตรวจจุดเกิดเหตุเชื่อข่มขู่
 
ต่อมาเวลา 09.00 น. พ.ต.อ.ธวัชชัย เมฆประเสริฐ ผกก.พฐ.สนว.ตร. พ.ต.อ.วรชิต กาญจนะเสน ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.ตปพ. และ พ.ต.อ.ศิวโรจน์ สุขัควานนท์ ผกก.สน.คลองตัน ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบหลุมขนาดกว้าง 50 ซม. ลึก 20 ซม. อยู่บริเวณโคนต้นมะม่วง ในสนามหญ้า และได้เก็บเศษท่อน้ำพีวีซี สีฟ้า จำนวน   หนึ่ง แผง ไอ.ซี.และเศษดินในที่เกิดเหตุไปตรวจสอบ นอกจากนี้ยังมีเศษดินหล่นอยู่บนหลังคารถยนต์ ยี่ห้ออีซูซุ ทรูเปอร์ สีบรอนซ์ ทะเบียน พษ 7249 กรุงเทพมหานคร รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้าคัมรี่ สีดำ ทะเบียน ศฐ 8268 กรุงเทพมหานคร รถยนต์ เมอร์เซเดสเบนซ์ รุ่น E 280 สีดำ ทะเบียน 4 ศ-4459 กรุงเทพมหานคร และรถยนต์ยี่ห้อบีเอ็มดับบลิว รุ่น 316 i ทะเบียน 7 ช-4317 กรุงเทพมหานคร
 
พ.ต.อ.ศิวโรจน์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบโดยรอบบริเวณบ้าน รวมทั้งเบาะแสจากคนในบ้านพบว่า คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์มาก่อเหตุ แต่เชื่อว่าน่าจะมาทางด้านหลังบ้าน เพราะบริเวณหน้าบ้านมีป้อมยามของหมู่บ้านศรีวราอยู่ 2 แห่ง ส่วนตัวนายจรัญนั้นไม่ติดใจเอาความอะไร และไม่มีสมมุติฐานใด ๆ ให้เจ้าหน้าที่ แต่ส่วนตัวแล้วไม่เคยมีปัญหาขัดแย้งกับใครรุนแรงถึงขั้นถูกปองร้ายขนาดนี้ เบื้องต้นจึงสันนิษฐานว่า น่าจะเป็นการข่มขู่มากกว่า ไม่ได้ประสงค์ต่อชีวิต นอกจากนี้ยังเชื่อว่าเหตุระเบิดครั้งนี้ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดการ์ด พันธมิตรฯ หรือระเบิดที่บ้านพักประธานศาลปกครองสูงสุด
 
ต่อมาเวลา 10.30 น. นายชัช ชลวร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมคณะเจ้าหน้าที่จากสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เดินทางมาเพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจนายจรัญด้วย


“อนันต์” ระบุระเบิดชนิดเอ็ม 26   
 
ต่อมาเวลา 10.30 น. พล.ต.ต.อนันต์ ศรีหิรัญ ผบก.น.1 แถลงถึงเหตุขว้างระเบิดการ์ดพันธมิตรฯ ว่า จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เบื้องต้นเชื่อว่าเป็นระเบิดสังหารแบบ เอ็ม 26 ส่วนผู้ก่อเหตุนั้นมีพยานเห็นว่าเป็นชาย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์มาจากแยก จปร.มาทางสะพานมัฆวานฯ ก่อนที่จะปาระเบิดเข้าใส่แล้วขี่รถหลบหนีไป ส่วนสาเหตุขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเกิดจากฝ่ายใดหรือสาเหตุใด ต้องรอการสอบสวนอย่างละเอียดจากเจ้าหน้าที่อีกครั้ง ส่วนผู้ที่ถูกยิงเสียชีวิตทราบชื่อ นายสังเวียน รุจิโมระ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 701/151 ซอยสุขุมวิท 101 แขวงบางจาก เขตพระโขนง ถูกจ่อยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่คิ้วขวาทะลุท้ายทอย จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าผู้ตายพักอาศัยอยู่กับพ่อย่านถนนสุโขทัย น่าจะอยู่ในอาการเมาสุราและฝ่าแนวกั้นของตำรวจเข้าไปกระทั่งถูกยิงเสียชีวิตดังกล่าว ขณะนี้ได้สั่งให้ตำรวจเพิ่มกำลังในการดูแลรอบพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล และให้ตั้งด่านตรวจเพิ่มเติม เน้นการตรวจค้นรถจักรยานยนต์ พร้อมสั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดว่าสามารถจับภาพคนร้ายที่ก่อเหตุได้หรือไม่ ส่วนการปราศรัยที่สนามหลวงก็มอบให้ท้องที่ดูแล คิดว่าไม่น่ามีเหตุการณ์รุนแรงใด ๆ
 
“นายสังเวียน ผู้ตาย น่าจะมึนเมาจากข้างนอก เพราะมีคนเห็นว่าผู้ตายมึนเมาโวยวาย แล้วพยายามฝ่าแนวกั้นของตำรวจเข้าไปบริเวณด้านหลังกองบัญชาการตำรวจนครบาล จากนั้นก็ได้ยินเสียงปืน และเสียชีวิตในที่สุด เบื้องต้นสั่งการให้พนักงานสอบสวน สน.ดุสิต สอบสวนญาติผู้ตาย ซึ่งทราบว่าพักกับพ่อย่านถนนสุโขทัย แต่คงต้องสอบสวนถึงสาเหตุที่เดินทางมาอีกครั้ง”




พธม.ปิดถนนเพิ่มการจราจรป่วน
     
บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มพันธ มิตรฯ ภายหลังโดนขว้างระเบิดในช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา การ์ดพันธมิตรฯได้เพิ่มการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด โดยสอบถามผู้เข้าร่วมทุกราย ว่าเคยเข้ามาร่วมชุมนุมหรือไม่ และมาเป็นครั้งที่เท่าไหร่ เมื่อได้คำตอบที่แสดงความเป็นผู้ร่วมชุมนุมจริงจึงได้ปล่อยผ่านเข้ามา ขณะเดียวกันการ์ดพันธมิตรฯได้ขยายพื้นที่วางแนวยางรถยนต์จำนวนมาก ไปตั้งขวางถนนอีกด้านละ 500 เมตรโดยรอบ ที่จะเข้ามาในพื้นที่การชุมนุม สะพานมัฆวานฯ และทำเนียบรัฐบาล โดยอ้างถึงความปลอดภัยแต่ก็ยังมีประชาชนเข้าร่วมการชุมนุมอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ได้เกรงกลัวเหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้น
 
ทั้งนี้การ์ดพันธมิตรฯได้ฉวยโอกาส ปิดการจราจรอย่างสิ้นเชิง ตั้งแต่ถนนราชดำเนินนอก ด้านหน้าสนามมวยราชดำเนินจนถึงสี่แยกลานพระบรมรูปทรงม้า ถนนเลียบคลองผดุงกรุงเกษม ตั้งแต่สี่แยกประชาเกษมจนถึงแยกนางเลิ้ง และถนนพิษณุโลก ตั้งแต่สี่แยกมิสกวันจนถึงสี่แยกนางเลิ้ง โดยอนุญาตให้รถยนต์ของหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาได้ แต่ต้องแสดงบัตรประจำตัวด้วย ซึ่งทำให้การจราจรติดขัดอย่างสาหัส และยังได้รับผลกระทบจากกลุ่มพันธมิตรฯได้เดินขบวนโดยใช้ยุทธศาสตร์ดาวกระจายไปหน้าสถานทูตอังกฤษ และห้างดิ เอ็มโพเรียม ประกอบกับมีม็อบเกษตรกร นำโดย นายชิงชัย มงคลธรรม หัวหน้าพรรคความหวังใหม่ และแกนนำองค์การปวงชนยุติปัญหาชาติ ซึ่งมีเกษตรกรมาร่วมประมาณเกือบพันคนได้ปักหลักที่ลานพระบรมรูปทรงม้าด้วย


ดาวกระจายสถานทูตอังกฤษ

 
เมื่อเวลา 08.00 น. กลุ่มพันธมิตรฯได้ใช้ยุทธวิธีดาวกระจายไปที่หน้าสถานทูตอังกฤษ ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน เพื่อยื่นหนังสือให้กับ นายควินตัน เควลย์ เอกอัครราชทูตอังกฤษฯ ส่งต่อไปยังรัฐบาลอังกฤษให้พิจารณาขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนางพจมาน ชินวัตร ภริยา ที่พำนักอยู่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ กลับมายังประเทศไทย และแจกซีดี หนังสือบันทึกเหตุ การณ์วันที่ 7 ต.ค. ให้กับประชาชนละแวกดังกล่าว โดยกลุ่มผู้ชุมนุม พันธมิตรฯ เริ่มทยอยเดินทางมาสมทบกันเต็มพื้นที่หน้าสถานทูตอังกฤษ พร้อมกับปิดการจราจรตั้งแต่ถนนวิทยุ ตัดถนนเพชรบุรี ไปจนถึงแยกเพลินจิต ส่งผลให้การจราจรในถนนสุขุมวิทขาเข้า และถนนวิทยุติดขัดยาวเหยียดออกไปเรื่อย ๆ นานนับชั่วโมง รวมทั้งรถบนทางด่วนก็ไม่สามารถลงที่ถนนสุขุมวิทได้ สร้างความเดือดร้อนให้กับคนกรุงเทพฯ อีกครั้งหนึ่ง


ยื่นหนังสือ จนท.ทูตอังกฤษ
    
 
จากนั้น นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพร้อม น.ส.สโรชา พรอุดมศักดิ์ ขึ้นรถหกล้อที่ดัดแปลงเป็นเวทีปราศรัยชั่วคราว มาสมทบในภายหลังกล่าวโจมตี พ.ต.ท.ทักษิณ และนางพจมาน ว่าเป็นผู้ต้องหาที่ต้องถูกดำเนินคดีในประเทศไทย และกล่าวหา นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ว่าเป็นผู้สั่งการให้ตำรวจทำร้ายประชาชน ต่อมาเวลา 11.00 น. น.ส.สโรชา ได้อ่านแถลงการณ์ และยื่นหนังสือพร้อมมือตบให้กับ นายแครี่ พลอคเตอร์ เจ้าหน้าที่สถานทูต จากนั้นแกนนำได้สั่งให้ประชาชนที่มาร่วมชุมนุมเดินขบวนแจกซีดีและหนังสือเหตุการณ์วันที่ 7 ต.ค.ให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนและประชาชนที่เดินสัญจรผ่านไปมาย่านดังกล่าว จากแยกเพลินจิตไปตามถนนสุขุมวิทขาออก จนถึงห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มโพเรียม ซอยสุขุมวิท 35 ทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนักตลอดทั้งเส้นและบริเวณโดยรอบ ทำให้มีกลุ่มประชาชนโห่ไล่เป็นระยะ ๆ


ถูกผู้ใช้รถใช้ถนนด่าทำรถติด

 
ตลอดเส้นทางมีการต่อต้านเป็นระยะ ๆ เช่นกัน โดยที่ใกล้แยกอโศก โชเฟอร์แท็กซี่คนหนึ่งที่รถติดอยู่นาน ออกมาตะโกนว่าการ์ดพันธมิตรฯ อย่างอารมณ์เสียว่าทำให้รถติด ทำให้การ์ดพันธมิตรฯ จำนวนหนึ่งไม่พอใจ ด่าว่าโชเฟอร์แท็กซี่คนดังกล่าวเช่นกัน ก่อนที่จะแยกย้ายกันไป ที่อาคารยูบีซี 2 ซอยสุขุมวิท 33 มีพนักงานออฟฟิศกลุ่มหนึ่งออกมาตะโกนไม่เอาพันธมิตรฯ ทำให้รถติด และนำรองเท้ามาตบ ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมไม่พอใจตะโกนด่าว่า จนเจ้าหน้าที่ รปภ.ต้องมากันตัวออกไป และที่หน้าห้างสรรพสินค้าดิ เอ็มโพเรียม มีชายหนุ่มคนหนึ่งขี่รถ จยย.เข้ามาที่กลุ่มผู้ชุมนุม พันธมิตรฯ และลงจากรถเปิดซิปกางเกงและควักของลับออกมาโชว์โดยไม่พูดจาอะไร จากนั้นรีบขับรถออกไปทันที และเมื่อเดินถึงห้างดิ เอ็มโพเรียม ฝนได้ตกลงมาอย่างหนัก แต่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ได้หลบฝนแต่อย่างใด และยังคงปิดถนนสุขุมวิทขาออกและขาเข้าชั่วคราว ทำให้รถติดจอดนิ่งอยู่นานกว่าครึ่งชั่วโมง ก่อนจะแยกย้ายกันไป  


“จำลอง” ชี้รัฐบาลทำสงคราม

 
ส่วนในเวลา 10.00 น. ที่ห้องผู้สื่อข่าว ทำเนียบฯ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง หนึ่งในแกนนำพันธมิตรฯ แถลงข่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยแบ่งเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายพันธมิตรฯ และฝ่ายรัฐบาล ไม่ใช่เป็น 3 หรือ 4 อย่างที่คนเข้าใจ รัฐบาลกำลังเดินหน้าทำสงครามเต็มรูปแบบ อย่างเมื่อเวลา 02.00 น. ที่ผ่านมา รัฐบาล   พยายามส่งคนเข้ามาก่อกวนที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ทางพันธมิตรฯ ก็จับกุมผู้ที่มาก่อกวน ซึ่งเป็นชาวจังหวัดหนองคาย ที่สารภาพว่ารับจ้างมาด้วยเงินเพียง 200 บาท โดยการนำผ้าชุบน้ำมันเบนซินเข้ามา รวมทั้งเมื่อเวลา 03.00 น. ฝ่ายรัฐบาลได้นั่งรถเข้ามาขว้างระเบิดสังหารตรงบริเวณสะพานมัฆวานฯ ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 9 ราย ซึ่งในจำนวนนี้บาดเจ็บสาหัส 1 ราย นอกจากนี้ เวลา 04.00 น. ฝ่ายรัฐบาลได้เข้ามาบริเวณสวนมิสกวัน หน้ากองทัพภาคที่ 1 แต่งกายชุดดำ พกอาวุธสงครามครบมือ ระดมยิงผู้ชุมนุมและการ์ดพันธมิตรฯ ทั้งนี้พันธมิตรฯ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า พวกที่พกอาวุธได้อย่างไม่ผิดกฎหมายเช่นนี้ มีแค่ตำรวจและทหารเท่านั้น


ขอทหารคุ้มครองพันธมิตรฯ
 
 
พล.ต.จำลอง กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมาพันธมิตรฯ ได้เคยเรียกร้องต่อกองทัพบกให้ส่งสารวัตรทหารเข้ามารักษาความปลอดภัย แต่ไม่มีการตอบรับกลับมา ดังนั้น จึงขอเรียกร้องจากสื่อมวลชนอีกครั้ง เพื่อไม่ให้มีผู้บาดเจ็บล้มตายไปมากกว่านี้ ล่าสุด เมื่อวันที่ 17 ต.ค. พันธมิตรฯ ได้ทำหนังสือไปถึง ผบ.ทบ.อีกครั้ง เพื่อให้ส่งสารวัตรทหารมาดูแลความปลอดภัย พร้อมกับพันธมิตรฯ จะช่วยออกค่าเบี้ยเลี้ยงให้กับสารวัตรทหารตามระเบียบ และเลี้ยงอาหารเป็นอย่างดี และอยากฝากบอกกับทหารอีกว่า จะนิ่งดูดายรอให้ประชาชนตายซักกี่คน และบาดเจ็บซักเท่าไหร่ ทั้ง ๆ ที่เคยประกาศว่าจะอยู่เคียงข้างประชาชน


พล.ต.จำลอง กล่าวถึง กรณีที่รัฐบาลเสนอให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เข้ามาเป็นประธานในการเสวนาและเจรจากับกลุ่มพันธ มิตรฯ ว่า ตนคิดว่า พล.อ.เปรม จะรับเป็นประธานหรือไม่ เนื่องจากรัฐบาลเคยทำให้ พล.อ. เปรม เจ็บช้ำน้ำใจมาหลายครั้งแล้ว แต่ถ้าหากต้องการเจรจากับกลุ่มพันธมิตรฯ จริงก็ไม่มีปัญหา
 
สำหรับการเคลื่อนไหวตามยุทธศาสตร์ดาวกระจาย ไปยื่นหนังสือที่สถานทูตอังกฤษ ให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งพันธมิตรฯ ก็ไม่กลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรง เพราะพันธมิตรฯ รู้ว่ารัฐบาลจะลอบกัดพันธมิตรฯ ในช่วงมืดและช่วงที่ไม่พร้อมเท่านั้น 


ย้อนถาม ปธ.มูลนิธิราชประชา

 
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่ นายดิสธร วัชโรทัย ประธานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ออกมาบอกว่า การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ไม่ได้เกิดประโยชน์ แต่เป็นการสร้างความแตกแยกให้แก่ประเทศ รวมทั้งที่ระบุว่า “ถ้ารักในหลวงให้อยู่บ้าน และกลับบ้าน” พล.ต.จำลอง กล่าวว่า ถ้ารักในหลวงอยู่บ้าน แล้วเกิดประโยชน์ต่อประเทศ พันธมิตรฯ คงทำไปนานแล้ว คงไม่ต้องมาลำบากอย่างนี้ ส่วนที่บอกว่ารักในใจก็ทำอยู่แล้ว ตนขอถามว่าถ้ารักในใจแล้วจะเกิดประโยชน์ต่อชาติหรือไม่ ทั้งนี้ ถ้ามีกลุ่มหรือบุคคลที่จะมาทำหน้าที่แทนพันธมิตรฯ พวกเราก็ยินดีที่จะกลับบ้าน แต่เพราะไม่มีใครจึงต้องอยู่อย่างนี้เรื่อยไป


20ส.ว.เยี่ยมให้กำลังใจตำรวจ

 
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา 14.00 น. คณะวุฒิสภา 20 คน นำโดย พล.ต.ต.  ขจร สัยวัตร์ เดินทางเข้าพบ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. มอบเงินช่วยเหลือข้าราชการตำรวจ ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์วันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา 150,000 บาท โดย ผบ.ตร. กล่าวว่า ส.ว.มาให้กำลังใจและมาเยี่ยมตำรวจที่เจ็บป่วย ซึ่งตำรวจดีใจและขอบคุณมากที่ ส.ว.ยังเห็นอกเห็นใจการทำงานของตำรวจ ซึ่งตำรวจจะทำหน้าที่ดูแลประชาชน ดูแลรัฐสภา และสถานที่ราชการอย่างดีที่สุด
 
เมื่อถามถึงเหตุระเบิดที่เวทีพันธมิตรฯ  พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่าขณะนี้คงไปสรุปไม่ได้ว่าใครเป็นคนทำ ต้องรอผลการสืบสวนสอบสวนให้เสร็จสิ้นก่อน อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาตำรวจก็ดูแลความปลอดภัยตามปกติทุกวันอยู่แล้ว เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น ก็ต้องเพิ่มมาตรการเข้มงวดมากขึ้น และต้องเจรจากับพันธมิตรฯ ว่าส่วนไหนของพันธมิตรฯ ส่วนไหนที่ตำรวจจะเข้าไปได้ ส่วนที่มีการใช้อาวุธปืน ก็ต้องตรวจสอบว่าใครเป็นคนทำ ส่วนเหตุระเบิดที่บ้าน นายจรัญ ภักดีธนากุล พบว่าวัตถุที่ใช้เหมือนกับเหตุระเบิดที่บ้าน นายอักขราทร จุฬารัตน ประธานศาลปกครองสูงสุด คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องการสร้างสถานการณ์ อย่างไรก็ตามได้สั่งให้จัดกำลังตำรวจเข้าไปดูแลตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คนแล้ว
 
ทางด้าน พล.ต.ท.วัชรพล ประสารราชกิจ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะโฆษก ตร.กล่าวถึงการดูแลความปลอดภัยการชุมนุมของ นปช.ในวันที่ 1 พ.ย.ว่า ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.วิมล เปาอินทร์ ผบก.น.4 เตรียมกำลัง 3 กองร้อย 450 นายดูแลอำนวยความสะดวกในเบื้องต้น แต่การชุมนุมไม่น่าห่วงเพราะมีความชัดเจนเรื่องสถานที่มีการควบคุมดูแลไม่น่ามีปัญหา



ต้องทำกฎหมายเป็นกฎหมาย
 
ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.ทหารสูงสุด ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุระเบิดบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ว่า ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบก่อน ตอนนี้ยังไม่มีการพูดคุยกับ ผบ.เหล่าทัพ เพราะเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเวลา 03.00 น. ส่วนกรณีที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะโฟนอินพูดคุยกับประชาชนนั้น เราต้องติดตามสถานการณ์  ส่วนจะทำได้หรือไม่ เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้ร้ายข้ามแดนนั้น ต้องถามฝ่ายกฎหมาย
 
พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่บริเวณหน้าสะพานมัฆวานฯ น่าเป็นห่วง เพราะยิ่งใกล้ในช่วงที่มีการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 1 พ.ย.นี้ จะมีแนวโน้มของเหตุการณ์ที่รุนแรงมากขึ้น สิ่งที่รัฐบาลและตำรวจต้องดำเนินการตามกฎหมายให้เข้มงวด ต้องแสดงให้เห็นว่าสามารถคุ้มครองชีวิต ทรัพย์สิน ความปลอดภัยของประชาชนได้ คือ ต้องทำให้กฎหมาย เป็นกฎหมาย เพราะหากกฎหมายไม่เป็นกฎหมายแล้วก็จะมีกลุ่มอะไรต่าง ๆ ออกมาเคลื่อนไหวมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้รัฐบาลควบคุมเหตุการณ์ได้ลำบาก นำมาซึ่งเหตุการณ์ที่รุนแรงขึ้น


ไม่อยากให้สื่อรัฐถูกทำลาย

 
“ในวันที่ 1 พ.ย. เป็นวันที่น่าเป็นห่วง เพราะถ้ามีการออกมาชุมนุมกันเป็นจำนวนมาก และนำสื่อของรัฐออกมาเปิดโอกาสให้ถ่ายทอดสัญญาณอะไรต่าง ๆ จะทำให้เป็นเหตุว่ารัฐบาลไม่เป็นกลางอยู่กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำให้เกิดกระแสต่อต้าน เกิดความรุนแรง ผมไม่อยากให้เหตุการณ์เกิดขึ้นเหมือนเหตุการณ์ในอดีต จึงไม่อยากเห็นว่าสื่อของรัฐหรือหน่วยงานของรัฐถูกทำลาย สิ่งที่น่าจะเป็นแนวทางที่จะลดกระแสนี้ได้ก็คือ รัฐบาลน่าจะต้องเตรียมตัว ไม่ใช่ว่าพอรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ยังปล่อยให้เหตุการณ์ในลักษณะอย่างนี้เกิดขึ้นมาอีก หากเกิดขึ้นมาก็คงจะแก้ตัวไม่ได้ว่าทำดีที่สุดแล้ว เพราะเมื่อรู้ตัวว่าอะไรจะเกิดขึ้นต้องดำเนินการทำอะไรขึ้นมา อย่าปล่อยให้เอาสื่อของรัฐมาเป็นเครื่องมือ” ผบ.ทอ. กล่าว


“มาร์ค” ชี้ รบ.เอาระบอบไปเสี่ยง

 
วันเดียวกันที่พรรคประชาธิปัตย์  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน และหัวหน้าพรรค กล่าวว่า มีกระบวนการชัดเจนที่จะพยายามลากกระบวนการยุติธรรม และสถาบันต่าง ๆ เข้าสู่ความขัดแย้ง แต่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ยังนั่งเฉยไม่คิดว่าเป็นปัญหา แต่เอาชีวิตประชาชนไปเสี่ยง ที่เอาระบอบการเมือง ระบอบประชาธิปไตยเข้าสู่ความเสี่ยงทุกวัน คำถามก็เหมือนเดิมว่า เพื่ออะไรและตราบเท่าที่รัฐบาลยังมีท่าทีที่เหมือนเดิม มีแต่ความเลวร้าย ความเสี่ยง ความเครียด และความกังวล โดยเฉพาะใน 3-4 วันที่จะเกิดขึ้น เมื่อถามว่าเป็นห่วงหรือไม่ว่าความ ขัดแย้งที่เกิดขึ้นอาจทำให้เกิดการปะทะและอาจทำให้เกิดสงครามกลางเมืองขึ้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราก็เป็นห่วงตลอดเวลา แต่ก็ไม่เข้าใจว่ารัฐบาลไม่รู้ร้อนรู้หนาว หรือรัฐบาลมองเห็นว่า นั่นคือสิ่งที่ต้องการจะให้เกิดขึ้น เพราะเป็นยุทธศาสตร์ทางการเมือง 


วอน พธม.ให้ความร่วมมือตร.
               
 
ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 11.45 น. นาย จตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน แกนนำกลุ่มผู้จัดรายการความจริงวันนี้สัญจร ครั้งที่ 2 กล่าวถึงเหตุระเบิด และมีผู้เสียชีวิตจากการโดนยิงเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า ขอประณามคนที่ก่อเหตุว่า มีพฤติการณ์ที่ผิดมนุษย์ เลวที่สุด ใช้ผู้บริสุทธิ์เป็นเหยื่อ เพื่อให้ประชาชนหวาดกลัว ไม่กล้าเข้ามาร่วมงานความจริงวันนี้สัญจร วันที่ 1 พ.ย. และหวังสร้างสถานการณ์ เพื่อให้เกิดการปฏิวัติ เพราะเป็นทางเดียวที่จะให้พันธมิตรฯ กลับบ้านได้ อย่างไรก็ตามขอเรียกร้องให้กลุ่มพันธมิตรฯ ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการเข้าไปตรวจพิสูจน์หลักฐานเพื่อจับคนผิดมาลงโทษ  
      
นายจตุพร กล่าวว่า เมื่อคืนวันที่ 29 ต.ค. ตนได้คุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งยังคงยืนยันว่า จะโฟนอินในรายการเหมือนเดิม และยังบอกด้วยว่า คนที่ออกมาวิจารณ์รู้ได้อย่างไรว่าจะมีการพูดเรื่องอะไร เป็นการตีตนไปก่อนไข้ ควรฟังให้ครบถ้วนก่อนแล้วจึงวิจารณ์ ทั้งนี้ในรายการ หากเห็นนายวีระ มุสิกพงศ์ ขึ้นเวทีตอนไหน พ.ต.ท.ทักษิณ ก็จะพูดตอนนั้น โดยเนื้อหาจะมีหลายเรื่อง และจะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย ส่วนที่กองทัพเป็นห่วง และอยากให้สกรีนคำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ก่อนนั้น ตนอยากให้สบายใจได้ว่า จะไม่เป็นอย่างที่เป็นห่วงแน่นอน
       
เมื่อถามว่า นายดิสธร วัชโรทัย ประธานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ระบุ อยากให้ทุกคนอยู่กับบ้าน ไม่ให้มาชุมนุม นายจตุพร กล่าวว่า ตนน้อมรับ แต่ถ้าพันธมิตรฯ กลับบ้าน คืนทำเนียบฯ ให้รัฐบาล เสื้อแดง ก็พร้อมกลับบ้านเช่นกัน หรือถ้าเอเอสทีวีปิด   รายการ ความจริงวันนี้ก็จะปิดทันทีเช่นกัน ส่วนที่มองว่า เป็นการไม่น้อมรับฟังนั้น อยากถามว่าอยากให้พันธมิตรฯ ทำร้ายคนอื่นฝ่าย เดียวหรืออย่างไร


พปช.ยื่นอัยการส.ส.ปชป.กบฏ
 
 
คณะส.ส.พรรคพลังประชาชน นำโดยนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พร้อมด้วย นายจุมพฏ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร นางนฤมล ธารดำรงค์ ส.ส.สมุทรปราการ ร่วมกันแถลงข่าวจะไปยื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุด เพื่อแจ้งข้อหาร่วมกันกับ 2 ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ คือ นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา และนายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง โดย นายสุรพงษ์ กล่าวว่า พวกตนทั้ง 6 คนขอใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 เพื่อยื่นต่ออัยการสูงสุดให้ตรวจสอบ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 2 คน ว่าได้กระทำการกบฏต่อแผ่นดินประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 113 เนื่องจากมีภาพปรากฏว่า  ทั้งสองคนได้อยู่ร่วมเหตุการณ์การล้อมรัฐสภาเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ซึ่งศาลปกครองสูงสุดเคยมีคำสั่งว่าการชุมนุมล้อมรัฐสภาเป็นพฤติกรรมที่ทำผิดเกินรัฐธรรมนูญมาตรา 63 ในการใช้สิทธิการชุมนุม แม้ทั้งสองคนจะอ้างว่าได้ไปสังเกตการณ์แต่เป็นช่วงเย็นจริงหลังเกิดเหตุแล้ว ถือเป็นข้ออ้าง ซึ่งเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบข้อเท็จจริง


“ประเวศ” แนะไม่ใช้ความรุนแรง

 
ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ศ.นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการวัฒน ธรรมแห่งชาติ (กวช.) กล่าวถึงเหตุการณ์การปาระเบิดใส่กลุ่มพันธมิตรฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า ตนไม่เห็นด้วยที่จะมีการใช้ความรุนแรง หรือปะทะกัน ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้ ถือว่าเข้าขั้นวิกฤติบ้านเมืองไม่มีทางออก ในแนวทางของตนเห็นว่า มาตรการระยะสั้น คือ การป้องกันไม่ให้ทั้ง 2 ฝ่ายปะทะกัน ถึงแม้ว่าความเห็นจะต่างกัน แต่ไม่ใช้ความรุนแรงก็เป็นสิ่งที่น่าจะทำได้ ส่วนการจะไปห้ามการชุมนุมของประชาชนก็ทำได้ยาก แต่ในที่สุดการแก้ไขปัญหาระยะยาว คือ การนำทั้ง 2 ฝ่ายไปสู่จุดมุ่งหมายเดียวกัน คือการสร้างประชาธิปไตย อย่ามองเพียงจุดเดียว คือ การแก้รัฐธรรมนูญ และความคิดเห็นที่แตกต่างกันเท่านั้น หากมุ่งประเด็นไปที่ การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงอย่างเดียว จะนำไปสู่ความขัดแย้ง และคำถามที่ว่า ใครเป็นคนเขียน เขียนว่าอย่างไร และเขียนเพื่อใคร ทำให้บ้านเมืองวิกฤติไม่มีทางไป ส่วนกรณีสลายการชุมนุมหน้ารัฐสภาทำให้ภาพลักษณ์ตำรวจเป็นผู้ห้ามการปะทะ กลายเป็นผู้ทำร้ายประชาชนเสียเองนั้น ตนเห็นว่า ตำรวจและทหารมีทั้งดีและไม่ดี ไม่ควรเหมารวมว่าไม่ดี   ทั้งหมด เพราะเจ้าหน้าที่จะเสียกำลังใจในการทำงาน


โพลเชื่อ “ป๋าเปรม” ยุติปัญหาได้

 
ธุรกิจบัณฑิตย์โพล สอบถามความคิดเห็นคนกรุงเทพฯ 1,319 คน พบว่า ร้อยละ 24 คิดว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ น่าจะเป็นผู้ที่สามารถแก้วิกฤติประเทศได้ดีที่สุด รองลงมาเป็น นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ร้อยละ 20.8 และอดีต นายกฯทักษิณ ชินวัตร ร้อยละ 20  ขณะที่ ร้อยละ 30.1 คิดว่า การยุติการประท้วงของพันธมิตรฯ คือการยุบสภา รองลงมา ร้อยละ 18.9 เห็นว่าการเจรจากับ พธม.  ร้อยละ 43.9 คิดว่าจุดประสงค์ของ พธม.คือ ล้มรัฐบาลที่เป็นนอมินี พ.ต.ท.ทักษิณ และร้อยละ 30.7 คิดว่าจุดประสงค์ของ นปช.คือ ต่อต้าน พธม. และปกป้องรัฐบาล 


หนุ่ม จยย.ร้องการ์ด พธม.รุมยำ

 
เมื่อเวลา 11.00 น. นายแอม ดาว สิงห์ อายุ 39 ปี ชาวศรีสะเกษ อาชีพขี่รถ จยย.รับจ้าง หน้าสยามสแควร์ เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.ท.ขรรค์ชัย เดิมยิริง พงส. (สบ1) สน.ดุสิต ว่า ถูกการ์ดพันธมิตรฯ รุมทำร้าย   ร่างกาย ทำให้ขมับซ้ายบวมปูด จนต้องไปรักษา ตัวที่ รพ.ตำรวจ โดยเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น วันที่ 29 ต.ค. หลังจากที่ตนไปส่งผู้โดยสารที่ทำเนียบฯ ขากลับถูกการ์ดพันธมิตรฯ 10 คน  เข้ารุมล้อมบอกว่าที่หน้ารถตนติดสติกเกอร์ “เบื่อพันธมิตร โว้ย” จากนั้นก็ช่วยกันลากตนเข้าไปในห้อง รปภ.ใกล้ศาลกรมหลวงชุมพรฯ ขู่บังคับให้ตนรับสารภาพว่าใครจ้างมาเท่าไร บังคับเอาบัตร เอทีเอ็ม ไปกดเงินแต่ไม่มีเงินในบัญชี จากนั้นตนก็ถูกทำร้าย และกักขังไว้ถึง 4 ชม. จึงปล่อยตัว ออกมา   


เผารถแกนนำ พธม.เชียงใหม่
 
ส่วนที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อเวลา 04.00 น. วันเดียวกัน พ.ต.ท.บุญธรรม กำไร พงส. (สบ3) สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ที่จอดในลานจอดรถสถานีวิทยุวิหกเรดิโอ ภายในหมู่บ้านระมิงค์นิเวศน์ จึงพร้อมด้วย พล.ต.ต.สุเทพ เดชรักษา ผบก.ภ.จว. และ พ.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข ผกก. รถดับเพลิง และเจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการกองพิสูจน์หลักฐาน พบรถเก๋งวอลโว่ สีเขียว หมายเลขทะเบียน ค 4546 เชียงใหม่ ถูกไฟไหม้บริเวณห้องเครื่อง ใช้เวลาเพียง 20 นาทีก็ดับเพลิงได้
 
จากการสอบสวน นายเทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา แกนนำกลุ่มทหารเสือพระราชา หรือพันธมิตรฯ เชียงใหม่ เจ้าของสถานีวิทยุให้การว่าก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นที่โรงจอดรถ วิ่งออกมาดูพบชายวัยรุ่น 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว และเกิดไฟไหม้ที่รถเก๋งของตน จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สำหรับสาเหตุตนและกลุ่มได้ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ มาโดยตลอด จนกระทั่งมาเกิดเหตุขึ้น เชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามที่ไม่พอใจ ซึ่งตนเองและทาง กลุ่มจะยังคงยืนหยัดจุดยืนที่จะเคลื่อนไหวต่อไป


เครือข่ายเยาวชนเรียกร้อง

 
ส่วนที่สถานีขนส่งอาเขต จ.เชียงใหม่ เมื่อเวลา 08.30 น. นายศิริพล เคารพธรรม อายุ 20 ปี นิสิต ม.เกษตรศาสตร์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนกู้ชาติ หรือ กลุ่ม Young P.A.D. เปิดเผยว่าทางกลุ่มได้ขึ้นมาทำกิจกรรมที่จังหวัดเชียงใหม่หลายวันแล้ว และมีแนวคิดที่จะจัดตั้งกลุ่มย่อยหรือสมาชิกขึ้นที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีการตอบรับที่ดีจากกลุ่มเยาวชนเชียงใหม่ และเช้าวันนี้เกิดเหตุการณ์ลักลอบเผารถแกนนำพันธ มิตรฯ ขึ้นที่ จ.เชียงใหม่ ส่วนที่กรุงเทพฯก็มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นหลายจุด ทางกลุ่มขอเรียกร้องให้ผู้ที่ใช้ความรุนแรงออกมารับผิดชอบ และหยุดการกระทำที่รุนแรงดังกล่าว ขอให้ทหารทุกเหล่าทัพออกมาปกป้องประชาชนผู้บริสุทธิ์โดยเร็วและยืนข้างความถูกต้อง


หนุนแนวคิด ปธ. ราชประชาฯ
 
ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา นายสุเทพ ชูชัยยะ กก.สมาคม อบต.แห่งประเทศไทย และนายก อบต.ตลิ่งชัน อ.บางปะอิน กล่าวถึงการที่ นายดิสธร วัชโรทัย ประธานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวที่ จ.ชุมพรว่า “ถ้ารักในหลวงให้อยู่บ้าน ให้กลับบ้าน คุณไปแสดงพลังตรงนั้นไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย รังแต่จะทำให้เกิดความแตกแยก ผมกล้าพูดตรงนี้เพราะผมเป็นตัวจริง เสียงจริง รับพระราชกระแสมาเองว่า พวกเราต้องขยาย ทำอย่างไรให้เขาทราบว่า เรามีหน้าที่และทำหน้าที่อะไร ผมไม่ได้เข้าข้างใคร ผมไม่รู้ว่าใครผิดใครถูก ผมรู้อย่างเดียวว่า ผมอยู่พรรคในหลวง และพรรคนี้ใหญ่โตมาก” ซึ่งตนเห็นว่าเป็นกรอบความคิดที่ถูกต้องเหมาะสมที่สุด ต้องช่วยกันเร่งประชาสัมพันธ์คำพูดนี้ไปสู่ประชาชนทั่วประเทศ


“อภิรักษ์” เยี่ยมคนเจ็บวชิระฯ

 
นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯกทม. พร้อมด้วย นายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ปลัด กทม.เดินทางไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บจากเหตุระเบิดที่สะพานมัฆวานฯ ที่วิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล ถนนสามเสน โดย นายชัยวัน เจริญโชคทวี ผอ.วชิรพยาบาล ได้รายงานอาการผู้บาดเจ็บให้ทราบ พบว่ามีผู้รักษาตัวในห้องไอซียู เพื่อดูอาการ 2 ราย คือ นายเสถียร ทับมะลิผล อายุ 53 ปีถูกสะเก็ดระเบิดที่ศีรษะ และนายจิรศักดิ์ อินทร์ปรี อายุ 16 ปีถูกสะเก็ดระเบิดที่คอลึกถึงหลอดลม ซึ่ง นายอภิรักษ์ได้มอบหมายให้ ปลัด กทม.และผู้อำนวยการเขตที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ชุมนุม เฝ้าระวังเหตุอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชม. รวมถึงสำนักการแพทย์ สำนักอนามัย เทศกิจ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จัดเจ้าหน้าที่เปิดโทรศัพท์ตลอด 24 ชม.เพื่อตรวจสอบและสั่งการทันที


“จิ๋ว”จี้ “สมชาย”ตั้ง รบ.แห่งชาติ
 
พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวว่า ที่ออกมาพูดวันนี้ เพราะจะมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในอีก 1-2 วัน   เรื่องที่จะพูดมี 1.สถานการณ์วันที่ 6-7 ต.ค. 2.สถาบันพระมหากษัตริย์ 3.แนวทางแก้ไขปัญหาของชาติ เพราะประชาชนอึดอัดหาทาง ออกไม่ได้ โดย พล.อ.ชวลิต กล่าวในตอนหนึ่งว่า ตอนนี้เราขาดความปรองดอง รัฐบาลต้องสร้างรัฐบาลปรองดอง นายสมชายต้องสร้างรัฐบาลนี้ ไม่ต้องไปฟังใคร เห็นแก่แผ่นดินและสถาบันพระมหากษัตริย์ เห็นแก่ประชาชน ถ้าทำอย่างนี้ก็ปรับ ครม.สร้างรัฐบาลหาคนดี ๆ มาแก้ไขปัญหาได้ใน 1-2 เดือน ถ้าต้องการเป็นวีรบุรุษ มีทางนี้ทางเดียวปัญหาจะจบและแก้ได้ในที่สุด
 
พล.อ.ชวลิต ยังกล่าวถึงสถานการณ์  ในวันที่ 6 ต.ค. ที่มีประชาชนมาล้อมสภา ซึ่งอาจจะเกิดความเสียหาย แต่ยังไม่มีใครสั่งการอะไรมา จึงได้หารือกับนายกฯ ว่าควรจะย้ายสถานที่ประชุมสภา เพื่อเลี่ยงการปะทะกัน ท่านก็เห็นด้วยว่าจะไปใช้หอประชุมกานตรัตน์ กองทัพอากาศ ครม.ส่วนใหญ่ก็เห็นด้วย แต่มีบางส่วนต้องใช้รัฐสภา สุดท้ายเลขานายกฯ ได้ติดต่อไปที่ประธานสภาในการย้ายสถานที่ แต่ประธานสภาไม่เห็นชอบ นายกฯได้มอบหมายให้ตนเป็นผู้บัญชาการสถานการณ์ มีแนวทางปฏิบัติ 2 ทางคือ 1.รักษารัฐสภา 2.หาทางเปิดรัฐสภาให้สมาชิกเข้าไปแถลงนโยบาย ซึ่งตำรวจประสานพันธมิตรฯขอเปิดทาง แต่พันธมิตรฯไม่ยอม จึงขอรถดับเพลิงจาก กทม. แต่ไม่ได้รับการสนับสนุน ตนเห็นด้วยกับตำรวจในการเปิดทางให้สมาชิกเข้าสภาได้ แต่มาทราบอีกทีว่าตำรวจใช้แก๊สน้ำตาและมีผู้บาดเจ็บ


มีแนวคิดอาจอัดเสียง “ทักษิณ”

 
มีรายงานข่าวแจ้งถึงการโทรศัพท์เข้าในรายการ ความจริงวันนี้สัญจร ที่สนามราชมังคลาฯ ในวันที่ 1 พ.ย. ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า ผู้จัดรายการ และแกนนำพรรคพลังประชาชน บางคนมีแนวคิดที่จะบันทึกเสียง พ.ต.ท.ทักษิณ ลงในซีดีแล้วนำมาเปิด รวมทั้งแจกให้ผู้เข้าร่วมงาน แทนการให้โทรศัพท์เข้ามาสด ๆ ซึ่งไม่สามารถควบคุมสคริปได้ รวมทั้งอาจมีการพูดพาดพิงถึงบุคคลที่ 3 ซึ่งอาจสร้างความปั่นป่วนตามที่หลายฝ่ายกังวลด้วย อย่างไรก็ตาม นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ผู้ดำเนินรายการทั้งสองคน ยังพยายามที่จะให้ พ.ต.ท. ทักษิณ โทรศัพท์เข้ามาสด ๆ เช่นที่ได้ตั้งใจไว้.



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
   โดย :แอ๊บแบ๊ว ( สมาชิกไอดีที่ 9507) โพสเมื่อ [ วันเสาร์ ที่ 1 พฤศจิกายน 2551 เวลา 08:22 น.]

Vote เพิ่มคะแนนกระทู้นี้

 
...ข่าวเด่น..ประจำวัน ...
 
 
 
...Hot News...
 
   
'เจสสิก้า' แฉแหลก
บริษัท และ สมาชิก
บีบให้ออก!
"เป็ด-อภิชาติ"
ช่างแต่งหน้าระดับ
ตำนานเสียแล้ว
   
'บุ๋ม' เผยถูกขู่
ลักพาตัว-'ลูกสาว'
จริง หรือ เท็จ
'บัวขาว'โดนแฉคั่ว
'น้ำเพชร'นางงามฉาว!?
 
 
 
 
   

 


นโยบายของเว็บไซต์ กรุณาอ่านก่อนใช้งานระบบใด ๆ
" ประกาศ "
ร่วมรับผิดชอบต่อสังคม ไม่ใช้คำหยาบ เพราะอาจมีเด็กประถมอ่านอยู่ด้วย ร่วมเป็นตัวอย่างที่ดีกันนะครับ ส่วนคนที่ชอบสาปแช่งให้ส่งข้อความลูกโซ่ รู้ไว้เลยว่าคุณผิดศีลข้อ4อยู่ แต่ผิดยกกำลังเท่าไรขึ้นอยู่กับมีคนอ่านเท่าไร
ร่วมแสดงความคิดเห็น
 ร่วมตั้งกระทู้เว็บบอร์ด กับ TeeNee.com
ความเห็น :
เพศ : ชาย   หญิง   ไม่ระบุ
โดย :
กรอกเลขให้ตรงภาพก่อนกดปุ่มส่งข้อความ :

 

  
 
ทางทีมงานไม่ขอรับผิดชอบข้อความต่างๆ ขอให้ผู้โพสรับผิดชอบตัวเอง และรับผิดชอบต่อสังคม
ถ้าข้อความใดส่งผลต่อประเทศชาติ ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่ เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิด


ตั้งชื่อเกาหลีจากดวง ทำนายอดีตชาติ ทำนายคู่รัก ทำนายลีลาบนเตียง ดูดวงจากรังสีออร่า ดูดวงตามวันที่เกิด
ทายของลับหญิง ทายของลับชาย ทายบัตรประชาชน วันเกิดกับสีบอกนิสัย ดูดวงตามวันเกิด ปลายนิ้วบอกนิสัย teenee.com เวบยอดนิยม
Teenee.com ติดต่อโฆษณา คลิก