จับตาสมัคร3 ปลดแอกทักษิณ

หากเป็นไปตามที่ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีเซ็ตโปรแกรมเอาไว้

ภายในสัปดาห์หน้าคือตั้งแต่วันจันทร์ที่ 28 ก.ค.นี้เป็นต้นไป

ก็คงได้เห็นโฉมหน้าคณะรัฐมนตรีใหม่ หรือที่เรียกกันว่า "ครม.สมัคร 3"

ว่าจะยังคงความ "ขี้เหร่" ไว้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย หรือว่าจะไฉไลกว่า "สมัคร 1-2" สักขนาดไหน

สำหรับนายสมัครแล้วการปรับครม. ครั้งนี้จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก

ขึ้นอยู่กับเจ้าของอำนาจตัวจริงเสียงจริงอย่างพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะเห็นด้วยเออออตามกับ "นอมินี" หรือไม่ ว่าการปรับครม.ที่กำลังจะมีขึ้น

จะถือหลักต่างตอบแทน แลกเปลี่ยนผลประโยชน์เหมือนอย่างที่แล้วมาไม่ได้

ไม่เช่นนั้นก็มีแต่พังสถานเดียว

โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวพ.ต.ท. ทักษิณเองถ้าเข้ามายุ่มย่ามน้อยเท่าไหร่ ก็จะเป็นผลดีกับหน้าตาครม.ใหม่ที่จะออกมามากเท่านั้น

หรือถ้าไม่ยื่นมือเข้าไปเกี่ยวข้องเลยจะเป็นการดีที่สุด ปล่อยเป็นอำนาจหน้าที่ของนายสมัครรับผิดชอบไปแบบเต็มๆ

แต่จะว่าไปแล้วก็คงยากอยู่เพราะเป็นที่รู้กัน ว่าพ.ต.ท.ทักษิณลงทุนลง แรงกับพรรคพลังประชาชนไปไม่น้อย กระทั่งได้รับเลือกเข้ามาเป็นพรรคแกนนำรัฐบาล

ส่งนายสมัครถึงจุดสูงสุดทางการเมืองแบบไม่ต้องเหนื่อย

ฉะนั้นการที่อยู่ดีๆ จะให้พ.ต.ท. ทักษิณ "วางมือ" ไม่ให้มีสิทธิ์มีส่วนกับสิ่งที่ตัวเองสร้างขึ้นมา จึงเป็นเรื่องที่แทบอยู่เหนือความเป็นจริง

อย่างไรก็แล้วแต่แม้จะเป็นเรื่องที่ยากเย็นอยู่บ้าง แต่เพื่อความอยู่รอดของรัฐบาลและของตัวเองแล้ว

นายสมัครจึงไม่เหลือทางเลือกอื่น

ถ้ายังจำกันได้ในการตอบข้ออภิ ปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านในสภาเมื่อไม่นานมานี้

นายสมัครลุกขึ้นพูดให้คนทั่วประเทศได้ยินกันอย่างชัดเจน ว่าพ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้เป็นผู้มีบุญคุณกับตนเอง

ตนเองต่างหากที่มีบุญคุณกับพ.ต.ท. ทักษิณ



การปรับครม.ที่กำลังจะได้เห็นโฉมในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า

จะเป็นข้อสรุปว่าแท้จริงแล้วระหว่างทักษิณกับสมัคร ใครมีบุญคุณกับใครกันแน่

ตลอดระยะเวลา 5 เดือนที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่ารัฐบาลนายสมัครโชว์ ฝีไม้ลายมือในการทำงาน ได้สมกับฉายา "ครม.ขี้เหร่" ขนานแท้

แถมยังมีรัฐมนตรีประเภท "สายล่อฟ้า" จำนวนหนึ่ง ที่ขยันสร้างความเดือดร้อนให้กับรัฐบาลไม่เว้นแต่ละวัน

เรื่องเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง สลับกันไปตามความสามารถของแต่ละคน

กระทั่งในที่สุดเวลาก็เป็นเครื่องพิสูจน์ ว่ารัฐบาลไม่สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ภายใต้ภาพลักษณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ดังนั้น จึงนับได้ว่านายสมัครตัดสินใจถูกแล้ว ที่จะปรับรัฐมนตรีไม่น้อยกว่า 10 ตำแหน่ง

พร้อมตีกันขันอาสาว่าจะเป็นผู้ออกแบบหน้าตา "สมัคร 3" เองทั้งหมด

แน่นอนว่าเป็นเรื่องท้าทายความสามารถอย่างมากในการปรับครม.ให้ออกมาดูสวยหรู ท่ามกลางแรงเสียดทานทั้งจากภายในและภายนอกพรรค ที่สวนทางกันโดยสิ้นเชิง

กระแสเรียกร้องจากภายนอกนั้น มีเสียงตะโกนดังๆ ว่าต้องการให้นายสมัคร ทำให้ได้อย่างที่คุยโม้คือดึงคนดีมีฝีมือเข้ามาบริหารประเทศ

พวกขี้เหร่-สายล่อฟ้า ถ้าไม่ปรับออกไปชนิดล้างบางก็ต้องจัดวางตำแหน่งใหม่ตามความรู้ความสามารถ ไม่ให้ค้านกับความรู้สึกประชาชน

ซึ่งก็เป็นเรื่องที่สวนทางกับความเคลื่อน ไหวภายในพรรค

การที่ใครต่อใครในพรรคพลังประชาชนบอกว่าการปรับครม.ครั้งนี้จะไม่ยึดระบบโควตา โดยจะปล่อยให้เป็นอำนาจนายกฯ แต่เพียงผู้เดียว เป็นเพียงการพูดให้ดูดีเท่านั้น

เพราะเอาเข้าจริงแล้วยังมีการจับกลุ่มต่อรองโควตากันอย่างเข้มข้น

ยกตัวอย่างรัฐมนตรีกระทรวงใหญ่ ที่พอมีข่าวว่าตัวเองอาจต้องหลุดจากเก้าอี้ก็ไปจัดเลี้ยงระดมพลส.ส.เข้ากลุ่ม เพื่อสร้างอำนาจต่อรองกับนายกฯ

บางคนรีบวิ่งเข้าหา "นายใหญ่" เจ้า ของพรรคตัวจริง เพื่อเป็นหลักประกัน ว่าจะไม่ถูกเขี่ยตกจากเก้าอี้

สร้างความกระอักกระอ่วนให้กับนายสมัครไม่น้อย



อย่างไรก็ตามความคืบหน้าในการปรับครม.

ล่าสุดที่ได้ นายเตช บุนนาค อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เข้ามาเป็นรมว.การต่างประเทศ

แทนที่จะเป็น นายวิกรม คุ้มไพโรจน์ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน ซึ่งมีความสนิท สนมกับพ.ต.ท.ทักษิณ ตามที่มีข่าวก่อนหน้านี้

นอกจากนี้ในส่วนที่เหลือยังมีความพยายามดึงบุคคลระดับ "มืออาชีพ" มาเป็นรองนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ

แทนการปล่อยให้มือสมัครเล่นอย่าง น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี กับนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ต่างคนต่างบรรเลงไปตามใจชอบ

ตลอดจนการทาบทามบุคคลต้นทุนสังคมสูงขนาดไม้บรรทัดเรียกพี่อย่าง ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ มาเป็นรมว.มหาดไทย แทน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง

แม้ "คนนอก" ที่เป็นคนดีมีฝีมือเหล่านี้ยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ว่าจะรับเทียบเชิญนายสมัครหรือไม่

แต่แค่นี้ก็พอบ่งบอกได้ถึงความต้องการลึกๆ ของนายสมัคร

ว่าอยากใช้การปรับครม.ครั้งนี้เป็นใบประกาศเอกราช ปลดแอกจากใครบางคน

ทั้งนี้ทั้งนั้นมีความจำเป็นอย่างมาก ที่นายสมัครควรถือเอาหลักธรรม "อริยสัจ 4" ที่ตัวเองเคยอ้างถึง มาประยุกต์ใช้ในการปรับครม.ครั้งนี้ด้วย

เพื่อให้ได้รู้แจ้งแทงตลอดว่าระยะเวลาที่ผ่านมา 4-5 เดือน อะไรคือต้นตอสร้างปัญหาสารพัดให้กับรัฐบาล

ตัวนายสมัครเอง รัฐมนตรีขี้เหร่ ฝ่ายค้าน พันธมิตรฯ ส.ว. ป.ป.ช. นักข่าว รัฐธรรมนูญ ฯลฯ

หรือเป็นเพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

ที่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ยอมถอนตัวจากอำนาจไปง่ายๆ

เครดิต :
เครดิต : เนื้อหาข่าว คุณภาพดี หนังสือพิมพ์ข่าวสด


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์