นอมินีกกต.ยื่นศาลปกครองเพิกถอน มติศาลฎีกาไม่สรรหากกต.

กรุงเทพธุรกิจ

7 มิถุนายน 2549 12:15 น.
รองผอ.สำนักนโยบายและแผนกกต.ยื่นฟ้องศาลปกครองกลาง ใช้สิทธิ์ในฐานะส่วนบุคคลให้เพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา 31 พ.ค.มีมติไม่สรรหากกต.ตามที่สุชนยื่นเรื่อง

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นายพีระพงษ์ ไพริน รองผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.) ยื่นฟ้ององค์คณะผู้พิพากษาที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา เป็นผู้ถูกฟ้อง ในความผิดเรื่อง กระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายที่มีมติที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาไม่เห็นชอบรับเรื่องที่นายสุชน ชาลีเครือ ประธานวุฒิสภา มีหนังสือให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาสรรหาบุคคลสมควรเป็นกตต. 2 ตำแหน่ง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 138 (2) ซึ่งผู้ฟ้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาสั่งเพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา เมื่อวันที่ 31 พ.ค.49


โดยคำฟ้องสรุปว่าเมื่อวันที่ 31 พ.ค.49 องค์คณะที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา มีมติด้วยเสียงส่วนใหญ่ ไม่เห็นชอบให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาดำเนินการเสนอผู้สมควรเป็นกกต. แทนตำแหน่งนายจรัล บูรณะพันธ์ศรี ที่เสียชีวิต และ พล.อ.จารุภัทร เรืองสุวรรณ ที่ลาออก ซึ่งการกระทำดังกล่าวน่าจะไม่ถูกต้องตามขั้นตอน และสาระสำคัญที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 138 (2)


โดยการที่องค์คณะที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาไม่เห็นชอบและให้เหตุผลว่า ปัจจุบันประเทศตกอยู่ในวิกฤติทางการเมือง รวมทั้งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 9/2549 ลงวันที่ 8 พ.ค.49 ทำให้เกิดผลการเลือกตั้งที่ไม่เที่ยงธรรม และไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ซึ่งการเสนอชื่อผู้สมควรเป็นกกต. เพิ่มเติมอีก 2 คน ไม่สามารถเยียวยาปัญหาความชอบด้วยกฎหมายดังกล่าวได้และการสรรหายังไม่มีประโยชน์จึงยังไม่มีความจำเป็นจะต้องดำเนินการสรรหากกต. 2 ตำแหน่งที่ว่างลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 138(2) จนกว่าจะไม่มีกกต. เหลืออยู่เพื่อแก้ปัญหาสุญญกาศทางการเมืองให้แก่ประเทศนั้น การมีมติดังกล่าวส่งผลให้ผู้ฟ้อง ซึ่งแสดงความประสงค์จะยื่นสมัครเพื่อเข้ารับการสรรหา กกต. ไม่อาจยื่นการสมัครได้ กรณีนี้จึงเป็นเหตุให้ผู้ฟ้องได้รับความเดือดร้อนเสียหายตามมาตรา 9(1) และ 42 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครองพ.ศ.2542 โดยการมีมติขององค์คณะที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาดังกล่าว เป็นการจำกัดสิทธิอันพึ่งมีของผู้ อื่น ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 28 และ 62 ดังนั้นผู้ฟ้องจึงขอให้ศาลปกครองรับคดีไว้พิจารณาเพื่อมีคำพิพากษาต่อไป


ทั้งนี้ศาลปกครองกลางรับคดีไว้พิจารณาเป็นคดีดำหมายเลข 1054/2549 เพื่อวินิจฉัยและมีคำสั่งต่อไปว่าจะรับฟ้องหรือไม่ ภายหลัง นายพีระพงษ์ กล่าวว่า วันนี้สังคมพยายามร้องถามหาความสุจริตของ กกต. ซึ่งตามทัศนะของตน เห็นว่าแม้เพียงวันเดียวก็ไม่ควรปล่อยให้ความไม่สุจริตเกิดขึ้น โดยการยื่นฟ้องวันนี้ตนไม่ต้องการกระทำให้ กกต. ลาออก หรือให้อยู่ต่อไป แต่เป็นการฟ้องเป็นสิทธิตามรัฐรรมนูญ


วันนี้ผมต้องการบอกสังคมว่า ถ้าจะถามหาความสุจริตเที่ยงธรรมจริง ๆ ก็ควรเปิดโอกาสให้องค์ใดองค์หนึ่งเลือกผมเข้าไปเป็นกกต. โดยการมีกตต. ที่ผ่านมา ยังไม่เคยสรรหาผ่านกระบวนการตามรัฐธรรมนูญเพื่อให้ได้มาซึ่งผู้ที่มีความรู้ความชำนาญเฉพาะในเรื่องการจัดการเลือกตั้งระบบใหม่เลย นายพีระพงษ์กล่าว

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์