คำแถลงเปิดใจ ทักษิณ

ที่ห้องศกุนตลา ของโรงแรมเพนนินซูลา เมื่อเวลาประมาณ 14.20 น. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวการกลับมาประเทศไทยในวันนี้ โดยมีรายละเอียดดังนี้
      
       "สวัสดีครับ ท่านพี่น้องสื่อมวลชนที่เคารพรัก Good afternoon ladies and gentlemen of the press ขอบคุณนะครับ ที่มาทำข่าวที่ผมเดินทางกลับมาประเทศไทยในวันนี้
      
       ก็มีคำถามมากมาย ผมก็เลยอยากจะขอสรุปให้ฟังคร่าวๆ หลังจากเกิดเหตุการณ์ปฏิวัติในวันที่ 19 กันยายน 2549 ผมมีความรู้สึกว่าอยากจะกลับประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 20 เพราะผมเป็นคนมีน้ำใจนักกีฬา เมื่อจบก็คือจบ ผมก็ตั้งใจว่าผมก็อยากจะเดินทางกลับ แต่เมื่อทุกคนบอกว่าอยากให้ผมอยู่สักพักหนึ่ง ผมก็อยู่ แล้วก็ได้มีการโทรศัพท์ติดต่อกับทางฝ่ายของคณะปฏิวัติ ก็ได้บอกให้ทุกคนทราบว่า ผมเป็นคนมีน้ำใจนักกีฬา เมื่อจบแล้วก็จบ อยากให้เขาช่วยสร้างความปรองดองของชาติให้เกิดขึ้น
      
       ผมก็นึกว่าผมจะอยู่สัก 2-3 เดือนอย่างมาก เพราะผมเป็นคนติดบ้าน เป็นคนที่รักประเทศไทย รักผืนแผ่นดินไทย อยากอยู่กับครอบครัวในประเทศไทย ก็เลยนึกว่าจะได้กลับ แต่ในที่สุดเหตุการณ์ก็ยังไม่สามารถยุติลงได้ ผมก็เลยต้องอยู่ อยู่ไปอยู่มาก็ 17 เดือนกว่าๆ เกือบ 18 เดือน ซึ่งก็ถือว่านาน ในวันออกไปก็เป็นนายกรัฐมนตรี ที่ออกไปประชุม ทั้งประชุมเอเชีย-ยุโรป หรือ อาเซม เสร็จแล้วก็ไปประชุมผู้นำของประเทศผู้ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด หรือ นาม ที่ฮาวานา แล้วก็ไปประชุมสหประชาชาติ เพื่อจะไปช่วยหาเสียงให้กับ ดร.สุรเกียรติ์ ในขณะนั้นที่ต้องการจะส่งให้เป็นเลขาฯ ยูเอ็น ก็ไปด้วยความตั้งใจและทุ่มเท



แต่วันนี้กลับมาถูกกล่าวหา ต้องไปพิมพ์ลายนิ้วมือ เปรียบเสมือนเป็นผู้ต้องหาสำคัญ ซึ่งก็รู้สึกเสียใจ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับผมและครอบครัวนั้นก็เป็นสิ่งที่น่าเสียใจ

แต่ว่าผมก็ยังต้องอดขอแสดงความเสียใจกับพี่น้องประชาชน กับเหตุการณ์ของความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นที่ผ่านมา คนที่เหนื่อยและลำบากที่สุดคือประชาชนโดยรวม ซึ่งผมขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
      
       วันนี้ ผมกลับมาเพราะว่าหลังจากที่พี่น้องประชาชนได้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งกันแล้ว หลายคนก็โล่งใจเพราะได้แสดงการตัดสินใจของตัวเองไปแล้ว และเมื่อเหตุการณ์มันคลี่คลายจากการเลือกตั้ง และประชาธิปไตยกลับคืนมาแล้ว ผมจำเป็นที่จะต้องมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ และก็มารักษาชื่อเสียงของผมที่ถูกทำลายอย่างไม่เป็นธรรม
      
       เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะกราบเรียนทุกฝ่ายว่า การกลับมาของผมครั้งนี้ ผมไม่ต้องการที่จะยุ่งเกี่ยวกับการเมือง บางคนอาจจะสงสัยว่า นักการเมืองไปมาหาสู่ผม มันเป็นธรรมชาติไม่ใช่หรือ ที่คนไทยเมื่อรู้จักกัน และไม่ได้เจอหน้ากันก็ย่อมต้องมาเจอกัน มาเยี่ยมเยียนกัน มันเป็นวัฒนธรรมของพวกเราไม่ใช่หรือ เพราะฉะนั้นการที่คนเหล่านี้คิดถึงผม เพราะบางคนผมก็มีโอกาสส่งเสริมให้เขาได้ทำงานการเมือง เขาก็คิดถึงผม ก็ไปเยี่ยมไปเยือน แล้วก็ไปรับผมบ้าง อะไรบ้าง แต่ไม่ได้หมายความว่าผมจะกลับเข้าสู่การเมือง
      
       วันนี้ผมขออาศัยเป็นประชาชนคนไทยคนหนึ่ง เพราะต้องการจะใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทย ผมไประเหเร่ร่อนมาทั่วโลก ขอยืนยันอีกครั้งว่า ไม่มีแผ่นดินไหนที่จะให้ความอบอุ่นแก่ผมและครอบครัวเท่ากับแผ่นดินไทย เพราะฉะนั้นผมจะขอกลับมาอาศัยอยู่อย่างมีความสุข อย่างมีความอบอุ่น และขอตายในผืนแผ่นดินไทยนี้
      
       ผมก็ขอให้ท่านทั้งหลายที่เป็นห่วงเป็นใยผม ว่าจะมาแข่งขันกันทางการเมืองหรืออะไรนั้น ได้สบายใจได้ว่าผมจะขอใช้ชีวิตอย่างสันติ และสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว ปีนี้ 59 แล้ว เพราะฉะนั้นชีวิตของคนเรามันก็ไม่ยาวนานมากนัก ถ้าช่วงสุดท้ายจะได้ทำคุณประโยชน์ให้กับสังคม และได้อยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุข เป็นสิ่งที่ทุกคนควรจะปรารถนา และผมก็ปรารถนาเช่นนั้น

      เพราะฉะนั้นผมจะขอใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวผม อยู่กับลูกกับเมีย และแน่นอนครับ ก็ขอพักผ่อนบำรุงความสุขให้กับตัวเองบ้างหลังจากที่ตรากตรำทำงานมาทั้งชีวิต

ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเนื้อสร้างตัว ไม่ว่าจะเป็นการทุ่มเทให้กับบ้านเมืองที่ผ่านมา วันนี้ก็ขอกลับมาอยู่บนผืนแผ่นดินไทย คงจะใช้เวลากับการต่อสู้คดี รักษาชื่อเสียงของตัวเองที่ถูกทำลายอย่างไม่เป็นธรรม พร้อมกับการทำงานด้านการกุศล ด้านการกีฬา และด้านการศึกษา สิ่งไหนที่ผมจะทำให้เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องคนไทยผมก็จะทำ ในฐานะประชาชนคนหนึ่งเท่านั้น
      
       และนอกจากนั้น ผมต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่เป็นกำลังใจผมมาตลอดเวลา 17 เดือน ก็ยังให้กำลังใจผม ทั้งๆ ที่ผมถูกใส่ร้ายป้ายสี ถูกกล่าวหาต่างๆ นานา ก็ยังให้กำลังใจผมอยู่ และให้โอกาสผมกลับมาในวันนี้ หลายท่านที่ไปรับผมที่สนามบินก็ดี ไปยืนคอยตามจุดต่างๆ ก็ดี ผมต้องขอกราบอภัยมา ณ ที่นี้ที่ไม่ได้ลงไปทักทาย เพราะโดยปกติผมเป็นคนที่ต้องลงไปทักทาย เพราะต้องขอบคุณน้ำใจที่เขายืนตากแดดตากลมรอผม แต่ผมไม่สามารถทำได้เพราะว่าวันนี้ระบบการรักษาความปลอดภัยเขายังไม่ค่อยสบายใจที่จะให้ผมไปเดินเช่นนั้น ฉะนั้นท่านทั้งหลายที่ไปแล้วไม่ได้เจอผมก็ขอกราบอภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
      
       ส่วนพี่น้องสื่อมวลชนหลายคนก็จำหน้าได้ เพราะว่าเคยทำงานร่วมกันมา ทั้งผู้สื่อข่าวต่างประเทศและผู้สื่อข่าวไทย หลายคนก็เป็นลูกหลาน เพิ่งจบใหม่ๆ เข้ามา ก็ขอให้ท่านช่วยกันทำให้ประเทศไทยได้กลับมามีความเชื่อมั่นขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าผมอยากเห็นประเทศไทยยืนได้อย่างเข้มแข็งในภาวะเศรษฐกิจที่มีการผันผวนอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของปัญหาซับไพรม์ที่สหรัฐอเมริกา ปัญหาเรื่องของน้ำมันราคาแพงขึ้นทุกวัน ปัญหาเรื่องของเศรษฐกิจชะลอตัวลงของโลก และปัญหาภายในของเรา
      
       เพราะฉะนั้นวันนี้ขอให้ทุกท่านช่วยกันแก้ปัญหาภายในให้มากที่สุด เพื่อที่เราจะได้เข้มแข็ง เผชิญกับปัจจัยภายนอก และ ทำให้เราสามารถที่จะยืนหยัดอยู่ได้ในการแข่งขัน ก็ขอขอบคุณท่านสื่อมวลชนทั้งหลาย หลายคนก็เป็นห่วงเป็นใย โทรไปให้กำลังใจ ก็ขอขอบคุณอีกครั้ง ขอขอบคุณครับ"
      
       ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าวเปิดใจแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ ได้มอบหมายให้นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา และ น.ส.ศันสนีย์ นาคพงษ์ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย เป็นผู้ตอบข้อซักถามต่อผู้สื่อข่าว

เครดิต :
เครดิต : เดลินิวส์ (อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์)


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์