ทรท.สบช่องเลือกตั้งใหม่ เว้นวรรคทักษิณโมฆะ

ทรท.สบช่องเลือกตั้งใหม่ เว้นวรรค"ทักษิณ"โมฆะ

ทรท.จวกนักวิชาการ-ปชป.พันธมิตรฯไม่หยุดเคลื่อนไหว "วิชิต"ชี้สร้างความเสียหาย ด้าน"จตุพร" เชื่อประมุข 3 ศาลไม่ตัดสินให้เลือกตั้งเป็นโมฆะ ระบุ ถ้าเลือกตั้งเป็นโมฆะ คำประกาศเว้นวรรค"ทักษิณ"ก็โมฆะ


(27เม.ย.) เวลา 14.30 น. นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย แถลงข่าวสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันว่า หลังจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีกระแสพระราชดำรัสเมื่อวันที่ 25 เม.ย. ที่ผ่านมา นักวิชาการหลายคนออกมาวิจารณ์เรื่องนี้กันมาก ทำให้พรรคไม่สบายใจ เพราะการวิจารณ์กระแสพระราชดำรัสนั้น จะทำให้เกิดความสับสนในสังคมมากมาย และสร้างความเสียหายดังนี้ 1.การวิจารณ์นั้นจะเกิดการตีความที่แตกแยกกัน และอาจเกิดการชุมนุมขึ้นอีก 2.เกิดผลกระทบจากการวิจารณ์ที่ไม่เป็นกลาง เพราะบางฝ่ายอาจเสียหาย และออกมาเคลื่อนไหว 3.กดดันการหารือเพื่อแก้วิฤตบ้านเมืองของประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลฎีกา และประธานศาลปกครอง

4.นักวิชาการบางคนอาจถูกสังคมปรามาสได้ เพราะหลายคนแสดงความเห็นผิดๆถูกๆ หรือมั่ว เช่นนายกรัฐมนตรีพระราชทาน ขณะเดียวกันนักวิชาการหลายคน แสดงสิ่งที่ไม่ส่งเสริม และทำลายประชาธิปไตย และสร้างเหตุการณ์ล้มการเลือกตั้ง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ 5.ประชาชนอาจมองว่า นักวิชาการที่วิจารณ์กระแสพระราชดำรัสนั้น อาจเบี่ยงประเด็น ฉะนั้นในช่วงนี้ฝ่ายต่างๆไม่ควรวิจารณ์เรื่องต่างๆ ให้เกิดความแตกแยก พรรคไทยรักไทยยืนยันว่า ได้ปฏิบัติตามพระราชดำรัส รัฐธรรมนูญ และกติกาซึ่งพรรคดำเนินการมาตั้งแต่ต้น

รท.กุเทพ ใสกระจ่าง ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย กล่าวว่า พรรควิเคราะห์สถานการณ์ในช่วงนี้ ก็มีความรู้สึกเหมือนกับสังคม เพราะวันที่ 28 เม.ย.ประมุข 3 ศาล เพื่อพิจารณาหาทางออกให้บ้านเมือง พรรคเชื่อมั่นว่าประมุข 3 ศาล จะมีแนวทางแก้ปัญหาที่ยึดกฎหมายเป็นสำคัญ ที่ผ่านมาพรรคได้ยึดหลักกฎหมายมาตลอด โดยไม่เคยทำผิดแม้แต่มาตราเดียว การประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเพื่อแก้วิฤตนั้น พรรคเชื่อมั่นผลที่จะออกมาว่า จะสอดคล้องกับกฎหมายบ้านเมือง สิ่งที่พรรควิเคราะห์ความเคลื่อนไหวของส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น พรรคประชาธิปัตย์นั้น ตนยอมรับไม่ได้จริงๆ ขอย้อนถามว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เคยแถลงออกมาอย่างไร แต่วันนี้สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ไปยื่นศาลปกครอง ซึ่งแตกต่างกับสิ่งที่นายอภิสิทธิ์พูดโดยสิ้นเชิง พรรคประชาธิปัตย์ทำตัวปากว่าตาขยิบ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็เคยเรียกร้องนายกฯพระราชทาน สิ่งเหล่านี้ทำให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นซากศพทางการเมืองที่ประวัติศาสตร์จารึกไว้แล้ว วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่กระดากใจ และกดดันศาลอีกนั้น ขอย้ำว่า พรรคไทยรักไทยรับพฤติกรรมแบบนี้ไม่ได้

รท.กุเทพกล่าวอีกว่า ล่าสุดนายอภิสิทธิ์บอกว่า อย่ามาไล่ความผิดนั้น ในทางการเมืองถือว่านายอภิสิทธิ์ถูกฝังไปแล้ว ขณะเดียวกันนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนพื่อประชาธิปไตย มีท่าทางยโสโอหัง จนประชาชนไม่พอใจ วันนี้นายสนธิกลายเป็นอภิสิทธิ์ชนไปแล้ว คือไม่ไปให้ปากคำกับตำรวจ และเรียกร้องสิ่งที่ไม่สอดคล้องรัฐธรรมนูญ ทำผิดยังลอยหน้าลอยตาว่าตัวเองทำไม่ผิด นายสนธิคบกับนายอภิสิทธิ์มานาน จนเป็นอภิสิทธิ์ชนไปแล้ว

ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองโฆษกพรรคไทยรักไทย กล่าวว่า การที่พรรคประชาธิปัตย์ไปยื่นเรื่องที่ศาลปกครอง โดยยืนยันว่าการเลือกตั้งหลายครั้งที่ผ่านมา ใช้เวลามากกว่า 37 วันนั้น ถ้าลองย้อนไปดูพระราชกฤษฎีกาการยุบสภา ปี 2526, 2529 และ2531 จะพบว่าสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ระบุเป็นความเท็จทั้งสิ้น เพราะพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร เมื่อปี 2526 สมัยพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกฯ ใช้เวลาเพียงแค่ 31 วันเท่านั้น และพรรคประชาธิปัตย์ ก็เป็นพรรคร่วมรัฐบาลในขณะนั้น และก็ลงเลือกตั้งด้วย วันนี้จึงอยากถามว่า มาตรฐานของพรรคประชาธิปัตย์อยู่ตรงไหน นอกจากนี้พ.ต.ท.ทักษิณก็เคยระบุว่า พร้อมที่จะให้มีการขยายวันรับสมัครรับเลือกตั้งออกไป หาก กกต. ประสานมา เพื่อเปิดทางให้พรรคร่วมฝ่ายค้านลงสมัคร ขณะเดียวกันฝ่ายต่างๆที่เคยเสนอให้ใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 7 เช่น พันธมิตรฯ พรรคประชาธิปัตย์ หรืออธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้น ต้องแสดงความรับผิดชอบ เพราะเสนอเนื้อหาที่ไม่ใช่ประชาธิปไตย พรรคขอเรียกร้องให้ผู้ที่เคยเสนอเรื่องนี้ และพยายมนำพระราชดำรัสมาอ้างแบบไม่ครบถ้วน จงยุติการตีความที่เกิดประโยนช์กับตัวเอง และยุติการสร้างความสับสนให้สังคมเสียที

รองโฆษกพรรคไทยรักไทย กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ (28เม.ย.) หาก 3 ศาล มีมติให้การเลือกตั้งในวันที่ 2 เม.ย. 2549 เป็นโมฆะ ก็เท่ากับว่า การที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกฯ ที่ประกาศเว้นวรรคทางการเมือง จะต้องเป็นโมฆะด้วยเช่นกัน ถ้ามีการเลือกตั้งใหม่เกิดขึ้น โดยมีพรรคฝ่ายค้านลงสมัครใหม่ ทุกอย่างต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด ส่วนกรณีที่กลุ่มพันธมิตรฯ พยายามบิดเบือนพระราชดำรัส ไม่น้อมนำมาปรับปรุง รวมทั้งยังดึงดันจะชุมนุมต่อนั้น เป็นการสะท้อนสำนึกของแต่ละฝ่าย ทุกฝ่ายควรประณามในความเห็นแก่ตัว สำหรับกรณีที่พีเน็ต เสนอเงื่อนไขให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ พร้อมทั้งระบุว่าพรรคไทยรักไทย กับกกต.จะต้องรับผิดชอบนั้น การแสดงความเห็นเช่นนี้ ไม่สมควรเรียกตัวเองว่าเป็นองค์กรกลาง ควรไปอยู่กับฝ่ายค้าน

" ส่วนตัวแล้วเชื่อว่า ในการวินิจฉัยของ 3 ศาล จะไม่ตัดสินให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ เพราะเคยมีบรรทัดฐานกรณีที่นายโกวิทย์ สุรัสวดี ยื่นฟ้องกกต. ให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ แต่สุดท้ายศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ขาดให้การเลือกตั้งเป็นอำนาจโดยตรงของกกต.ที่จะวินิฉัย " นายจตุพรกล่าว

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์