โค้งสุดท้าย “เพื่อไทย” ชูโครงการ 30 บาท ย้ำพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้แข็งแรง

 โค้งสุดท้าย “เพื่อไทย” ชูโครงการ 30 บาท ย้ำพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้แข็งแรง


3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ตอกย้ำชวนประชาชนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งแบบถล่มทลาย เพื่อให้พรรคมีคะแนนเสียงมากพอในการจัดตั้งรัฐบาล ชู โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค มาใช้ พร้อมพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้แข็งแรงด้วยการแก้ที่โครงสร้าง

เวทีปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายของพรรคเพื่อไทย ปักหมุดเรียกคะแนนจากคน กทม. และ ผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทย ที่ อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร ไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง วันนี้ พรรคมาพร้อมแนวคิด "เลือกเพื่อไทยให้ถล่มทลาย เป็นผู้นำจัดตั้งรัฐบาล" ที่จะมีแกนนำคนสำคัญขึ้นปราศรัยอย่างต่อเนื่องเต็มอิ่ม ซึ่งบรรยากาศคึกคักไปด้วยพี่น้องประชาชน ผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทย เดินทางมาร่วมฟังการปราศรัยของแกนนำ ตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 14.00 น.

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯ ลำดับ 1 ปราศรัยปลุกใจให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคม นี้ อย่างถล่มทลาย เพื่อให้มีคะแนนเสียงมากพอในการจัดตั้งรัฐบาลและสู้กับเสียง ส.ว. อีก 250 คน ที่พลเอกประยุทธ์ มีอยู่ในมือ ช่วงหนึ่ง คุณหญิงสุดารัตน์ เล่าให้ฟังว่า วันที่ 24 มีนาคม 2535 เป็นครั้งแรกที่ตนเองได้เป็น ส.ส. ครั้งแรก จนถึงวันนี้ 27 ปี ผ่านมา ตนเองยังคาดหวังให้การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นการคืนความสุขให้กับประชาชน พร้อมย้ำว่า หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะเดินหน้าสานต่อโครงการ 30 บาท รักษาทุกโรค ในสมัยพรรคไทยรักไทย ที่มีมายาวนานถึง 17 ปี ภายใน 6 เดือน ให้ได้



 โค้งสุดท้าย “เพื่อไทย” ชูโครงการ 30 บาท ย้ำพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้แข็งแรง

ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯ ลำดับ 2 ยืนยันว่า

  
พรรคเพื่อไทยมีความพร้อมที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้กลับมาดีขึ้น เพราะปัจจุบัน เศรษฐกิจประเทศไทย มีลักษณะแข็งบนอ่อนล่าง คนรวยและบริษัทใหญ่ๆ มีความเป็อยู่ที่ดี และแม้ GDP ในประเทศจะเติบโต แต่ไม่ถึงคนชนชั้นกลางและล่าง ขณะเดียวกัน รัฐเน้นการส่งออกมากจนเกินไป แต่การบริโภคในประเทศกลับอ่อนแอ จึงทำให้เศรษฐกิจมีลักษณะแข็งนอกอ่อนใน และเกิดภาวะ รวยกระจุกจนกระจาย ขณะที่ บัตรคนจน มองว่า เป็นเหมือนไส้ติ่งที่ประทังเวลาแต่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เพราะหากอยากแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ จะต้องแก้ที่โครงสร้าง

นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่ 3 เล่าให้ฟังว่า

 เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 57 ตนเองได้อยู่ในห้องประชุมที่สโมสรทหารบก ที่มี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็น ผบ.ทบ. ขณะนั้น ส่วนตัวมองว่า พลเอกประยุทธ์ เป็นคนที่ไม่รักษาสัตย์วาจา พยายามบีบให้รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลาออก ซึ่งตนก็บอกว่า ทำไม่ได้ ทำให้เกิดประยุทธ์บอกว่าหากทำไม่ได้ก็จำเป็นต้องเข้ายึดอำนาจและอีกเรื่องที่พลเอกประยุทธ์ไม่รักษาสัญญาจากมีการประกาศเลื่อนการเลือกตั้งมา 5 ครั้งแล้ว ดังนั้น การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการชี้ชะตาว่า คสช. จะอยู่สืบทอดอำนาจต่อไปหรือไม่ ขอให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคม นี้

นายอดิศร เพียงเกษ ที่ระบุว่า รัฐบาล คสช. ที่อยู่บริหารประเทศมาแล้วเกือบ 5 ปี หรือประมาณ 1,765 วัน หลายเรื่องยังไม่มีผลงานเป็นที่น่าพอใจ ราคาสินค้าการเกษตรที่รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทำไว้ กลับต้องตกต่ำ ทั้งยัง มีการใช้อำนาจตามอำเภอใจ ในการใช้งบประมาณไปจัดซื้อยุทโธปกรณ์โดยไม่จำเป็น เช่น เรือดำน้ำและรถถัง เพราะส่วนตัวมองว่า ประเทศไทยไม่มีความจำเป็นต้องไปรบกับประเทศไหน

 โค้งสุดท้าย “เพื่อไทย” ชูโครงการ 30 บาท ย้ำพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้แข็งแรง

ขณะที่ นายวัฒนา เมืองสุข บอกว่า 

กว่า 4 ปี อำนาจและการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระ ควรต้องถูกตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่วินิจฉัยคุณสมบัติของพลเอกประยุทธ์ ว่าไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ แต่กลับรับเงินเดือนที่มาจากภาษีของประชาชน / สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ปปช. ที่ไม่ทำหน้าที่ตรงไปตรงมา มีการเลือกข้าง คสช. มากจนเกินไป โดยเฉพาะ คดีการตรวจสอบแหวนและนาฬิกาหรูของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม รวมถึง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ขณะเดียวกัน พรรคเพื่อไทย จะยกเลิกระบบการเกณฑ์ทหารทั้งหมด และจะใช้ระบบสมัครใจแทน ดังนั้น ในวันที่ 24 มีนาคม นี้ จะเป็นการเลือกตั้งที่เปลี่ยนประเทศ และเชื่อว่า พรรคการเมืองที่สามารถเปลี่ยนประเทศได้ คือ พรรคเพื่อไทย

ด้าน นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง บอกว่า
 จากการลงพื้นที่มาทั่วประเทศ พบว่า เศรษฐกิจมีความตกต่ำอย่างมาก กำลังซื้อหดหาย ดังนั้น การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยจึงเสนอตัวจะเป็นพรรคการเมืองที่เข้ามาพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้ได้อีกครั้ง หลายปีที่ผ่านมา คนที่ไม่มีหนี้ ก็กลับมีหนี้สิน หรือ คนที่มีหนี้อยู่แล้วก็กลับเพิ่มขึ้น ซึ่งการจะแก้ไขเรื่องนี้จะต้องแก้ด้วยรายได้ ที่จะต้องดูแลให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ ราคาสินค้าเกษตรหลัก เช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และมะพร้าว ที่จะต้องขายได้ในราคาที่เหมาะสมและมีกำไร

 โค้งสุดท้าย “เพื่อไทย” ชูโครงการ 30 บาท ย้ำพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้แข็งแรง

เครดิตแหล่งข้อมูล : springnews

เครดิต :
 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์