รัฐรุมโต้เสนาธิการทบ. ไม่รับรธน.ไม่เกี่ยวงบฯอืด

สาเหตุที่ชาวอีสานไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ


นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าววันนี้ (
22 ส.ค.) กรณี พล.อ.มนตรี สังขทรัพย์ เสนาธิการทหารบก และเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน  ระบุเหตุว่า สาเหตุที่ประชาชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เนื่องจากไม่พอใจที่งบประมาณของรัฐบาลลงไปในพื้นที่ล่าช้า ว่าถือว่าเป็นการวิเคราะห์ของ พล.อ.มนตรี แต่ตนเห็นว่าเป็นคนละเรื่องกัน  

เรื่องรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องรัฐธรรมนูญ ส่วนการบริหารงานของรัฐบาลและการใช้งบประมาณเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

แม้อาจจะเกี่ยวพันกันบ้าง แต่ก็ไม่ได้เกี่ยวพันกันโดยตรง ไม่ว่ารัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไร การพัฒนาระดับท้องถิ่นและจังหวัดเป็นสิ่งที่ควรทำ และต้องทำ  รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยได้พยายามพัฒนาท้องถิ่นและจังหวัดอย่างดีที่สุด  รองนายกรัฐมนตรี กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการใช้งบประมาณในส่วนของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) มาลงพื้นที่แทนเหมาะสมหรือไม่


รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลมีแผนงานและโครงการที่ดำเนินการอยู่แล้ว เช่น แผนงานยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุข ปี
2550 ใช้งบประมาณ 7,000 ล้านบาท และปี 2551 ตั้งงบประมาณและได้รับความเห็นชอบแล้ว 15,000 ล้านบาท งบประมาณส่วนนี้จะไปสนับสนุนชุมชนและท้องถิ่น นอกจากนั้นรัฐบาลยังมีแผนงานและโครงการอีกจำนวนมาก ที่จะนำไปสู่ความอยู่ดีมีสุขของประชาชน ชุมชน และท้องถิ่น เชื่อว่าในปี 2551 จะมีการบริหารงานแบบบูรณาการ หากปฏิบัติได้จริง จะทำให้การใช้จ่ายงบประมาณทำได้เร็วยิ่งขึ้น และ กอ.รมน.คงมีงบประมาณจำนวนหนึ่งที่จะดำเนินการได้  

ต่อข้อถามว่ารัฐบาลได้วิเคราะห์หรือไม่ว่า เหตุใดประชาชนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ


รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คงเป็นประเด็นที่ต้องวิเคราะห์กันไปในมิติของการเมือง วันนี้รัฐบาลมีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินให้เป็นไปด้วยดีที่สุด
นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องเดียวกันนี้ว่า ความเห็นของ พล.อ.มนตรี เป็นการสันนิษฐานที่ไปไกลเกินจริง  การที่บุคคลในกองทัพเห็นต่างจากรัฐบาล เป็นเพียงการมองปัญหาคนละมุม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้าวันเดียวกัน พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก และประธานคณะมนตรีความมั่น(คมช.) เดินทางไปร่วมพิธีอำลาชีวิตราชการในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 โดย พล.อ.สนธิ กล่าวว่าการเดินทางลงพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 วันนี้ไม่เกี่ยวกับผลการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2550  เป็นการวางแผนล่วงหน้ามาเป็นเดือนแล้ว  

ผู้บัญชาการทหารบก กล่าว วันนี้ จะได้พบแม่ทัพภาคที่
2
คงจะเล่าให้ฟังว่า มีปัญหาอะไรบ้าง

ไม่ถือว่าเป็นความบกพร่องของฝ่ายใดทั้งสิ้น เพราะทุกคนพยายามทำอย่างดีที่สุดแล้ว ผมถือว่า
14 ล้านเสียงที่ได้มา เป็นเสียงที่บริสุทธิ์ เนื่องจากไม่ได้รณรงค์ให้รับหรือไม่รับ เพราะคณะรัฐมนตรีมีมติให้ข้าราชการวางตัวเป็นกลาง และเห็นว่าผลการลงประชามติจะไม่ใช่ตัวชี้วัดการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น

ประธาน คมช.  กล่าวต่อถึงสาเหตุที่ประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ยังไม่เข้าใจเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญว่า

เป็นเรื่องที่กองทัพ และ กอ.รมน. จะต้องร่วมกับฝ่ายปกครองเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนให้เข้าใจเรื่องประชาธิปไตยและสิทธิและหน้าที่ เพราะประชาชนมีพื้นฐานที่แตกต่างกัน  ในส่วนของทหารที่ทำงานเกาะติดพื้นที่ จะต้องดำเนินการต่อไป ไม่มีเลิก เพราะเป็นเรื่องของงานความมั่นคง

เครดิต :
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดยหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์