บิ๊กตู่ มองสังคมไทย ทำงานด้วยปาก ชี้ เลือกตั้งแบบเดิม ได้คนแบบเก่าปัญหาก็ไม่จบ

บิ๊กตู่ มองสังคมไทย ทำงานด้วยปาก ชี้ เลือกตั้งแบบเดิม ได้คนแบบเก่าปัญหาก็ไม่จบ

วันที่ 2 เมษายน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. 


เป็นประธานงานวันสถาปนาโรงเรียนเสนาธิการทหารบก ครบ 106 ปี และเปิดอาคารโรงเรียนเสนาธิการทหารบกแห่งใหม่ (เสนาธิปัตย์) ถนนพระรามที่5 โดยนายกรัฐมนตรีได้วางพานพุ่มถวายสักการะพระอนุสาวรีย์จอมพลสมเด็จพระเจ้า บรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถกรมหลวงพิศณุโลกประชานารถ

นอกจากนี้พลเอกประยุทธ์ ได้มอบประกาศเกียรติคุณศิษย์เก่าดีเด่นประจำปี2556-2557 ได้แก่

1.พลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม รุ่น 65

2. พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน รุ่น63

3. พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รุ่น63

4.พลเอกฉัตรชัย สาลิกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รุ่น64

5.พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รุ่น 66

6.พลเอกศิริชัย ดิษฐกุล ปลัดกระทรวงกลาโหม รุ่น 63

7.พลเอกวรพงษ์ สง่าเนตร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด รุ่น64

8.พลเอกอุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก รุ่น65

โดยไดกล่าวให้โอวาท ว่า สิ่งสำคัญของสถานศึกษาทหาร คือ สอนให้เรามีวินัย คิดอย่างลึกซึ้งและมาใช้ประโยชน์ 

การตัดสินใจใช้อำนาจบังคับบัญชานั้น ต้องมีข้อมูลที่ครบถ้วนในการตัดสินใจ ประสานงานกัน ตนได้นำวิธีทางทหารมาใช้ในการทำงาน ระบุ ปัญหาในวันนี้คือการประสานงานกันหว่างกระทรวง ต้องใช้เวลาเดินหน้าตามโรดแม๊พ

อย่างไรก็ตามกระบวนการคิดในวันนี้มีหลากหลาย ไม่สามารถบังคับใครได้ แต่ต้องมีตรรกะและเหตุผลในการคิดด้วย มีการศึกษาเพิ่มเติม ถ้าข้อมูลไม่ครบความคิดจะไปคนละทาง ไม่มีจุดมุ่งหมายร่วมกัน ทำให้แต่ละพวกทำงานเพื่อของตนเองเท่านั้น โดยไม่มองถึงประเทศชาติ

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า อำนาจของทหารคือการบังคับบัญชา ในการสู้รบและช่วยเหลือประาชนในยามปกติและสงคราม

 ดังนั้นการปกครองบุคลากรสามถึงสี่แสนคนที่ถืออาวุธ ต้องอยู่ในกรอบ มีการหารือร่วมกัน หามติให้ได้ และสั่งการ ในส่วนที่สังคมกลัวการหลงอำนาจ ระบุ "ยิ่งมีอำนาจ ยิ่งต้องระมัดระวัง" ส่วนคนที่ให้ความสนใจกับอำนาจมาก มักเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์และการกระทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และมองว่าปัญหาในวันนี้ มีเพราะคนในประเทศมองปัญหาต่างกัน จึงต้องมีอำนาจเพื่อทำในสิ่งที่ดีกว่าเดิม ต้องอาศัยความร่วมมือทุกคนในชาติ

นอกจากนี้พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า ต่างประเทศ ได้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน 

ถึงการใช้อำนาจ ตามมาตรา 44 ของ รัฐธรรมนูญชั่วคราว ปี2557 ที่จะประหารชีวิตสื่อ ซึ่งหากตนเองยังถูกปรามาส อีก ก็จะออกมาเปิดเผยข้อมูลทั้งหมด เพราะแต่ละคนต่างมีแผลทั้งสิ้น และมีเบื้องหลังอย่างไร ยืนยันสื่อสามารถทำหน้าที่ตรวจสอบได้ ต้องมีเหตุมีผลในการใคร่ครวญ มีหลักฐาน ก่อนจะไปตัดสิน เพราะประเทศไทยเสียหาย จึงต้องคำนึงถึงประเทศชาติด้วย โดยตนจะยังไม่ปิดสื่อ แต่ถ้ามีความจำเป็นก็ต้องทำ และตนไม่กลัวใครเพราะถ้ากลัวจะไม่มายืนจุดนี้ ยืนยันตนไม่เคยใช้กฎหมายละเมิดใคร และมองว่าสังคมไทย "ทำงานด้วยปาก"ในการเขียนแผน แต่ปฏิบัติจริงไม่ได้ จึงต้องเข้ามาจัดระเบียบ

ทั้งนี้กล่าวว่า "ผมมายืนตรงนี้ ผมรับผิดชอบทุกอย่าง" มองว่า ประชาธิปไตยที่ถูกต้อง คือ ไม่ไปละเมิดผู้อื่น ไม่เลือกฝ่ายดูแล ดูแลทุกฝ่ายทุกสี และต้องช่วยกันสวดมนต์ให้รัฐบาลใหม่นำไปทำต่อได้ในการแก้ปัญหา เพราะตนแก้ทุกเรื่องและไม่ใช่สิ่งเลวร้าย ที่สำคัญต้องทำตามอย่างมีธรรมาภิบาล แต่การเอากฎหมาย รัฐธรรมนูญมาตีความกัน สู้กัน ระบุ ยิ่งมีเยอะยิ่งวุ่นวาย พร้อมเปิดเผยว่า ต่างประเทศมองว่าไม่มีเลยดีกว่า เพราะบางประเทศเป็นรัฐธรรมนูญแบบจารีตประเพณี ก็พัฒนาได้

และมองว่าประชาชนไม่บริสุทธิ์อีกต่อไป เพราะมีเป็นกลุ่มๆ ที่ต้องการในส่วนของตน และเมื่อมีรัฐบาลที่ไม่มีธรรมาภิบาล ก็ยิ่งจะสร้างปัญหา โดยย้ำว่ารัฐบาลตนคิดทุกอย่าง ในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ความเป็นธรรม แต่ทุกคนกลับสนใจแต่การเมือง ว่า เลือกตั้งยังไง เพราะถ้าเลือกตั้งแบบเดิม คนแบบเดิมกลับมา ปัญหาก็ไม่จบ

สำหรับการเข้ามาจัดระเบียบ อาจมีคนไม่ชอบบ้าง และอย่าอ้างถึงประชาธิปไตย เพราะตนให้อยู่แล้ว และไม่เห็นว่าจะทำให้เดือดร้อน 

แต่ทั้งหมดจะต้องเริ่มต้นปฏิรูปและขอให้มีรัฐบาลใหม่มาสานต่อ โดยการเลือกตั้งให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ และคาดว่ารัฐธรรมนูญจะเสร็จสิ้นเดือนกันยายนนี้ โดยได้เอาปัญหาในอดีตทั้งหมดใส่ไปในรัฐธรรมนูญเพื่อปฏิรูปและให้มีธรรมาภิบาล

เครดิต :
เครดิต :เนื้อหาข่าว คุณภาพดี หนังสือพิมพ์มติชน


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์