ปชป.ชี้ 5ปัจจัยรุมเร้ารัฐ ต้นเหตุคลื่นใต้น้ำ

เดลินิวส์

ปชป.ชี้ 5ปัจจัยรุมเร้ารัฐ ต้นเหตุคลื่นใต้น้ำ
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หลังจากเทศกาลสงกรานต์เป็นต้นไปสถานการณ์การเมืองจะทำให้ประชาชนเกิดความวิตกกังวลและไม่มั่นใจว่าอะไรจะเกิดขึ้น โดยสาเหตุทั้งหมดมาจาก 5 ปัจจัยคือ 1.เศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่ง 5-6 เดือนที่ผ่านมาเกิดการชะลอตัวมาก 2.ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรหลายกลุ่ม ทั้งที่เคยมาเคลื่อนไหวเรียกร้องจากรัฐบาลและกลุ่มอื่น ๆ ที่กำลังจะเข้ามาเรียกร้อง 3.ความชัดเจนของผลการตรวจสอบการทุจริตหลายโครงการในรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ 4.การพิจารณาคดียุบพรรค ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการเมืองมากพอสมควรเพราะอาจมีความเคลื่อนไหวทั้งก่อนและหลังการวินิฉัยคดี5.การคัดต้นและต่อต้านร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 เพราะหลายองค์กรจะเกิดความไม่พอใจในหลายประเด็น ซึ่งจะออกมาเคลื่อนไหวจนกว่าจะถึงวันที่ลงประชาชมติ

นายองอาจ กล่าวต่อว่า เหตุปัจจัยทั้ง 5 ข้อ จะส่งผลให้เกิดคลื่นใต้น้ำและคลื่นเหนือน้ำ

ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องเข้าไปแก้ไขเพื่อไม่ให้บานปลายและจะต้องเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมาให้ได้และต้องเข้าไปแก้ปัญหาด้วยความระมัดระวัง โดยจะต้องแยกแยะว่ากลุ่มใดเป็นคลื่นใต้น้ำและคลื่นเหนือน้ำ อย่าแก้ปัญหาแบบเหมารวมมิฉะนั้นจะเกิดปัญหาเพิ่มมากขึ้น

นายองอาจ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่ารัฐบาลเป็นฝ่ายตั้งรับและประเมินสถานการณ์ผิดพลาดหลายกรณี

ดังนั้นสถานการณ์การเมืองหลังสงกรานต์จะต้องไม่ประเมินสถานการณ์ต่ำหรือเกินกว่าความเป็นจริง ซึ่งหากประเมินต่ำหรือเกินจริงแทนที่จะเป็นฝ่ายรุก็ต้องกลับมาเป็นฝ่ายรับ สิ่งที่รัฐบาลจะต้องระวังจะต้องไม่ตกหลุมพรางของแต่ละกลุ่มที่มีวาระซ่อนเร้น ขุดบ่อล่อปลา ขอเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาการเมืองด้วยสติ รอบคอบ บนหลักของกฎหมายและพิจารณาข้อมูลรอบด้าน เชื่อว่าหากใช้สติแก้ปัญหาด้วยความรอบก็จะแก้ไขปัญหาที่รุมเร้าได้

ส่วนเรื่องกระแสข่าวการปรับครม.นั้น

นายองอาจ กล่าวว่า การปรับครม.อย่างเดียวคงไม่พอ นายกฯควรจะปรับการทำงานของนายกฯและครม.เพื่อให้งานเกิดผลสำเร็จเพราะที่ผ่านมาต้องยอมรับว่ารัฐบาลและรัฐมนตรีหลายคนจะมีความตั้งใจดี แต่มีปัญหาเรื่องวิธีการทำงาน ทำให้ไม่สามารถสร้างผลงานให้ประชาชนเกิดความพึงพอใจ ดังนั้นจะต้องปรับการทำงานไปพร้อมกับการปรับครม. โดยจัดลำดับความสำคัญของการทำงานว่าอะไรควรทำก่อนหรือหลัง รวมถึงเข้าไปบริหารกลไกของรัฐเพื่อให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่สนองตอบต่อแนวทางการทำงานของรัฐบาลที่ได้ประกาสเอาไว้หลายเรื่อง เชื่อว่าเมื่อปรับแล้วจะเห้นผลงานเป็นรูปธรรมมากขึ้นในช่วงเวลาที่เหลืออยู่

ปชป.แนะโอนอำนาจใช้ กม.เลือกตั้งให้ศาล

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้การยกร่างรัฐธรรมนูญใกล้เสร็จแล้ว ประเด็นที่มีการพูดถึงกันมาก คือ การทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยเฉพาะการทำงานของ กกต.ชุดที่แล้ว มีปัญหามาก เนื่องจากมีอำนาจเบ็ดเสร็จทั้งอำนาจบริหาร นิติบัญัติ ตุลาการ ทำให้เห็นว่าหากใช้อำนาจไม่ถูกต้องก็จะมีปัญหาโดยเฉพาะการแจกใบเหลือง-ใบแดง ตนคิดว่าควรจะมอบอำนาจในการสืบสวนสอบสวน วินิจฉัยและการออกใบเหลือง-แดงไปให้กับศาลเลือกตั้งหรือศาลยุติธรรมทั้งศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาพิจารณา โดยกกต.ควรเป็นองค์กรที่จัดการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว

หากการตัดสินใบเหลือง-ใบแดงไปอยู่ที่ศาลเชื่อว่ากระบวนการตัดสินใจไม่ล่าช้าเหมือนกับที่ทุกฝ่ายคิด

เนื่องจากกฎหมายลูกจะเขียนถึงกระบวนการพิจารณาความของศาลเลือกตั้ง ซึ่งจะมีการขั้นตอนที่ชัดเจน นอกจากนี้จะตัดปัญหาในเรื่องการสร้างพยานเท็จเนื่องอจากต้องมีการสืบพยานและจะมีการลดจำนวนเรื่องที่ร้องเรียนเข้ามาได้และที่สำคัญจะมีมาตรการในการคุ้มครองพยานทั้งหก่อนและหลังในการพิจารณาคดีเลือกตั้ง ตรงนี้จะทำให้มีบุคคลมาเป็นพยานหากมีการทุจริต นายองอาจ กล่าว

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์