สวนกุหลาบปทุม รีดเงินนร.

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 24 พ.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า

มีกลุ่มผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สวนกุหลาบวิทยาลัย ปทุมธานี ตั้งอยู่เลขที่ 45 หมู่ 9 ต.พืชอุดม อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ก่อหวอดประท้วงทางโรงเรียนที่เรียกเก็บเงินค่ากิจกรรมพิเศษแพงหูฉี่ จึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง พบกลุ่มผู้ปกครองกว่า 200 คน ยืนประท้วงอยู่หน้าทางเข้าหอประชุมชั้น 3 ของโรงเรียนดังกล่าว เนื่องจากไม่พอใจที่ทางโรงเรียนมีเอกสารเรียกเก็บเงินเป็นจำนวนมาก โดยที่ไม่สามารถชี้แจงถึงเหตุและความจำเป็นได้


ทั้งนี้ เอกสารฉบับที่ 04087.17/พิเศษ โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สวนกุหลาบวิทยาลัย ปทุมธานี ลงวันที่ 23 พ.ค. 2551

เรื่องการระดมทรัพยากรเพื่อจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระบุใจความโดยสรุปขอรับการสนับสนุนเพื่อดำเนินกิจกรรมและบริการเพิ่มเติมจากหลักสูตรการเรียนการสอนปกติ เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาและสร้างคุณภาพชีวิตของนักเรียน โดยระบุว่าได้รับการเสนอแนะจากคณะกรรมการผู้ปกครองเครือข่ายและได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน  ตามมาตรา 58 (2) แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 โดยขอความอนุเคราะห์จากผู้ปกครองนักเรียนให้ศึกษาและปฏิบัติตามขั้นตอน วิธีการเกี่ยวกับการระดมทรัพยากรตามรายละเอียดที่อยู่ด้านหลังหนังสือฉบับนี้อย่างเคร่งครัด ลงชื่อนายคณิต ภิรมย์ไกรภักดิ์ ผอ.โรงเรียน
 

สำหรับเอกสารฉบับดังกล่าวมีรายละเอียดปลีกย่อยบันทึกอยู่ด้านหลัง เป็นขั้นตอนการรับบริจาคเงิน

โดยให้ผู้ปกครองของเด็กนักเรียนชั้น ม.2, 3, 5, และ 6 (ยกเว้นชั้น ม.1 และ ม.4) เขียนชื่อบุตรพร้อมรหัสประจำตัวและชั้นเรียนให้ชัดเจน แนบเงินสด 10 บาท เป็นค่าโอน เขียนใบชำระเงินระบุชำระเงินผ่านธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ได้ทุกสาขา ในชื่อบัญชี “โครงการและบริการเสริมพิเศษโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สวนกุหลาบวิทยาลัย ปทุมธานี” เลขที่บัญชี 351-3-00922-4 ให้เสร็จภายในวันที่ 15 มิ.ย. นี้ จากนั้นให้เด็กนักเรียนนำสำเนาใบโอนเงินไปมอบให้กับครูประจำชั้นเพื่อขอรับใบเสร็จรับเงินในภายหลัง
 

ส่วนค่าใช้จ่ายที่ทางโรงเรียนเรียกเก็บต่อคนในครั้งนี้ประกอบด้วย

1. ค่าบำรุงสมาคมผู้ปกครองและครู/ปี 200 บาท 2. วารสารและคู่มือนักเรียนสื่อสารถึงผู้ปกครอง/ปี 250 บาท 3. บริจาคสาธารณกุศล/ปี 100 บาท 4. พนักงานทำความสะอาดและพัฒนาแหล่งเรียนรู้/ภาคเรียน 200 บาท 5. ประกันอุบัติเหตุ/ปี 250 บาท 6. เสริมทักษะคอมพิวเตอร์เพิ่มเติม/ภาคเรียน 500 บาท 7. ค่าเรียนภาษาต่างประเทศกับเจ้าของภาษา/ภาคเรียน 700 บาท 8. ค่าเอกสารประกอบการเรียนโครงการพิเศษ/ปี 300 บาท 9. ค่าตรวจสุขภาพ/ปี 50 บาท 10. โครงการส่งเสริมศักยภาพนักเรียน/ปี 300 บาท 11. ค่าสาธารณูปโภค 540 บาท 12. เงินเดือนครู 352 บาท 13. ค่าจ้างพนักงานขับรถ 72 บาท 14. ค่าพัฒนาสำนักงาน 150 บาท และ 15. ค่าตอบแทนวิทยากร 414 บาท รวมเป็นยอดเงินที่ต้องชำระ 4,378 บาทต่อนักเรียน 1 คน
 

นายโสภณ (สงวนนามสกุล) ตัวแทนผู้ปกครองระบุว่า ทางผู้ปกครองไม่เคยมีใครทราบมาก่อนว่าจะต้องเสียค่าใช้จ่ายมากมายถึงขนาดนี้

ก่อนการประชุมก็มีการแจกเอกสารฉบับดังกล่าวมาให้ผู้ปกครองคนละฉบับ เมื่ออ่านดูแล้วก็รู้สึกแปลกใจเพราะเดิมเคยเสียอยู่ประมาณ 2 พันกว่าบาท แต่มาคราวนี้กลับเสียเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ระหว่างการประชุมก็พยายามสอบถามจากนายคณิต ภิรมย์ไกรภักดิ์ ผอ.โรงเรียนเพื่อให้ชี้แจงรายละเอียด แต่ไม่ได้รับคำตอบจึงประท้วงด้วยการวอล์กเอาต์ออกมานอกห้องประชุมดังกล่าว โดยกลุ่มผู้ปกครองทั้งหมดพากันข้องใจรายการที่ 11-15 ที่เพิ่มเติมขึ้นมา แต่เดิมจะเสียอยู่ที่ประมาณ 2,850 บาท แต่ปีนี้ต้องมาจ่ายเงินอีก 1,528 บาท ซึ่งมองแล้วว่าไม่น่าจะเป็นภาระของผู้ ปกครอง เป็นเรื่องที่โรงเรียนจะต้องดำเนินการเองอยู่แล้ว และเท่าที่ทราบมาระดับชั้น ม.1 และ ม.4 ที่เพิ่งประชุมไปเมื่อวันที่ 23 พ.ค. ถูกเรียกเก็บแพงกว่านี้อีกพันกว่าบาทด้วย
 



จังหวะนั้นเองทางอาจารย์ของโรงเรียนได้ประกาศผ่านไมค์เชิญผู้ปกครองเข้าไปฟังคำชี้แจงจากนายคณิต ผอ.โรงเรียนภายในห้องประชุม

โดยนายคณิตชี้แจงว่าเงินค่าสาธารณูปโภค เป็นเงินช่วยค่าไฟฟ้าของโรงเรียนที่เดิมอยู่แค่หลักหมื่น แต่ปัจจุบันพุ่งเป็นแสนกว่าบาทต่อเดือน ส่วนเงินเดือนครูที่เรียกเก็บเพราะมีการจ้างครูเพิ่มเติม ค่าจ้างพนักงานขับรถก็จำเป็นเพราะโรงเรียนซื้อรถใหม่มาอีก 2 คันต้องจ้างคนขับเพิ่มอีก 2 คน ส่วนค่าพัฒนาสำนักงานก็มีความจำเป็นเพราะต้องคอยดูแลอำนวยความสะดวกให้กับผู้ปกครองและคนที่มาติดต่องาน  ส่วนค่าตอบแทนวิทยากรก็จำเป็นเพราะต้องเชิญวิทยากรจากภายนอกมาให้ความรู้ นร.เพิ่มเติม ซึ่งคำชี้แจงของนายคณิต ยังไม่เป็นที่พอใจของกลุ่มผู้ปกครองจึงมีการเสนอให้ระงับเรื่องดังกล่าวไว้ก่อนทั้งหมด จากนั้นให้ผู้ปกครองตั้งตัวแทนห้องละ 5 คนทุกชั้นเรียนเสนอชื่อถึงครูประจำชั้นแต่ละห้อง จัดเป็นคณะกรรมการร่วม เพื่อศึกษาข้อมูลและข้อสรุปเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง โดยจะมีการเรียกประชุมภายในสัปดาห์หน้า กลุ่มผู้ ปกครองพอใจจึงยอมสลายการชุมนุมและไปประชุมกลุ่มย่อย เพื่อจัดตั้งตัวแทนเจรจากับทางโรงเรียนต่อไป 

ด้านนายคณิตกล่าวเสริมว่า การจัดทำโครงการดังกล่าวขึ้นมา ก็เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของนักเรียนให้ดีขึ้น
 
มีการประชุมร่วมกับสมาคมผู้ปกครองและสำนัก งานเขตพื้นที่การศึกษาเขต 2 แล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นความไม่เข้าใจของผู้ปกครองเท่านั้น ซึ่งทางโรงเรียนพร้อมจะชี้แจงรายละเอียดให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง คาดว่าเรื่องน่าจะจบลงได้ด้วยดี สำหรับการประชุมผู้ปกครองนร.ชั้น ม.3 และ ม.6 ในวันที่ 25 พ.ค. ก็จะระงับเรื่องดังกล่าวไว้ก่อนจนกว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนเช่นกัน
 

ทางด้านคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า

ทราบเรื่องดังกล่าวแล้วเพราะมีผู้ปกครองโทรศัพท์มาร้องเรียน ตนได้สอบถามเรื่องที่เกิดขึ้นจาก ผอ.โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สวนกุหลาบวิทยาลัย ปทุมธานี ได้รับการชี้แจงว่า การเก็บเงินดังกล่าวได้หารือกับทางคณะกรรมการสถานศึกษา ซึ่งจำนวนเงินที่เก็บเพิ่มนั้นเป็นเงินค่าสาธารณูปโภค เพราะทางโรงเรียนมีงบประมาณในส่วนดังกล่าวไม่เพียงพอ ต้องจ้างครูจากต่างประเทศ จ้างพนักงานรักษาความปลอดภัย จ้างคนขับรถรับส่งนักเรียน ตนได้ทักท้วงไปว่าบางรายการไม่ควรเก็บจากผู้ปกครองเด็ก ควรจะใช้วิธีการเปิดรับบริจาคตามความสมัครใจ เพราะค่าใช้จ่ายที่เก็บเพิ่มในบางรายการสูงเกินไป อีกทั้งสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ก็เตรียมที่จะหางบประมาณมาช่วยค่าสาธารณูปโภคสำหรับโรงเรียนต่างๆในช่วงปลายปีนี้อยู่แล้ว
 

“ทาง ผอ.โรงเรียนก็ยอมรับว่าบางรายการที่เรียกเก็บเพิ่มนั้นยังไม่มีความชัดเจน ดิฉันจึงขอให้กลับไปพูดคุยกับผู้ปกครองใหม่ และให้ทางโรงเรียนงดเรียกเก็บเงินส่วนดังกล่าว ให้ไปหารือกับเครือข่ายผู้ปกครองของโรงเรียนก่อนว่าจะสามารถเรียกเก็บได้หรือไม่ ทางเครือข่ายผู้ปกครองจะช่วยเหลือโรงเรียนได้อย่างไรบ้าง พร้อมกันนี้ได้มอบให้ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานีเขต 2 ไปติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดและรายงานผลสรุปกลับมาด้วย” คุณหญิงกษมากล่าว


ส่วนนายสมเกียรติ ชอบผล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า

การที่โรงเรียนจะขอเก็บเงินเพิ่มจากทางผู้ปกครองนั้น จะต้องผ่านความเห็นชอบจากทางคณะกรรมการสถานศึกษาก่อน ทางโรงเรียนจะไปประกาศเก็บเงินเพิ่มเองไม่ได้ ต้องดูรายละเอียดก่อนว่าในรายการที่ขอเก็บเงินเพิ่มจากทางผู้ปกครองนั้นมีอะไรบ้าง หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับสาธารณูปโภค จะต้องที่อยู่ที่ความสมัครใจของผู้ปกครองเด็ก หากผู้ปกครองไม่จ่ายก็เรียกเก็บไม่ได้ และเด็กจะต้องได้รับสิทธิจากทางโรงเรียนเท่าเทียมกับเด็กที่ผู้ปกครองยินยอมจ่ายเงินให้ทุกประการด้วย


เครดิต :
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดยหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์