ลุงแท็กซี่คลิปฉาว 75 บาท ยันมิเตอร์ค้างไม่รู้ตัว

ลุงแท็กซี่คลิปฉาว 75 บาท ยันมิเตอร์ค้างไม่รู้ตัว


จากกรณีมีคลิปว่อนโซเชี่ยล เผยแพร่เหตุการณ์ที่นักธุรกิจชาวญี่ปุ่นขึ้นแท็กซี่จากสนามบินสุวรรณภูมิ แต่พยายามมองหามิเตอร์เท่าไรก็ไม่เจอ เนื่องจากมีผ้าปิดบังไว้ พอเปิดผ้าคลุมออกก็พบว่าตัวเลขมิเตอร์อยู่ที่ 75 บาท ทำให้ผู้โดยสารเกิดความสงสัยเพราะเคยนั่งมาในราคามิเตอร์เริ่มต้นที่ 35 บาท ซึ่งหลังสอบถามโชเฟอร์อ้างว่าเป็นกฏหมายใหม่ของกรมขนส่งให้ปรับราคามาเป็น 75 บาทแล้ว คันที่ใช้ราคาเดิมแสดงว่ายังไม่ได้ปรับระบบใหม่ กระทั่งคุยไปคุยมาโชเฟอร์ได้เปลี่ยนใจจะลดค่าโดยสารให้ 40 บาท เพื่อให้ทุกอย่างจบกัน โดยหลังกลายเป็นคลิปฉาวในชื่อ "แท็กซี่มิเตอร์สุวรรณภูมิเริ่มต้นที่ 75 บาท" ขณะที่  นายจิรุตม์  วิศาลจิตร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ได้ตรวจสอบแล้วว่า โชเฟอร์ดังกล่าวคือ จ.ส.อ.อุดร ศาสนะสุพินธ์ อายุ 61 ปี ขับรถแท็กซี่ทะเบียน มฎ-0796 กทม.  มีใบอนุญาตชนิดที่ 3 รวมทั้งเตรียมเรียกตัวมาสอบสวน เพื่อเปรียบเทียบปรับ และอาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับรถด้วย

เมื่อวันที่ 29 ม.ค.  ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 29/14 หมู่ 5 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นบ้านพักของ จ.ส.อ.อุดร เพื่อสอบถามความรู้สึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนพบโชเฟอร์คนดังกล่าวกำลังทำความสะอาดรถแท็กซี่ของตนเองอยู่  โดย ลุงโชเฟอร์ที่มีชื่อเสียงในเวลาอันสั้น เปิดเผยความในใจว่า ตนเป็นคนขับรถแท็กซี่ที่ปรากฏอยู่ในคลิปจริง  ซึ่งหลังเกษียณอายุราชการก็หันเหมาขับรถสาธารณะได้ 1 ปี  คืนเกิดเหตุคือวันที่ 26 ม.ค. เวลา 02.00 น.  ตนได้รับผู้โดยสารชาวญี่ปุ่นจากสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งขณะนั้นตนกดมิเตอร์ค้างไว้เมื่อไรไม่ทราบ เพราะไม่ทันมอง  เมื่อผู้โดยสารขึ้นมาก็ถามว่าจะไปไหน เขาตอบว่าจะไปซอยนาทอง 7 รัชดาภิเษก 

"สักพักหลังเขามองมาที่มิเตอร์แล้วถามว่าทำไม ราคาอยู่ที่ 75 บาท กรมขนส่งขึ้นราคาแล้วหรือ  ยอมรับว่าช่วงเวลานั้นลุงเบลอๆ จึงตอบกลับไปว่าใช่  ก่อนจะถูกบันทึกและที่กลายเป็นปัญหาตามเรื่องราวภายในคลิป แต่เมื่อถึงจุดหมายปลายทาง ลุงก็หักค่าโดยสารคืนให้ 40 บาท ขอยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาที่เรียกเก็บเงินเพิ่มแต่อย่างไร  และยอมรับผิดทุกอย่างกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  ตั้งแต่นี้ต่อไปขับรับผู้โดยสารอยู่แถวๆบ้านเท่านั้น ไม่กลับไปที่สุวรรณภูมิอีก"

ลุงแท็กซี่คลิปฉาว 75 บาท ยันมิเตอร์ค้างไม่รู้ตัว


เครดิต :
เครดิต : เดลินิวส์ (อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์)


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์