มั่ว ซัคเกอร์ เป็นปลาราหู ปล่อยเอาบุญ

จากความเชื่อในเรื่องโชคชะตาและการสะเดาะเคราะห์ ที่ยังมีอยู่ในความคิดของคนไทยอย่างเหนียวแน่น

กลายเป็นการเปิดช่องให้พวกพ่อค้าแม่ขายใช้เป็นหนทางทำมาหากิน จัดหาสัตว์นานาชนิดมาจำหน่ายเพื่อให้นำไปปล่อย ด้วยความเชื่อว่าเป็นการทำบุญ ให้ชีวิต ขณะเดียวกันพ่อค้าบางรายก็ฉวยโอกาสนำสัตว์น้ำบางชนิดที่ทางการเคยออกประกาศเตือนแล้วว่าห้ามนำมาปล่อยลงแหล่งน้ำธรรมชาติ กลับยังมีการนำมาขายให้คนนำไปปล่อยเป็นการสะเดาะเคราะห์กันเป็นล่ำเป็นสัน
 

โดยผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 17 ก.พ. ว่า

ได้รับการร้องเรียนจากผู้เข้าไปทำบุญในวัดระฆังโฆสิตาราม หนึ่งในวัดหลายแห่งของเมืองกรุง ที่คนไทยนิยมไปไหว้ พระ ทำบุญและสะเดาะเคราะห์ แล้วพบว่าพ่อค้าแม่ขายฉวยโอกาสหากินกับความเชื่อของชาวพุทธ  นำปลาหลาก หลายชนิดมาให้ผู้เข้ามาในวัดได้ซื้อหาไปปล่อย ซึ่งในจำนวนนี้ พบว่ามี “ปลาซัคเกอร์” หรือปลาเทศบาล ที่กรมประมงเคยประกาศเตือนและขอความร่วมมือผู้เลี้ยงปลาชนิดนี้มาหลายครั้งแล้วว่าอย่าปล่อยปลาชนิดนี้ลงแม่น้ำหรือแหล่งน้ำธรรมชาติ เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อพันธุ์ปลาพื้นเมืองที่มีอยู่

  

เมื่อเดินทางไปสำรวจก็พบว่ามีพ่อค้ากว่า 10 ราย นำปลาซัคเกอร์มาขายให้ชาวพุทธที่ประสงค์จะทำบุญทำทานปล่อยชีวิตสัตว์ ในราคาตัวละ 5 บาท

โดยอุปโลกน์ ให้เป็นปลาสำหรับการสะเดาะเคราะห์ และคนขายหลายรายได้เขียนป้ายบอกวิธีการเลือกซื้อสัตว์มาปล่อยทำทาน ส่วนปลาซัคเกอร์นั้นมีการอ้างว่าเป็นปลาดำราหู ใครที่ซื้อไปปล่อย จะเป็นการตัดเคราะห์กรรมทั้งหลายทั้งปวง ทำให้ชีวิตดีขึ้นด้วย นอกจากนี้ ยังพบว่าร้านขายสัตว์เพื่อการทำบุญบางร้านยังทำเป็นใบปลิวกำหนดการทำบุญด้วยการ ปล่อยสัตว์ไว้ชัดเจน ซึ่งในใบปลิวดังกล่าวระบุเป็นคำอธิษฐานปล่อยสัตว์  โดยพระมหาเซ่ง


ซึ่งนอกจากคำอธิษฐานแล้ว ยังมีการแจกแจงความหมายของการปล่อยสัตว์แต่ละชนิดไว้อย่างละเอียด

อาทิ  ปล่อยปลาชะโด หมายถึง ให้มีสิ่งใหญ่โตเข้าบ้าน ปลาไหล : การเงิน การงาน การเรียน ปลาหมอ : เพื่อสุขภาพ รวมทั้งปลาดำราหู เป็นปลาสะเดาะเคราะห์ด้วย และในใบปลิวดังกล่าว แนะนำให้ผู้ที่ต้องการปล่อยสัตว์ทำบุญ ควรปล่อยสัตว์ตามจำนวนวันเกิด ดังนี้ คนเกิดวันอาทิตย์ ปล่อย 6, 9 ชีวิต วันจันทร์ ปล่อย 15 ชีวิต วันอังคาร ปล่อย 8 ชีวิต วันพุทธ กลางวัน ปล่อย 17 ชีวิต วันพุทธกลางคืน ปล่อย 12 ชีวิต วันพฤหัสบดี ปล่อย 19 ชีวิต วันศุกร์ ปล่อย 21 ชีวิต วันเสาร์ ปล่อย 10 ชีวิต ซึ่งหากคำนวณการปล่อยเฉพาะปลาซัคเกอร์ ที่ขายตัวละ 5 บาท หากเกิดวันศุกร์ ปล่อย 21 ตัว ก็เท่ากับต้องเสียเงินซื้อปลาซัคเกอร์ ถึง 105 บาท
 

ต่อมา ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังนายนฤพล สุขุมาสวิน หัวหน้ากลุ่มวิชาการสำนักวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด กรมประมง 

ถึงการนำปลาซัคเกอร์มาปล่อยลงแหล่งน้ำสาธารณะ ในลักษณะการขายบุญ ก็ได้รับคำตอบว่า ปลาซัคเกอร์ถูกนำเข้าจากอเมริกาใต้ เมื่อประมาณ 50-60 ปี ที่ผ่านมา พ่อค้าปลาตู้สวยงามนำมาเลี้ยงเป็นปลาเทศบาลกำจัดสิ่งปฏิกูลในตู้ปลา มีหลายชนิด ทั้งชนิดเล็กมีลายสวยงามเลี้ยงแล้วไม่โต คนเลี้ยงจะไม่ทิ้ง ส่วนชนิดตัวใหญ่ เลี้ยงแล้วยาวถึง 1 เมตร ตัวสีดำ คนที่ไม่รู้นำมาเลี้ยงแล้ว ตัวใหญ่มาก กินเนื้อที่ตู้ปลา และยังหน้าตาน่าเกลียด จึงนำ ไปโยนทิ้งในแม่น้ำ แต่ปลาชนิดนี้ปรับตัวเก่ง อยู่ในแหล่ง น้ำเมืองไทยได้สบาย น้ำเน่าก็สามารถอยู่ได้ และกินอาหาร ทุกชนิด ทั้งอาหารเน่าเปื่อย รวมทั้งไข่ปลาท้องถิ่น ปัจจุบัน ขยายพันธุ์จนมีจำนวนมากจนน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ผ่านมามีโครงการให้นำปลาซัคเกอร์ มาแลกเป็นปลา ทาง
 

ด้านการเกษตร หรือปลาสวยงาม แต่ชาวประมงยังไม่ให้ความร่วมมือนัก

เวลาจับได้จะโยนทิ้ง นายนฤพลกล่าวว่า ปลาซัคเกอร์ลำตัวสีดำ หน้าตา น่าเกลียด คนจึงเชื่อว่าเป็นราหู แล้วนำไปขายเพื่อให้ปล่อย เพื่อสะเดาะเคราะห์ ขณะนี้กำลังรณรงค์เรื่องความเชื่อให้ คนเลิกปล่อยปลาซัคเกอร์ เป็นโครงการที่จะนำเสนอกรมประมงให้มีการขายปลาพื้นเมืองแทนปลาซัคเกอร์ อาทิ ปลากาดำที่มีลำตัวสีดำ และคนนิยมเลี้ยงเป็นปลาตู้สวยงาม ลักษณะเหมือนปลาฉลามดำ ตัวใหญ่ประมาณ 5 กก. สำหรับ ทางกฎหมายในการควบคุมดูแลนั้น ได้ห้ามนำเข้าปลา ซัคเกอร์มานาน 6 ปีแล้ว แต่ก็ยังมีเล็ดลอดเข้ามา และที่มี อยู่แล้วในประเทศก็ยังมีการเพาะเลี้ยง กรมประมงกำลังทำโครงการร่างกฎหมายห้ามปล่อยซัคเกอร์ และห้ามครอบ ครอง แม้โทษอาจจะไม่สูงมากนัก แต่จะเป็นสิ่งเตือนให้ รู้ว่าจะมีความผิดหากปล่อยลงแม่น้ำลำคลอง

ขณะที่นายภิญโญ พงศ์เจริญ นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ 

กล่าวถึงความเชื่อในการปล่อยปลา สะเดาะเคราะห์ ว่า ในอดีตมีคำพยากรณ์ว่าสามเณรรูปหนึ่งดวงจะถึงฆาต จึงเดินทางไปลาโยมพ่อโยมแม่ ระหว่างทางเห็นปลากำลังกระเสือกกระสนในหนองน้ำแห้งขอด นึกสงสารจึงใช้จีวรช้อนไปปล่อยในหนองน้ำ เมื่อลาโยมพ่อโยมแม่ กลับมาหาครูอาจารย์ ก็สงสัยว่าทำไมยังมีชีวิตรอด จึงเล่า เรื่องช่วยชีวิตปลาให้ฟัง  เป็นผลจากกุศลกรรมช่วยส่ง แต่ไม่ได้บอกไว้ว่าเป็นปลาอะไร ในยุคหลังนำเรื่องมาต่อ ยอด ปล่อยสัตว์ชนิดต่างๆ และปลาหลายชนิด และอาจ เชื่อว่าโดนราหูต้องปล่อยปลาหน้าเหมือนราหู ที่จริงแล้ว การปล่อยควรเลือกชนิดที่เหมาะสม หากควรเลี้ยงในตู้ก็ไม่ควรปล่อยลงแม่น้ำ เพราะจะส่งผลกระทบกับระบบนิเวศน์ การช่วยที่ไม่ถูกต้องจะเป็นการทำลาย  เช่นเดียวกับคนทำบุญอยากทำกับพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ช่วยคนก็อยาก ช่วยคนดี เป็นหลักเดียวกัน และการช่วยด้วยการโฆษณาชักชวน กุศลจะไม่แรงเท่าช่วยด้วยความสงสาร ขึ้นอยู่ที่จิตกับเจตนา


เครดิต :
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดยหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์