มช.แจงแล้ว รับน้องโหด!จนฉาวโซเชียล

มช.แจง"รับน้อง"ฉาวโซเชียล เป็นกิจกรรมเถื่อน เตรียมตั้งกก.สอบ

มช.แจงแล้ว รับน้องโหด!จนฉาวโซเชียล

ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีเฟซบุ๊ก กลุ่มศูนย์เยียวยาแผลใจ ผู้ประสบภัยจากการรับน้อง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ได้แชร์โพสต์ของกลุ่ม ANTI SOTUS ซึ่งเรียกตัวเองว่า กลุ่มเยาวชนปฏิรูปการรับน้องประชุมเชียร์แห่งชาติ (กปช.) โดยในกลุ่มมีการโพสต์ข้อความถึงการรับน้องที่ไม่เหมาะสมของกลุ่มรุ่นพี่ พร้อมนำเอกสารที่อ้างถึงการจัดกิจกรรม "ค่ายสานสัมพันธ์พี่ปันน้องน่าน" ซึ่งจัดการขึ้นระหว่างวันที่ 17 - 19 เมษายน 2558 ณ ไร่จุฑามาศรีสอร์ท จังหวัดน่าน มาแสดงและมีกลุ่มนักศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมได้ออกมาแสดงความคิดเห็นไม่พอใจรุ่นพี่ที่จัดรับน้องดังกล่าวเป็นอย่างมากนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ (21 เม.ย.) เวลา 11.00 น. ที่ห้องประชุม 4 ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ รศ.ธนารักษ์ สุวรรณประภิศ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาคุณภาพนักศึกษา มช. เปิดแถลงข่าวชี้แจงถึงกรณีการรับน้องดังกล่าวและมีนักเรียนบางคนได้รับบาดเจ็บออกมาโพสต์ถึงกิจกรรมดังกล่าวว่าไม่เหมาะสมนั้นว่าเป็นกลุ่มนักศึกษาที่กลับบ้านในระหว่างวันที่17 - 19 เมษายน และมีการรวมน้องนักเรียนที่คาดว่าจะเรียนที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ไปทำกิจกรรม ด้วยการทำฝาย ทาสีโรงเรียน แต่ก็แฝงไปด้วยการรับน้อง ก็เลยทำให้น้องที่ไปร่วมกิจกรรมเกิดความไม่พอใจ และนำไปโพสต์ในโซเชียลมีเดีย

"จริงๆ แล้ว น้องนักเรียนที่ไปร่วมกิจกรรมยังไม่ได้เป็นนักศึกษาของ มช. เพียงแต่ผ่านการสอบสัมภาษณ์แล้ว รุ่นพี่โรงเรียน รุ่นพี่จังหวัดก็ทราบว่าจะมาเรียนที่ มช. จึงไปจัดกิจกรรมนี้ขึ้น เพราะความจริงรุ่นพี่จะเช็คชื่อในวันที่ 29 เมษายน ซึ่งกลุ่มน้องๆ ที่จะเข้ามาเป็นนักศึกษา มช.จะต้องมาลงทะเบียนเป็นนักศึกษาในวันที่ 20 - 22 กรกฎาคม 2558 ดังนั้นการจัดกิจกรรมครั้งนี้จึงไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแลของ มช. แต่เป็นกลุ่มนักศึกษาทางจังหวัดที่มีการจัดทำกันขึ้น"

รศ.ธนารักษ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มช.ตระหนักถึงปัญหาตรงนี้ และได้ส่งเจ้าหน้าที่กองพัฒนานักศึกษาไปที่ไร่จุฑามาศ รีสอร์ท สถานที่การจัดกิจกรรม และตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง คาดว่าจะทราบข้อเท็จจริงภายในสัปดาห์นี้ ส่วนเรื่องวินัยของนักศึกษาก็ต้องพิจารณาตามข้อมูลและหลักฐานที่ปรากฏ

"ที่จริงมีเกิดขึ้นทุกจังหวัดในเขตพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ โดยมีพี่จังหวัด พี่โรงเรียน ซึ่งนอกเหนือจากการควบคุมของกองพัฒนานักศึกษาของมหาวิทยาลัย เพราะเป็นกิจกรรมที่ไม่มีอาจารย์หรือผู้รับผิดชอบเข้าไปควบคุมดูแล แต่ไปแอบจัดกันเอง

ในขณะเดียวกัน ทางผู้ปกครองก็คิดว่าจะเป็นรุ่นพี่ที่เข้าไปดูแลน้องที่เข้าไปในมหาวิทยาลัย ซึ่งกิจกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงที่นักศึกษายังไม่ได้ลงทะเบียน เป็นกิจกรรมที่ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบมหาวิทยาลัย หรือเรียกว่าเป็นกิจกรรมเถื่อน เพราะไม่มีอาจารย์ที่ปรึกษา แต่เป็นการรวมตัวกันจัดกิจกรรม ทำให้การควบคุมดูแลค่อนข้างจะยากลำบาก เพราะในแต่ละจังหวัดมีตั้ง 21 คณะที่มาเรียนที่ มช. ซึ่งคาดว่ากิจกรรมในครั้งนี้ เป็นรุ่นพี่ในจังหวัด และนักเรียนที่จะมาเรียนในมหาวิทยาลัยรวม 100 กว่าคน ร่วมทำกิจกรรม โดยทางรุ่นพี่ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด"

รศ.ธนารักษ์ กล่าวต่ออีกว่า โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบนี้มีหลายครั้ง แต่ทางมหาวิทยาลัยก็พยายามออกไปชี้แจงให้กับทางโรงเรียนและผู้ปกครองทราบว่า ไม่ใช่กิจกรรมของมหาวิทยาลัย อย่าให้ลูกหลานเข้าร่วมกิจกรรม เพราะว่าหากเกิดปัญหาขึ้นมาเราไม่สามารถดูแลลูกหลานท่านได้ ในเรื่องของรุ่นพี่ที่ทำกิจกรรมไม่ถูกต้องก็จะมีคณะกิจการนักศึกษา ตั้งคณะกรรมการสอบสวนในเรื่องของวินัยนักศึกษาว่าจะผิดวินัยมากน้อยแค่ไหน ตั้งแต่ว่ากล่าวตักเตือน ทำทัณฑ์บน หรือการลบชื่อออกจากการเป็นนักศึกษา

ทั้งนี้ เองฐานความผิดเบื้องต้น ก็เป็นฐานความผิดที่ทำให้เสียชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย และตอนนี้ก็ต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมว่าจะมีฐานความผิดอื่นอีกหรือไม่ ต้องดูว่ากิจกรรมนั้นทำอะไร ทำมากน้อยแค่ไหนบ้าง จำนวนนักศึกษาเข้า รุ่นพี่กี่คนมีคณะไหน ตอนนี้ยังไม่ทราบข้อมูล ตอนนี้รู้แต่เพียงชื่อหัวหน้าที่จัดทำกิจกรรมนี้ ส่วนเรื่องของการทำร้ายร่างกาย คดีความบ้านเมือง ก็เป็นเรื่องที่ทางผู้ปกครอง หรือตัวนักศึกษาเองจะมีการฟ้องร้องกันเกิดขึ้น เป็นเรื่องที่ทางกฎหมายบ้านเมืองจะดำเนินการต่อไป


มช.แจงแล้ว รับน้องโหด!จนฉาวโซเชียล

"ที่จริงก็มีแผนจะป้องปรามเรื่องนี้มาโดยตลอด โดยปีนี้กำลังวางแผนที่จะดำเนินการไปตามจังหวัดต่างๆ ร่วมกับทางสำนักทะเบียน ซึ่งยอมรับว่าเขาจะเดินล่วงหน้าไปก่อนหนึ่งสเตป เพราะรู้ว่าทางมหาวิทยาลัยจะออกเมื่อไร แต่หากมองไปในทางที่ดีก็มี เพราะว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ หากในจังหวัดอื่นมีการจัดขึ้น ก็จะมีโทษหนักขึ้น ส่วนการแอบอ้างหรือทำหนังสือว่าเป็นของมหาวิทยาลัยหรือไม่ตรงนี้ก็ต้องมาดูอีกครั้ง ซึ่งตอนนี้ก็ต้องมาดูฐานความผิดว่ามีอะไรบ้าง

โดยกิจกรรมนี้ก็เหมือนกับการรับน้อง แต่เป็นการเตรียมข้อมูล การให้ข้อมูลน้องๆ ที่จะมาเรียนในมหาวิทยาลัย แต่ก็แฝงการรับน้องเข้าไป เหมือนกับกิจกรรมที่เขาอ้างว่าเป็นกิจกรรมอาสา ไปพัฒนา ไปทำฝาย ไปทำกิจกรรมต่างๆ แต่ก็แฝงด้วยกิจกรรมการรับน้อง ทำการละเมิดลักษณะนี้เกิดขึ้น กิจกรรมที่เกิดขึ้นเป็นกิจกรรมที่ผิดอยู่แล้ว ซึ่งกิจกรรมจริงๆ ต้องหลังจากที่มาลงทะเบียนเรียนเป็นนักศึกษาของ มช. เรียบร้อยแล้ว จึงจะทราบว่ามีนักศึกษาจำนวนเท่าไร อยู่คณะอะไร และในส่วนของคณะจะมีคณบดี รองคณบดี เป็นผู้รับผิดชอบมาดูแลการจัดกิจกรรม ซึ่งการรับน้องในระบบจะไม่มีปัญหา


เครดิต :
เครดิต :เนื้อหาข่าว คุณภาพดี หนังสือพิมพ์มติชน


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์