ญาติหนุ่มค่าไถ่แมวบุกโวย!ยายใจดี

"ได้ใจจับแมวเรียกค่าไถ่ ทนไม่ไหวแจ้ง ตร.จับ"


เผยญาติหนุ่มคดีเรียกค่าไถ่แมว บุกโวยแม่เฒ่าใจดี หลังตกเป็นข่าวหนังสือพิมพ์คดีจับแมวเป็นตัวประกัน เจ้าตัวยันไม่กลัวตาย อีกทั้งยังตายไม่ได้ เพราะเป็นห่วงแมวอีกหลายชีวิต ระบุทุกวันนี้ไม่มีรายได้อะไร อาศัยรายได้จากสามีปั่นสามล้อเร่ขายขนมวันละ 50-70 บาท แถมยังต้องเจียดไปซื้ออาหารให้แมว แต่ละวันกินข้าวกับน้ำพริกผักที่พอหาได้ นานๆ จะได้กินหมูกินไก่สักครั้ง

จากกรณีนางอัมพวัลย์ เจริญฉิม อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 84/7 ต.บางแก้ว อ.เมืองอ่างทอง เก็บแมวมาเลี้ยงในบ้านกว่า 50 ตัว และถูกนายแอ๊ด ไม่ทราบนามสกุล เพื่อนบ้านจับ "นางน้ำตาล" แมวเพศเมียเป็นตัวประกัน เพื่อเรียกค่าไถ่เป็นเงินจำนวน 500 บาท โดยก่อนนี้นายแอ๊ดเคยก่อเหตุจับแมวนางอัมพวัลย์เรียกค่าไถ่มาแล้ว 3 หนจนได้ใจ ก่อนจะมาก่อเหตุครั้งล่าสุด แต่นางอัมพวัลย์ไม่มีเงินจ่าย จึงตัดปัญหาด้วยการเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

"ตามมาด่า อย่างนี้ไม่แก่ตายแน่"


เมื่อวันที่ 29 พ.ย. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านพักนางอัมพวัลย์ เจริญฉิม ตัวบ้านมุงล้อมด้วยสังกะสีกันแดดกันฝน นอกจากจะเป็นที่พักอาศัยของนางอัมพวัลย์และนายเฟี้ยม ฟักโสภา สามีอายุ 70 ปี กินอยู่กันตามลำพังแล้ว ภายในบ้านที่สะอาดตา ยังเป็นที่อยู่อาศัยของแมวหลากสายพันธุ์กว่า 50 ชีวิต ที่สองตายายเมตตาสงสารเก็บมาเลี้ยงเหมือนลูกมานานหลายปี พบนางอัมพวัลย์กำลังให้อาหารแมวและเรียกชื่อแมวครบทุกตัว ก่อนทำความสะอาดรอบบริเวณอย่างมีความสุข โดยมีเพื่อนบ้านที่ทราบข่าวทยอยเดินทางมาเยี่ยมเยียนให้กำลังใจ

นางอัมพวัลย์ กล่าวว่า หลังจากที่ผู้สื่อข่าวนำเสนอข่าวออกไปสร้างความไม่พอใจแก่นายแอ๊ดและบรรดาญาติๆ เป็นอย่างมาก ถึงกับเดินทางมาด่าทอจึงเกิดการโต้เถียงกันอยู่นาน และก่อนที่กลุ่มนายแอ๊ดจะกลับออกไปได้พูดจาข่มขู่ด้วยว่า "อย่างนี้ไม่แก่ตายแน่" กลุ่มบุคคลพวกนี้เป็นอันธพาล หากสืบประวัติให้ดีจะพบว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เคยเห็นของกลางหลายครั้งขณะไปตามหาแมวในป่า ซึ่งยายไม่กลัวตายแล้ว แต่ยังตายไม่ได้เพราะเป็นห่วงแมวอีกหลายสิบชีวิตที่ต้องดูแล เจ็บป่วยก็ต้องรักษาเขา

"หาแนวทางช่วยเหลือตายาย"


"ยายไม่มีอาชีพจึงไม่มีรายได้ ส่วนตาปั่นสามล้อแดงเร่ขายขนมไปยังสถานที่ต่างๆ มีรายได้วันละ 50-70 บาท การกินอยู่ก็กินข้าวกับน้ำพริกและผักหญ้าที่พอหาได้ เดือนหนึ่งจะไปตลาดซื้อหมูซื้อไก่กินของดีๆ สักครั้ง ซึ่งยายอยู่ได้ แต่เรื่องของแมวต้องสำคัญกว่า ซึ่งทุกวันต้องเจียดกำไรจากการขายขนมเก็บไว้วันละ 10-20 บาท เพื่อรวบรวมไปซื้ออาหารให้แมว 10 วันต่อถัง และยารักษาโรค แต่ช่วงที่ผ่านมาน้ำท่วมจึงไม่มีรายได้ทำให้แมวอดอาหารไปด้วย ลำบากด้วยกันทั้งคนทั้งแมว ต้องช่วยเหลือตัวเองเพราะไม่มีลูกหลาน มิหนำซ้ำยังกลับมาถูกเดนสังคมรังแกจับแมวเป็นตัวประกันเพื่อเรียกค่าไถ่ ยายจึงสุดทน" นางอัมพวัลย์กล่าว

ด้านนายประสิทธิ์ มีช้า พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่า สองตายายอยู่ในเขตเทศบาลเมืองอ่างทอง ซึ่งจะประสานเพื่อสอบถามข้อมูลว่าได้รับการสงเคราะห์เบี้ยยังชีพหรือไม่ จะได้ไม่ซ้ำซ้อน และพิจารณาหาทางช่วยเหลือในด้านอื่นๆ ต่อไป และในส่วนของแมวที่เป็นสัตว์เราคงเข้าไปช่วยเหลือไม่ได้เพราะเป็นของปัจเจกบุคคล ไม่มีหน่วยงานใดรองรับ นอกเหนือจากผู้มีจิตศรัทธาบริจาค แต่เราจะหารือหลายฝ่ายเพื่อพิจารณาช่วยเหลือ

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์