จับตาภัยแล้ง วิกฤติ! ลามค่อนประเทศ

มหาดไทยตีแผ่ข้อมูล ภัยแล้งคุกคาม 52 จังหวัดแล้ว รุนแรงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน อีสานหนักสุด ชาวบ้านทั่วประเทศเดือดร้อนเกือบ 2 ล้านครอบครัว ไร่น่าเสียหาย 1.5 แสนไร่...

สงกรานต์ปีนี้ หลายคนอยู่ระหว่างเดินทางท่องเที่ยว เช่นเดียวกับอีกไม่น้อยสนุกสนานกับการเล่นสาดน้ำในเดือนร้อนที่สุดของปี

แต่ในช่วงเวลาเดียวกันคงยากจะปฏิเสธว่าอีกหลายๆ คนอยู่ในสภาวะทุกข์ทนกับสภาพแผ่นดินในไร่นาแตกระแหง ร้อนระอุ น้ำในบึงแห้งขอด และขาดน้ำกินน้ำใช้ เนื่องจากภัยแล้งมีความรุนแรงและมาเร็วกว่าทุกปี ยืนยันด้วยข้อมูลของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขของประชาชน โดยนาอนุชา โมกขะเวส อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาไทย กล่าวเอาไว้ระหว่างการประชุมแก้ปัญหาภัยแล้งที่ จ.นครราชสีมา ว่า ณ วันที่ 22 มี.ค. ทั่วประเทศประสบภัยแล้งแล้ว 52 จังหวัด แยกเป็นภาคเหนือ 15 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 15 จังหวัด ภาคกลาง 8 จังหวัด ภาคตะวันออก 7 จังหวัด และภาคใต้อีก 7 จังหวัด

ทั้งนี้ เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา พบว่า มีพื้นที่ประสบภัยแล้งเพียง 49 จังหวัด ปีนี้ เพิ่มขึ้น 3 จังหวัด

ทำให้พื้นที่การเกษตรเสียหายประมาณ 150,000 ไร่ แยกเป็นพื้นที่ไร่ 120,000 ไร่ นาข้าว 15,000 ไร่และพื้นที่เพาะปลูกพืชสวนอื่นๆ สำหรับการให้ความช่วยเหลือจังหวัด อำเภอและองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นแจกจ่ายน้ำกินน้ำใช้ไปแล้ว 78 ล้านลิตร ใช้รถน้ำกว่า 560 คัน นอกจากนั้น ยังมีการซ่อมและสร้างทำนบชั่วคราวปิดลำน้ำกว่า 3,600 แห่ง และขุดลอกแหล่งน้ำอีก 4,000 แห่ง


นายอนุชา กล่าวต่อว่า เบื้องต้นมีการใช้งบประมาณแก้ปัญหาภัยแล้งเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนไปแล้วรวม 318 ล้านบาท

นอกจากนั้น ยังได้รับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำ 700 เครื่อง จากกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อแก้ปัญหาในพื้นที่วิกฤต ซึ่งเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีพื้นที่ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยแล้งแล้ว 15 จังหวัด จาก 19 จังหวัด

ด้านนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า ปีนี้ฝนน้อยและประสบภัยแล้งมาตั้งแต่ต้นเดือน ก.พ.

ดังนั้น จะต้องจัดหาน้ำให้ประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ประสบปัญหารุนแรงให้ทั่วถึง เพราะถ้าขาดน้ำจะเป็นปัญหาใหญ่ ส่วนเรื่องงบประมาณไม่มีปัญหา แต่ขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันประหยัดน้ำและทำตามคำแนะนำจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการทำนาปรัง เพื่อให้ผ่านพ้นภัยแล้งไปได้

ขณะนี้ 52 จังหวัดมีปัญหาภัยแล้งทั้งหนัก กลางและเบา ปัญหาปีนี้มีความรุนแรงและขยายพื้นที่มากขึ้นกว่าทุกปี

ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนมากกว่า 19,000 หมู่บ้าน หรือ กว่า 1,750,000 ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 12.5% เฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีหมู่บ้านประสบภัยแล้ง 10,000 หมู่บ้าน นอกจากนั้น ยังมีการการคาดการณ์ว่าฤดูร้อนปีนี้จะยาวนานถึงกลางเดือน พ.ค.

สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และกลางทั่วประเทศ ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน ให้ข้อมูลว่า ณ วันที่ 30 มี.ค.

มีปริมาณน้ำรวมกัน 42,252  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 57 ของความจุอ่าง โดยเขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาตรน้ำในอ่าง 5,513 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 41 ของความจุอ่าง เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาตรน้ำในอ่าง 3,932 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 41 ของความจุอ่าง

โดยภาพรวมแล้วขณะนี้ สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานได้เตรียมเครื่องสูบน้ำสนับสนุนการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้งจำนวน 1,200 เครื่อง นอกจากนั้น  ยังมีรถบรรทุกน้ำอีก 295 คัน กระจายอยู่ทั่วประเทศและพร้อมจะเข้าไปช่วยเหลือหากได้รับการร้องขอ จากปัจจุบันได้ส่งเครื่องสูบน้ำเข้าไปช่วยเหลือประชาชนทั่วประเทศแล้ว 698 เครื่อง ใน 40 จังหวัด และรถบรรทุกน้ำ 12 คัน ในพื้นที่ 3 จังหวัด


เครดิต :
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดยหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์