ขยับขึ้นค่าไฟหน่วยละ3.02บ. ผลพวงปรับขึ้นค่าเอฟที

นายดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรคกูเลเตอร์) กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการ เมื่อวันที่ 19 ก.ย. ว่า ที่ประชุมมีมติปรับขึ้นค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (เอฟที) งวดใหม่14.85 สต.ต่อหน่วย โดยค่าเอฟทีใหม่จะใช้เป็นเวลา 3 เดือน (ต.ค.-ธ.ค.2551) โดย การปรับขึ้นค่าเอฟทีครั้งนี้ จะทำให้ค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บจากประชาชนจะอยู่ที่หน่วยละ 3.02  บาท  หรือ สูงขึ้นจากรอบที่ผ่านมาเฉลี่ยร้อยละ 5.17   ปกติค่าเอฟที รอบนี้จะต้องปรับขึ้นสูงถึง 57.22 สตางค์ต่อหน่วย  แต่เพื่อไม่ให้กระทบภาคการผลิตและภาคเศรษฐกิจ  จึงนำส่วนที่เหลือทยอยปรับขึ้นตลอด 15 เดือน (ต.ค.2551 – ธ.ค.2552)  ภายใต้สมมติฐานราคาน้ำมันเตาในอนาคตมีแนวโน้มลดลง  ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน กล่าวต่อว่า สาเหตุที่ค่าเอฟทีเพิ่มขึ้น มาจากค่าก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้น 23.43  บาทต่อล้านบีทียู  จากราคาเฉลี่ยเดือน มิ.ย.- ก.ย. 2551  ที่ 205.90  บาทต่อล้านบีทียู  เพิ่มเป็น  229.33  บาทต่อล้านบีทียูในช่วงเดือน ต.ค.-ธ.ค. 2551  ปัจจุบันไฟฟ้าใช้ก๊าซในการผลิตถึงร้อยละ 70 นอกจากนี้  เงินบาทที่อ่อนค่าลงจาก 31.50  บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ  อยู่ที่  34.00  บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ  มีผลต่อราคาก๊าซ แต่เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนรวมถึงภาคการผลิต  จึงได้นำส่วนต่างการจัดซื้อก๊าซจากค่าเทคออเพย์ ปี 2551  จำนวน 3,600  ล้านบาท  และค่าปรับที่เรียกเก็บจากปริมาณการส่งก๊าซของแหล่งอาทิตย์ที่ขาดส่งจำนวน 700  ล้านบาท  รวมทั้งสิ้น  4,300  ล้านบาท  มาลดผลกระทบ  จึงทำให้ขึ้นค่าเอฟทีงวดนี้เพียง 14.85 สตางค์เท่านั้น นายดิเรก กล่าวด้วยว่า สำหรับส่วนต่างค่าเอฟที ที่คำนวณและเรียกเก็บที่เหลืออีก 29.69  สตางค์ต่อหน่วย หรือคิดเป็น  10,058  ล้านบาท ให้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นำไปเรียกเก็บในการคำนวณเอฟทีงวดต่อไป อย่างไรก็ตาม  ผู้ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือนจะได้รับผลกระทบเล็กน้อยตามมาตรการของภาครัฐที่ช่วยเหลือประชาชนและอยากให้ประชาชนช่วยกันประหยัดไฟ

เครดิต :
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดยหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์