คนอีสานสุดทนฮือประท้วง สิงคโปร์

สมัชชาปชช.อีสาน -ภาคีฯโคราชสุดทน


บุกประท้วงตีแผ่เพื่อนบ้านชั่วร้ายที่วางใจไม่ได้พร้อมวางพวงหรีดประณามรัฐบาลสิงคโปร์กับธุรกิจเมืองลอดช่องในเมืองย่าโม เผยยื่น 6 ข้อหลักผ่านแบงก์ ยูโอบี- เอไอเอสโคราช กิจการของกองทุนเทมาเส็กถึงรัฐบาลสิงคโปร์

ในฐานะเพื่อนตายและคู่ค้า ทักษิณ ผู้ไร้ซึ่งแผ่นดินอยู่อาศัย จี้ขอโทษประเทศและประชาชนไทยโดยด่วนร้องรัฐยกเลิกความร่วมมือของทหารไว้ก่อน-เร่งลากคอแม้วขึ้นศาลโลกและเรียกร้องปปช.ไทยผู้รักชาติราชบัลลังค์บอยคอตสินค้าบริการของทุนสิงคโปร์

วันนี้ ( 19 ม.ค.) เวลา 10.30 น. ที่ร้านอาหารข้าวต้มนายตี๋


กลุ่มสมัชชาประชาชนภาคอีสาน 19 จังหวัด ภาคีมวลชนคนโคราชรักประชาธิปไตย นำโดย ทพ.ศุภผล เอี่ยมเมธาวี ผู้ประสานงานภาคีฯโคราช นายประเทือง ปรัชญพฤทธิ์ แกนนำภาคีคนบุรีรัมย์ และ นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นักวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยประชาชนชาวโคราชประมาณ 50 คน ร่วมประณามและยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลสิงคโปร์ ที่แสดงท่าทีก้าวร้าว ผิดมารยาททางการทูตอย่างร้ายแรงต่อประเทศไทย และหมิ่นน้ำใจประชาชนคนไทย

กรณีสนับสนุนต้อนรับ


พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยผู้บริหารระดับสูงของรัฐบาลสิงคโปร์ นำโดยรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นการเคลื่อนไหวแอบแฝงหวังผลทางการเมือง พร้อมให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศโจมตีการทำงานของรัฐบาลไทยและคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)

ทพ.ศุภผล เอี่ยมเมธาวี กล่าวว่า


การดำเนินการตอบโต้ทางการทูตต่อรัฐบาลสิงคโปร์ของรัฐบาลไทยจนถึงขณะนี้ สมัชชาประชาชนอีสาน และ ภาคีมวลชนคนโคราชฯ ถือว่ายังไม่สาสมกับพฤติกรรมอันเลวร้าย และไร้วัฒนธรรมของประเทศสิงคโปร์ ซึ่งดำรงประเทศอยู่รอดได้ด้วยความเป็นนายหน้าขายสินค้า หาผลประโยชน์จากชาติอื่นอย่างไร้จริยธรรม คุณธรรม

พวกเรา เห็นว่ารัฐบาลและประชาชนคนไทยควรร่วมมือกันยับยั้ง


ควรดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับประเทศนายหน้า และตัวแทนคนหน้าเหลี่ยม อดีตนายกฯ ผู้ขายชาติ ทุจริตคดโกงจนไร้แผ่นดินอาศัย ด้วยการเร่งดำเนินการเรื่องคดีฆ่าตัดตอนกรณียาเสพติด

การละเมิดสิทธิมนุษยชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขึ้นเป็นคดีความในศาลอาญาระหว่างประเทศ นำเสนอเรื่องราวพฤติกรรมอันชั่วร้ายเสนอต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ เพื่อทำความเข้าใจ กับนานาชาติต่อไป

อีกทั้งการที่สิงคโปร์ รู้ว่า


การรับรองทักษิณเป็นการดำเนินนโยบายการทูตที่ไม่มีประเทศไหนเขาทำกันและหากยอมรับให้ทักษิณตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นขึ้นได้ในประเทศสิงคโปร์นั้น รัฐบาลไทยจะต้องดำเนินมาตรการทางการทูตระดับรุนแรงในทันที

ตีแผ่เพื่อนบ้านอันชั่วร้ายของภูมิภาค


ทพ.ศุภผล กล่าวต่อว่า

ความเป็นนายหน้าของรัฐบาลสิงคโปร์ นั้นได้ร่วมมือกับรัฐบาลทราชในชาติต่างๆ เอารัดเอาเปรียบชาติอื่นๆ ในภูมิภาคนี้มาอย่างต่อเนื่อง และไม่มีความจริงใจกับประเทศไทย กองทุนเทมาเส็กของรัฐบาลสิงคโปร์ได้หากินรับผลประโยชน์จากรัฐบาลทักษิณมาโดยตลอด

รวมทั้งการเข้าซื้อ ชินคอร์ป ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเป็นการสมคบกันหลีกเลี่ยงกฎหมาย ซื้อขายสมบัติของชาติของประชาชนเพื่อหาประโยชน์เข้าตนเองด้วยการทำลายประเทศชาติเช่นนี้ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รัฐบาลทักษิณถูกโค่นล้ม

ทั้งนี้ปี 2540 ประเทศไทยประสบกับวิกฤตการณ์ทางการเงิน


รัฐบาลสิงคโปร์จึงถือโอกาสย้ายคลื่นทุนระลอกแรก กรีฑาทัพเข้ามาซื้อกิจการของคนไทยหลากหลายภาคธุรกิจไม่ว่าจะเป็น ธนาคาร อสังหาริมทรัพย์ สิ่งพิมพ์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ ฯลฯ ธนาคารหลายแห่งถูกเทกโอเวอร์โดยทุนทุนสิงคโปร์ เช่น ธนาคารยูโอบี ธนาคารดีบีเอส ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ จนถนนสาทรและสีลม กรุงเทพฯ กลายเป็นถนนแห่งกลุ่มทุนสิงคโปร์

ที่สำคัญต้นปีที่ผ่านมา

กองทุนเทมาเส็กของรัฐบาลสิงคโปร์ ได้บรรลุข้อตกลงเข้าซื้อธุรกิจในเครือชินคอร์ปของตระกูลชินวัตร-ดามาพงษ์ มูลค่า 73,300 ล้านบาท สัมปทานโทรศัพท์เคลื่อนที่ ดาวเทียม สายการบิน และสถานีโทรทัศน์ ซึ่งเป็นทรัพย์สินของประเทศไทยต้องตกไปอยู่ในมือของกองทุนต่างประเทศที่เป็นเกาะเล็กๆ มีเนื้อที่ไม่ถึง 700 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรเพียง 4.5 ล้านคน

ในช่วงรัฐบาลทักษิณครองอำนาจ


นอกจากนโยบายรัฐบาล จะคล้ายคลึงกับนโยบายของรัฐบาลสิงคโปร์ จนถูกมองว่าทักษิณ หรือไทยรักไทย หัวใจสิงคโปร์ กำลังทำให้ประเทศไทยเวลานั้น กลายร่างแปลงกาย เป็นสิงคโปร์ประเทศที่ 2 แล้ว ความมั่นความมั่นคงและการทหาร ในยุคทักษิณยังให้สิงคโปร์เข้าแทรกซึมอย่างหนัก

เช่น การลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) 12 พ.ย. 2547 ระหว่างรัฐมนตรีกลาโหมไทยกับสิงคโปร์, การยกสิทธิและอธิปไตยเหนือน่านฟ้าไทยให้กับทางสิงคโปร์ด้วยการอนุญาตให้กองทัพอากาศสิงคโปร์ เข้าใช้ฐานทัพและฝึกบินที่กองบิน 23 จ. อุดรธานีได้เป็นเวลา 15 ปี โดยแลกกับเครื่องบินเอฟ 16 เอ/บี ที่ใช้แล้วจำนวน 7 ลำ เป็นต้น

ประณาม-เรียกร้องรัฐสิงคโปร์ 6 ข้อหลัก


ทพ.ศุภผล กล่าต่อว่า

หากมีคนที่เรียกตัวเองว่า เป็นเพื่อนบ้านของเรา แต่กลับรับเอาคนเลวร้ายที่ถูกเราไล่ออกจากบ้าน เข้าไปอยู่อาศัยและอนุญาตให้ใช้บ้านเขา ด่าว่าบ่อนทำลายบ้านของเรา หรืออาจสนับสนุนให้คนเลวร้ายนั้นซ่องสุมวางแผน เพื่อบ่อนทำลายประเทศเราอย่างต่อเนื่อง เพื่อนบ้านเช่นนี้สมควรที่เราจะไว้วางใจ และเรียกว่าเพื่อนได้หรือไม่ ดังนั้น สมัชชาประชาชนอีสาน และภาคีมวลชนคนโคราชฯ ขอประณามและเรียกร้องดังต่อไปนี้



1.ขอประนาม รัฐบาลนายหน้าแบบสิงคโปร์ ที่เหิมเกริม แทรกแซงกิจการภายใน และมีพฤติกรรมที่บ่อนทำลายประเทศไทยอย่างออกหน้าออกตา

2.สิงคโปร์ต้องขอโทษประเทศไทย และประชาชนไทย ต่อท่าทีที่ยุยง แทรกแซง หรือให้การสนับสนุนบุคคลที่เป็นอันตรายต่อชาติ และราชบัลลังก์ เช่น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

3.ขอสนับสนุน รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ และขอให้กำลังใจรัฐบาลในการเข้มงวดและตอบโต้ ความเหิมเกริม ไร้มารยาททางการทูตครั้งนี้

4.ขอเรียกร้อง สภากลาโหม กระทรวงกลาโหม และรัฐบาล พิจารณาความร่วมมือทางทหาร ที่เสียเปรียบ และอาจหมิ่นเหม่ต่อการสูญเสียข้อมูลทางทหารแก่ประเทศเพื่อนบ้านที่เจ้าเล่ห์เพทุบาย เช่น สิงคโปร์ เช่น ทบทวนสัญญาเช่าสนามบินที่จังหวัดอุดร ของกองบิน 23 ใหม่ และอาจยกเลิกความร่วมมือทางทหารไว้ก่อน

5.ขอให้รัฐบาล เร่งชี้แจงข้อมูล การฆ่าตัดตอนของรัฐบาลไทยรักไทย และ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ทำลายล้างชีวิตคนไทย ในทุกเขตพื้นที่มากกว่า 3,000 ศพ ต่อนานาประเทศโดยเร่งด่วน และส่งฟ้องศาลโลก เพื่อดำเนินการต่อไป

6.ขอให้ประชาชนไทยผู้รักชาติ ราชบัลลังก์ บอยคอตงดซื้อสินค้า งดใช้บริการ หรือการทำธุรกรรมนานาประการ ที่จะกระทำได้ กับ ธนาคาร ห้างร้าน บริษัท ที่มีกองทุน รัฐบาลหรือคนสิงคโปร์ดำเนินการอยู่ ชั่วคราว

ประชาชนอีสาน และประชาชนไทยทั้งมวล ต้องลืมตาพากันตื่นขึ้นมา รู้ทันเพื่อนบ้านที่เหิมเกริม และไร้ยางอายอย่างประเทศสิงคโปร์ และร่วมใจกันป้องปรามการกระทำที่พยายามบ่อนเซาะประเทศไทยของเรา ทพ.ศุภผล กล่าว

บุกวางหรีด-ยื่นข้อเรียกร้องผ่านกิจการเทมาเส็ก


ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากนั้นกลุ่มสมัชชาประชาชนอีสาน 19 จังหวัด และภาคีฯโคราช ประมาณ 50 คน ได้จัดขบวนธงชาติไทย พร้อมแผ่นป้ายข้อความประท้วงรัฐบาลสิงคโปร์ เช่น กองกำลังสิงคโปร์ออกไป สิงคโปร์+ ทักษิณ หมิ่นศักดิ์ศรีไทย และพวงหรีด ข้อความ สิงคโปร์ Get Out เดินทางไปยังบริเวณหน้าสำนักงานธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) สาขานครราชสีมา ถ.ชุมพล เขตเทศบาลนครนครราชสีมา อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นธนาคารที่ถือหุ้นใหญ่โดยชาวสิงคโปร์

เพื่อประกาศไม่เอาทุนสิงคโปร์และยื่นหนังสือพร้อมพวงหรีดผ่านผู้จัดการธนาคาร ถึงผู้บริหารระดับสูงและรัฐบาลสิงคโปร์ ตามข้อเรียกร้องทั้ง 6 ข้อดังกล่าว

ต่อมาขบวนของสมัชชาประชาชนอีสาน


19 จังหวัด และกลุ่มภาคีฯโคราช ได้เดินทางไป ที่ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส สำนักปฏิบัติการภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียง ถ.มิตรภาพ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ในฐานะกิจการของกองทุนเทมาเส็ก รัฐบาลสิงคโปร์ เพื่อทำการประท้วงพร้อมยื่นหนังสือข้อเรียกร้อง 6 ข้อดังกล่าว

และพวงหรีด ผ่าน นายเมธี มานุ่ม ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด ไปยังผู้บริหารระดับสูงของกองทุนเทมาเส็กและรัฐบาลสิงคโปร์ ซึ่ง นายเมธี ลงมารับข้อเรียกร้องจากผู้ชุมนุมแต่ปฏิเสธที่จะรับพวงหรีด

นอกจากนี้ วันที่ 22 มกราคม นี้


กลุ่มสมัชชาประชาชนอีสาน 19 จังหวัด และภาคีฯโคราช ก่อนที่จะเข้าให้กำลังรัฐบาล และ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล ในวันเดียวกัน


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: ผู้จัดการออนไลน์

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์