พรทิวาขอกำลังตำรวจ ทหาร ศุลกากร สกัดชายแดนลอบขายน้ำตาลทราย-น้ำมันพืช


รมว.พาณิชย์ ส่งหนังสือถึงหน่วยงานราชการ ทั้งตำรวจ-ทหาร-ศุลกากร ตรวจเข้มค้าขายชายแดน หลังไทยประสบปัญหาสินค้าขาดแคลน เหตุลักลอบขายประเทศเพื่อนบ้าน เพราะได้ราคาที่ดีกว่า จากราคาควบคุมในประเทศ ยันใช้เงิน กท.ชดเชยผู้ผลิตแลกราคาขายปลีกจะไม่กระทบเกษตรกรไร่อ้อย

นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยถึงกรณี 3 องค์กรชาวไร่อ้อยคัดค้านแนวทางการใช้เงินกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย (กท.) ชดเชยให้ผู้ผลิตกิโลกรัม (กก.) ละ 1 บาท เพื่อเพิ่มค่าถุงพลาสติคจาก 0.75 บาท เป็น 1.40 บาท แลกกับราคาน้ำตาลขายปลีก กก.ละ 23.50 บาท ว่าจะไม่กระทบต่อเกษตรกร แต่จะต้องหารือกับกระทรวงอุตสาหกรรม และที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อน รวมถึงการตรวจสอบปริมาณน้ำตาลทรายในระบบทั้งด้านผลิตและการกระจายน้ำตาลทราย จากปัญหาน้ำตาลทรายขาดแคลนและมีราคาแพงด้วย เพราะเห็นว่า เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย กระทรวงพาณิชย์ไม่อาจตัดสินใจเพียงลำพัง

"เราเองจะต้องหารือทั้งจากต้นทาง และขอให้ ครม.พิจารณาการใช้มาตรการต่างๆ เพื่อเป็นการดูแลไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน ยืนยันว่าจะไม่มีการปรับเพิ่มราคาน้ำตาลทรายขายปลีก กก.ละ 23.50 บาท ซึ่งหากตัวเลขไม่ตรงกัน จะเชิญกลุ่มผู้ผลิตมาหารืออีกครั้ง รวมถึงจะขอให้รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมดูแลปัญหาดังกล่าวด้วย โดยหารือกับกลุ่มอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล รวมถึงโรงงานผู้ผลิตด้วย" นางพรทิวากล่าว

นายฉัตรชัย ชูแก้ว โฆษกกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ทำหนังสือขอความร่วมมือกับกองบัญชาการ 3 เหล่าทัพ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ด่านตรวจคนเข้าเมือง กรมศุลกากร และกรมวิชาการเกษตร ให้เพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบการลักลอบนำเข้าและส่งออกสินค้าอุปโภค-บริโภคและสินค้าเกษตร หลังไทยประสบปัญหาสินค้าขาดแคลน ราคาแพง ทั้งๆ ที่สินค้ามีการผลิตเพียงพอ

"สาเหตุที่เกิดการขาดแคลน มีการตั้งข้อสังเกตว่า มีขบวนการกว้านซื้อและลักลอบส่งออกไปตามชายแดนเช่น น้ำตาลทราย น้ำมันพืช เป็นต้น เพราะขายได้ราคาดีกว่าในประเทศ และมีการควบคุมราคาเพื่อไม่กระทบต่อผู้บริโภค ขณะที่มีการลักลอบนำเข้าสินค้าราคาต่ำมาแย่งตลาดในประเทศ เช่น มะนาว ที่มีราคาลดลงมากก่อนหน้านี้ หลังเข้มงวดพบว่าราคาในประเทศดีขึ้น"

แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า กรมการค้าภายในกำลังออกตรวจสอบการกระจายน้ำตาลทรายจากโรงงานผลิต ผู้ค้าส่ง ถึงร้านค้าปลีกค้าส่ง (ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว) เพื่อตรวจสอบปริมาณน้ำตาลทรายที่ออกสู่ตลาดว่า เป็นข้อมูลตรงตามบัญชีที่แจ้งไว้กับกรมการค้าภายในหรือไม่ และกำชับให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมาย และมาตรการในการควบคุมน้ำตาลทราย ในแง่ขายเกินราคาและกักตุนจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับและกำหนดห้ามขนย้ายเข้ามาในพื้นที่ที่กำหนด เว้นแต่ได้รับอนุญาต



เครดิต :
เครดิต :เนื้อหาข่าว คุณภาพดี หนังสือพิมพ์มติชน


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์