ว่างงานเดือนพ.ค.พุ่ง6.6แสนคน

นางธนนุช ตรีทิพยบุตร เลขาธิการสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) เปิดเผยว่า สสช.ได้ออกสำรวจจำนวนผู้ว่างงานล่าสุดในเดือน พ.ค. พบว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 6.6 แสนคน

คิดเป็นอัตราการว่างงาน 1.7% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1.1 แสนคนหรืออัตราว่างงานเพิ่มขึ้น 0.2% แต่ลดลงจากเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา 1.6 แสนคน ซึ่งมีผู้ว่างงาน 8.2 แสนคนหรืออัตราว่างงานลดลง 0.4% ทั้งนี้ผู้ว่างงานเป็นผู้ที่เคยทำงานมาก่อน 4.2 แสนคน และอีก 2.4 แสนคน เป็นผู้ว่างงานที่ไม่เคยทำงานมาก่อน โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ว่างงานจากภาคการผลิตมากที่สุด 2.2 แสนคน รองลงมาภาคการบริการและการค้า 1.4 แสนคน และภาคเกษตรกรรม 60,000 คน
   
ผู้ว่างงานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีมากที่สุดถึง 2.6 แสนคน รองลงมาเป็นภาคกลาง 1.6 แสนคน ภาคเหนือ 1.2 แสนคน ภาคใต้ 70,000 คน และ กทม. 50,000 คน


หากเทียบอัตราการว่างงานกับปีก่อน พบว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นมากที่สุด 0.4% คือจาก 1.6% เป็น 2.0% รองลงมาเป็นภาคกลางและภาคใต้ ที่มีอัตราเพิ่มขึ้นเท่ากันคือ 0.2% ส่วน กทม. เพิ่มขึ้น 0.1% ขณะที่ภาคเหนือไม่เปลี่ยนแปลง

นางธนนุช กล่าวด้วยว่าจากจำนวนผู้ว่างงานพบว่า ผู้ที่มีการศึกษาสูงหรือจบการศึกษาในระดับอุดมศึกษา จะมีอัตราว่างงานที่สูงที่สุดคือ 4%

โดยมีผู้ว่างงาน 2.4 แสนคน รองลงมาเป็นผู้ที่จบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย  2.2% โดยมีผู้ว่างงาน 1.1 แสนคน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 1.8% หรือมีผู้ว่างงาน 1.1 แสนคน และประถมศึกษา 1.4% หรือมีผู้ว่างงาน 1.2 แสนคน เมื่อเทียบกับปีก่อนพบว่ามีผู้ว่างงานเพิ่มขึ้นทุกระดับ โดยเฉพาะระดับอุดมศึกษา ที่เพิ่มจาก 3.1% เป็น 4%
   
สำหรับผู้มีงานทำมีจำนวน 37.51 ล้านคน จากผู้ที่อยู่ในกำลังแรงงานรวม 38.41 ล้านคน ขณะที่มีผู้รอฤดูกาล 2.4 แสนคน โดยผู้มีงานทำเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 8.9 แสนคน หรือเพิ่มขึ้น 2.4%

ซึ่งส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นในทุกสาขา ซึ่งแรงงานในภาคเกษตรกรรม เพิ่มขึ้น 3.7 แสนคน จาก 13.35 ล้านคน เป็น 13.72 ล้านคน ขณะที่นอกภาคเกษตรกรรมเพิ่มขึ้น 5.2 แสนคน จาก 23.27 ล้านคน เป็น 23.79 ล้านคน เพิ่มขึ้นในสาขาก่อสร้างมากที่สุด 2.6 แสนคน รองลงมาสาขาการโรงแรมและภัตตาคาร 2.4 แสนคน สาขาการขายส่งและขายปลีกฯ 1.3 แสนคน สาขาการขนส่งฯ 90,000 คน สาขาอสังหาริมทรัพย์ธุรกิจให้เช่า 10,000 คน
   
ส่วนสาขาที่ลดลงเป็นสาขาการผลิตลดลง 1.3 แสนคน สาขาบริหารราชการแผ่นดิน 30,000 คน และที่เหลือกระจายอยู่ในสาขาอื่น ๆ


โดยอุตสาหกรรมการผลิตที่ลดลง คือการผลิตไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ลดลง 1.3 แสนคน การผลิตยานยนต์ 1.1 แสนคน การผลิตเฟอร์นิเจอร์ 81,000 คน การผลิตเครื่องแต่งกาย 60,000 คน การผลิตโลหะขั้นมูลฐาน 55,000 คน การผลิตอุปกรณ์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มีจำนวนลดลง 45,000 คน ส่วนที่เพิ่มขึ้นอยู่ในกลุ่มการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้น 1.6 แสนคน การผลิตสิ่งทอ 88,000 คน การผลิตผลิตภัณฑ์จากแร่อโลหะ 86,000 คน และการผลิตเคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เคมี 44,000 คน
   
อย่างไรก็ตาม สสช. จะเร่งสำรวจภาวะการทำงานของประชากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ข้อมูลชัดเจนที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้นำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ และวางแผนช่วยเหลือผู้ว่างงานต่อไป

ซึ่งขณะนี้มีหลายโครงการที่เข้ามารองรับภาวะว่างงาน ทั้งโครงการที่กระทรวงแรงงานได้จัดงานมหกรรมแรงงานขึ้นเกือบทุกเดือน หรือโครงการต้นกล้าอาชีพ ที่มีเป้าหมายที่จะช่วยคนตกงานให้ได้อย่างน้อย 240,000 คน ภายในปี 52 และในปีหน้าตั้งเป้าหมายไว้ 260,000 คน.

เครดิต :
เครดิต : เดลินิวส์ (อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์)


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์