อภิสิทธิ์โชว์มิวสิกวีดีโอพิเศษเชื่อในตัวฉัน


 “อภิสิทธิ์”โชว์มิวสิกวีดีโอพิเศษ“เชื่อในตัวฉัน”คั่นรายการ“เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์” ไม่ขัดญาติพลทหาร“อภินพ” หากอยากให้สถาบันนิติฯ ม.ธรรมศาสตร์ ชันสูตรศพ วอนประชาชนอย่าด่วนสรุปข้อมูลคนปลุกปั่น เตรียมแจงข้อเท็จจริงทุกเรื่องผ่านสื่อ ทอ.ปัดไม่เกี่ยว“พลทหาร"ป่วนม็อบเสื้อแดง กองทัพยังไม่วางใจสถานการณ์ส่งทหารดูแลสถานที่สำคัญต่อเนื่อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงพักครึ่งคั่นรายการ“เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์” วันที่ 26 เม.ย. 

ได้มีการนำเสนอมิวสิควีดีโอพิเศษที่ทางรายการจัดทำขึ้นในเพลง “ เชื่อในตัวฉัน ” ของวง Jetset’er โดยนำเสนอภาพการปฏิบัติภารกิจของนายอภิสิทธิ์ในอิริยาบถต่างๆในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีช่วงที่ผ่านมา พร้อมกับนำเสนอตัวหนังสือซึ่งเป็นคำพูดของนายอภิสิทธิ์ที่โดดเด่นบางประโยคที่เคยกล่าวไว้ในนโยบาย สถานที่ต่างๆ อาทิ


“ผมจะเป็นนายกรัฐมนตรีของคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งไม่ว่าจะเลือกหรือไม่เลือกผมก็ตาม” อย่างไรก็ตาม มิวสิควีดีโอดังกล่าวเพิ่งนำมาออกอากาศในวันนี้เป็นครั้งแรก ซึ่งทางผู้จัดรายการนำมาใช้เป็นช่วงคั่นจังหวะในช่วงเปลี่ยนฉากรายการจากฉากนายอภิสิทธิ์นั่งพูดคนเดียวมาเป็นฉากที่มีพิธีกรพิเศษเข้ามานั่งสัมภาษณ์ด้วย


มองการเมืองคงดีขึ้นหลังฝ่ายค้านให้ความร่วมมือ


ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 26 เม.ย. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงปรับเปลี่ยนท่าทีการเคลื่อนไหวโดยจะไม่ปราศรัยโจมตีองคมนตรีแล้ว หลังจากนายกรัฐมนตรีขอความร่วมมือในที่ประชุมรัฐสภาโดยไม่ให้พาดพิงสถาบัน และไม่ให้สร้างความรุนแรง ว่า นับเป็นความพยายามที่จะช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบ และตนดูในช่วงที่ผ่านมาก็เห็นว่าน่าจะดีขึ้นโดยฝ่ายค้านให้ความสำคัญกับการมีคณะทำงานที่มาดูเรื่องรัฐธรรมนูญและการปฏิรูปการเมือง ซึ่งขอให้เป็นเช่นนี้ตลอดไป


ส่วนรายละเอียดที่ว่าจะแก้อะไรหรือไม่ นั้นเป็นกระบวนการที่ต้องรับฟังความคิดเห็นของสังคมอยู่แล้ว โดยถ้าประเด็นใดที่มีความเห็นที่หลากหลายมาก ก็ต้องไปรับฟังความคิดเห็นให้รอบด้าน และต้องมีวิธีที่มันยุติรวมถึงเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย


ไม่ขัดถาบันนิติฯมธ.ชันสูตรศพพลทหาร“อภินพ”


เมื่อถามว่าการเสียชีวิตปริศนาของพลทหารอภินพ เครือสุข อายุ 22 ปี ภายในบ้านพัก พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 มีนักการเมืองในฝ่ายค้านเข้าไปเกี่ยวข้องซึ่งทำให้ดูเหมือนว่าเรื่องจะบานปลาย   นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คงจะมีข้อยุติ เพราะจะให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาที่สุด และรัฐบาลไม่ได้ขัดข้องใดๆถ้าจะมีการสอบสวน ทั้งนี้ตนก็รู้สึกเสียใจของต่อการเสียชีวิตดังกล่าว เพราะเข้าใจว่าเป็นคนที่ดูแลตนในช่วงที่พักอยู่ในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ แต่การเสียชีวิตเกิดขึ้นหลังจากที่ตนไม่ได้พักที่นั่นแล้ว และตนมองไม่เห็นเหตุผลว่าทำไมต้องมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น แต่เพื่อให้เกิดความโปร่งใสก็ต้องให้มีการสอบสวนต่อไป โดยต้องเอาข้อเท็จจริงออกมาให้หมด และถ้ามีอะไรผิดปกติ ก็ต้องเดินหน้าตรวจสอบกันไป ส่วนการมีการส่งให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จ.ปทุมธานี ชันสูตรศพของพลทหารอภินพอย่างละเอียดอีกครั้งนั้น ถ้าเพื่อความสบายใจ ตนก็ยินดีให้ทำ ไม่มีปัญหาอะไร


ต่อข้อถามว่าแต่ยังมีการใช้ประเด็นนี้ไปพูดเพิ่มเติม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนจึงขอว่าเมื่อประชาชนได้ข้อมูล อย่ารีบสรุปว่าอะไรเป็นอะไร และรัฐบาลไม่มีการเพิกเฉยหรือละเลยข้อมูลที่มีการนำเสนอในทุกจุด แต่ให้ความสำคัญและจะนำมาตรวจสอบ ชี้แจง ถ้ามีการอ้างอะไรเป็นหลักฐาน จะนำมาใช้ในการตรวจสอบทั้งหมด อีกทั้ง การเสียชีวิตทุกกรณีต้องมีการสอบเพื่อให้เกิดความพอใจว่าสาเหตุที่แท้จริงเป็นอย่างไร เมื่อถามว่าจะมีการประชาสัมพันธ์เชิงรุกมากขึ้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จะมีการชี้แจงให้ละเอียดครบทั้งหมดผ่านการใช้สื่อต่างๆในการเสนอข้อเท็จจริง เพื่อให้ปราศจากข้อสงสัย


ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อมูลจากประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(ยูเออี)ที่แจ้งให้กับรัฐบาลไทยในกรณีของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี   นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ประสานงาน แต่จะยังมีการตรวจสอบกันอีกครั้ง  

เมื่อถามว่ามีรายงานข่าวจากคนใกล้ชิดของพ.ต.ท.ทักษิณอ้างว่าพ.ต.ท.ทักษิณยังสามารถเดินทางเข้าประเทศยูเออีได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กำลังตรวจสอบอยู่ว่าจริงๆแล้วว่าเขายังอยู่ในที่ที่อ้างว่าอยู่หรือไม่


ทอ.ปัดไม่เกี่ยว“พลทหาร"ป่วนม็อบเสื้อแดง


น.อ.มณฑล สัชฌุกร รองโฆษกกองทัพอากาศ กล่าวถึงกรณีที่มีพลทหารที่สวมเครื่องแบบกองทัพอากาศ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมหลังเข้าไปสร้างความวุ่นวายด้วยการพกปืนลูกซองเข้าไปในการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ที่สนามหลวงวานนี้ (25 เม.ย.) ว่า จากการตรวจสอบกองกองทัพอากาศพบว่า พลทหารคนดังกล่าวชื่อ พลทหารอนุชล เกลี้ยงมลทิน ทหารกองประจำการ สังกัดกองบิน 5 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งได้เข้ารับการคัดเลือกเข้ากองประจำการ (ทหารเกณฑ์) ผลัดที่ 1 ปี 2550 และได้หนีทหารไปตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2550 ซึ่งทางกองบิน 5 ได้แจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้แล้ว ขณะที่ศาลมณฑลทหารบก จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นหน่วยที่รับผิดชอบเรื่องทหารกองประจำการได้ออกหมายจับพลทหารอนุชลตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2551 แล้ว


“กองทัพอากาศยืนยันว่า กองทัพไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางการเมืองหีอการกระทำของพลทหารคนดังกล่าว ความผิดที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำส่วนบุคคล ขอให้ทางตำรวจดำเนินการได้ตามกฎหมาย ส่วนการดำเนินคดีตามความผิดทางทหาร กองทัพจะดำเนินการต่อไปในข้อหาหนีทหาร ทั้งนี้ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้กำชับต่อที่ประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพอากาศ(นขต.ทอ.)มาตลอด เรื่องการเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มต่าง ๆ ของข้าราชการ โดยถือว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคล กองทัพไม่ห้าม แต่ต้องไม่กระทำผิดกฎหมาย หากกระทำความผิดก็จะต้องถูกดำเนินคดีทุกราย กองทัพอากาศจะไม่มีการปกป้องแต่อย่างใด โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมแม้ว่ากำลังพลสามารถทำได้ แต่จะต้องไม่เป็นการละเมิดสิทธิ์” รองโฆษกกองทัพอากาศ กล่าว


น.อ.มณฑล กล่าวว่า เมื่อมีข่าวลักษณะแบบนี้กองทัพอากาศจำเป็นจะต้องเร่งตรวจสอบให้เกิดความกระจ่าง เพราะระมัดระวังตัวเดี๋ยวจะถูกนำไปพาดพิงว่ากองทัพมีส่วนรู้เห็น ทั้งนี้ ผบ.ทอ.สั่งเป็นระเบียบของกองทัพอากาศว่าทุกอย่างจะต้องดำเนินการตามกฎหมายหากใครกระทำความผิด และมีผลกระทบเสื่อมเสียกับกองทัพอากาศ ส่วนการดูแลความสงบเรียบร้อยในฐานะผู้ช่วยเจ้าพนักงานตำรวจ หลังจากที่รัฐบาลประกาศยกเลิก พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พรก.ฉุกเฉิน) ปี 2548 แล้วนั้น เจ้าหน้าที่ทหารจะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้ช่วยเจ้าพนักงาน และจะออกปฏิบัติงานเมื่อได้รับการร้องขอ ขณะนี้ได้จัดกำลังสารวัตรทหารอากาศตั้งจุดตรวจร่วมกับตำรวจในพื้นที่ดอนเมือง ถนนวิภาวดีรังสิต และถนนพหลโยธิน หากทางตำรวจต้องการกำลังสนับสนุนเพิ่มเติม กองทัพอากาศก็พร้อมให้การสนับสนุนต่อไป


กองทัพยังไม่วางใจส่งทหารดูแลสถานที่สำคัญต่อเนื่อง


พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ถึงแม้นายกรัฐมนตรีจะประกาศยกเลิก พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานกาณ์ฉุกเฉิน ไปแล้ว แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ขอสนับสนุนกำลังทหารจาก 3 เหล่าทัพ ให้ช่วยดูแลความสงบเรียบร้อย บริเวณทำเนียบฯ และสถานที่สำคัญ โดยเฉพาะสถานที่ที่เป็นสาธารณูปโภค แต่ไม่ขอเปิดเผยว่าใช้จำนวนเท่าใด แต่ลดลงจากเดิม นอกจากนี้ กองทัพยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์บ้านเมืองอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้จะยกเลิกกองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ กอฉ. แล้วก็ตาม

        
อย่างไรก็ตาม โฆษกกองทัพบก ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น และประเมินการชุมของคนเสื้อแดงที่ท้องสนามหลวง เมื่อคืนผ่านมา ว่าจะนำไปสู่ความวุ่นวายให้บ้านเมืองอีกครั้งหรือไม่ เพราะไม่อยากเป็นชนวนให้เกิดความขัดแย้ง

        
ขณะเดียวกัน กองทัพพร้อมให้มีการผ่าพิสูจน์ศพ พลทหารอภินพ เครือสุข ที่เสียชีวิตภายในบ้านพักของแม่ทัพภาคที่ 1 หลังญาติส่งศพให้ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ตรวจพิสูจน์อีกครั้งในวันนี้


ปชป.วอนเพื่อไทยหยุดสร้างเรื่องผู้เสียชีวิตโยนบาปให้รัฐบาล


นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อวันที่ 25 เม.ย. ที่ผ่านมา ว่า ต้องขอขอบคุณกลุ่มผู้ชุมนุม ที่ชมุนุมกันโดยสงบและปราศจากความรุนแรง ถือว่าเป็นสิทธิตามชอบธรรมภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อหาในการชุมนุม 2 ข้อ ที่ถือว่าเป็นจุดร่วมที่สำคัญ ที่ตรงตามข้อเรียกร้องของนายกรัฐมนตรี คือ 1.ไม่ใช้ความรุนแรง ซึ่งเห็นได้จากการประกาศของแกนนำบนเวที ที่จะยุติการไล่ล่าตัวนายกฯ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีในการที่จะแสวงหาจุดร่วม และนำไปสู่ความสงบสุขในประเทศชาติ นอกจากนี้หากไปไกลถึงขั้นการประกาศจุดยืนสำคัญ โดยไม่ขัดขวางการลงพื้นที่ของรัฐบาลรวมถึงรัฐมนตรีทุกคน ก็ถือว่าเป็นการส่งสัญญาณที่ดีร่วมกันของฝ่ายผู้ชุมนุมและรัฐบาล และ2. กลุ่มผู้ชุมนุมแสดงออกถึงการเคารพ ปกป้อง และเทิดทูนสถาบันไว้อยู่เหนือความขัดแย้งทุกประการ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญที่มีสัญญาณไปแสวงหาจุดต่าง แต่การแตกต่างทางอุดมการณ์ก็ต้องอยู่ภายใต้ฐานข้อมูลที่เป็นจริง


นายสาธิต กล่าวว่า แต่จากการติดตามก็ยังพบถึงการกระทำที่ไม่เหมาะสมบางประการ จึงขอเรียกร้องไปยังกลุ่มนปช.และพรรคเพื่อไทย คือ การพยายามที่จะโยนความผิดไปที่รัฐบาล และตอกย้ำว่ามีผู้เสียชีวิตและสูญหายจากเหตุการณ์สลายการชุมนุม ซึ่งขณะนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหลายฝ่าย แต่ยังไม่มีข้อมูลหลักฐานหรือเหตุผลที่เพียงพอว่ามีผู้เสียชีวิตและสูญหายจริง รวมทั้งยังไม่มีการติดต่อหรือเรียกร้องจากญาติผู้เสียชีวิตหรือสูญหาย ทั้งในวันที่ 13-14 เม.ย. ที่ผ่านมา และขอเรียกร้องไปยังส.ส.พรรคเพื่อไทยให้หันหลับมาตรวจสอบในระบบ ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลในการทุจริตคอรัปชั่น และตรวจสอบการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน หากหันมากระตือรือร้นในเรื่องดังกล่าว ก็จะก่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชนเป็นอย่างมาก


ปชช.เห็นด้วยยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน - แก้รัฐธรรมนูญ


สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้ง (อายุ 18 ปีขึ้นไป) ทั่วประเทศ จำนวน 3,079 คน ระหว่างวันที่ 24 - 26 เมษายน 2552 ในหัวข้อ ประชาชนคิดอย่างไร? กับการเมืองไทย ณ วันนี้ สรุปได้ดังนี้ คือ การเลือยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ร้อยละ 75.15 เห็นด้วย และร้อยละ 24.85 ไม่เห็นด้วย กรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญ ร้อยละ 68.72 เห็นด้วย และร้อยละ 31.28 ไม่เห็นด้วย กรณีมีการนิรโทษกรรม ร้อยละ 64.89 เห็นด้วย และร้อยละ 35.11 ไม่เห็นด้วย

       
ส่วนกรณีบทเรียนวิกฤตทางการเมืองที่ผ่านมาประชาชนคิดว่าควรนำไปใช้อย่างไร? ให้เกิดประโยชน์ อันดับที่ 1 ร้อยละ 36.90 เห็นว่า นักการเมืองควรศึกษาบทบาทถึงผลดี ผลเสียที่เกิดกับประเทศชาติและประชาชนเพื่อเป็นตัวอย่างในการทำหน้าที่ให้ดีที่สุด อันดับที่ 2 ร้อยละ 30.01 เห็นว่า รัฐบาลควรใช้บทเรียนในการป้องกันและแก้ไขสถานการณ์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี อันดับที่ 3 ร้อยละ 20.85 เห็นว่า ฝ่ายค้านควรตระหนักในผลกระทบต่าง ๆ เพื่อกำหนดบทบาทหน้าที่ตนเองให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน อันดับที่ 4 ร้อยละ 12.24 เห็นว่า ประชาชนควรจะใช้เป็นบทเรียนในการเลือกตั้ง เพราะรู้จักนักการเมืองดีขึ้นและได้เรียนรู้ระบอบประชาธิปไตยมากขึ้น


เครดิต :
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดยหนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์