กนง.ลดดอกเบี้ยได้ใจ 1% นายแบงก์บอกดอกกู้ ไม่ลด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากการประชุมกว่า 4 ชั่วโมง นางดวงมณี วงศ์ประทีป ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้แถลงผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ว่า

จาก สถานการณ์ที่เศรษฐกิจไทยในช่วงต่อไป มีแนวโน้มขยายตัวต่ำลงอย่างมาก จากปัจจัยลบทั้งในและต่าง ประเทศที่แพร่กระจายรวดเร็วและรุนแรง ทำให้ กนง. ตัดสินใจมีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง
1% จาก 3.75% เหลือ 2.75% มีผลทันที ในวันที่ 3 ธ.ค.โดย การปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในครั้งนี้ เป็นการปรับ ลดลงแรงที่สุดตั้งแต่เดือน ก.ย. ปี 2543 หรือในรอบ เกือบ 8 ปี นับจากการประชุมครั้งแรกของ กนง.

 ทั้งนี้ จากการประเมิน กนง.พบว่า

วิกฤติการ เงินโลก ส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศอุตสาหกรรมและการส่งออกในภูมิภาคอย่างชัดเจน มากกว่าที่กนง.ประเมินไว้ในการประชุมครั้งก่อน ขณะเดียวกันข้อมูลเศรษฐกิจภายในประเทศในไตรมาสที่
3 และล่าสุดในเดือน ต.ค.แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยชะลอตัวลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง ส่งผลให้ ความเสี่ยงต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไปเพิ่มมากขึ้น

นอกจากนั้นผลกระทบจากปัญหาการเมืองภายในที่รุนแรงมากช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
 
กระทบต่อความเชื่อมั่นและภาคการท่องเที่ยวกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก ประกอบกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อปรับลดลงมาก และคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ในระดับต่อเนื่องตลอดปี
2552
 กนง.จะอัดแรงกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบาย การเงินแบบเต็มสูบ ขณะที่การกระตุ้นผ่านงบขาดดุล 100,000 ล้านบาท จะล่าช้าออกไปจากปัญหาการเมือง ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะทำให้อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้และปีหน้าลดลงจากประมาณการเดิมประมาณ 1% โดยในปีนี้จะขยายตัวที่ 3.3-4% และปีหน้าประมาณ 2.8-4% อย่างไร ก็ตาม จะปรับประมาณการอย่างเป็นทางการเดือน ม.ค.ปีหน้า” 

 
นางดวงมณีกล่าวต่อว่า
 
ในขณะที่เศรษฐกิจอยู่ในช่วงที่ชะลอตัวลงอย่างมาก การลดดอกเบี้ยของ กนง.ในครั้งนี้มีเป้าหมายที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจทันทีในระยะสั้นและคาดหมายว่าธนาคารพาณิชย์ จะปรับตัวตามสัญญาณที่กนง.ส่งไปอย่างรวดเร็ว
ยอมรับว่าจากการประเมินอัตราเงินเฟ้อ 8 ไตรมาสข้างหน้าเราพบว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มที่จะเข้าใกล้ 0% แต่ยังไม่พบเหตุผลที่ปีหน้าจะมีภาวะ เงินฝืด ส่วนกรอบเงินเฟ้อเป้าหมายในปี 2552 อยู่ที่ 0.5-3% ซึ่งแคบกว่ากรอบเดิม 0-3.5% ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ถือเป็นหลักประกันโดย  กนง.ว่า จะไม่ปล่อย ให้เงินเฟ้ออยู่ที่ 0% หรือติดลบ ซึ่งจะก่อให้เกิดภาวะ เงินฝืดแน่นอน 

 
ด้านนายเดชา ตุลานันท์ กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า
 
การปรับลดดอกเบี้ยของ  กนง.
1% ไม่มีผลให้ธนาคารพาณิชย์ลดดอกเบี้ยตามทันที เนื่องจากปัจจุบันสภาพคล่องในตลาดไม่เพียงพอ แต่หาก ธปท.ลดดอกเบี้ยพร้อมกับฉีดสภาพคล่องเข้ามาให้เกิดความต้องการ ก็จะมีผลให้ดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ลดลง 

 
ส่วนนายธิติ ตันติกุลานันท์ ผู้บริหารสาย ธุรกิจตลาดทุนธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า

ตลาดคาดว่า กนง.จะลดดอกเบี้ยลง
0.50% แต่เมื่อลดลง 1% ทำให้ดอกเบี้ยพันธบัตรระยะสั้นและดอกเบี้ยสวอปลดลงทันที 0.25% ขณะที่นาย ศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการอำนวยการสายธนกิจลูกค้ารายย่อยธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า คาดว่าทิสโก้จะปรับลดดอกเบี้ยลงทั้งเงินกู้ และเงินฝากในสัดส่วน 0.25-0.75% ส่วนดอกเบี้ยเช่าซื้อก็จะปรับลดลงเช่นเดียวกัน 0.25% 
 

ส่วนนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รักษาการ รมว. คลัง กล่าวว่า


ยินดีและเห็นด้วยกับการลดดอกเบี้ย ถือเป็นความกล้าหาญและความกรุณาของ กนง. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพราะจะช่วยให้ สภาพคล่องที่เคยไหลเข้าไปในตลาดอาร์พีของสถาบัน การเงินไหลกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ เพราะหลังจาก กนง.ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายแล้ว ทำให้อัตราดอกเบี้ย เงินฝากเฉลี่ยเท่ากันกับอัตราดอกเบี้ยอาร์พีที่
2.75% 

 
สำหรับสภาพคล่องจะไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ เมื่อใดนั้น ขึ้นอยู่กับว่าธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่ง จะเห็นภาพอย่างไร คิดว่าภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ ธนาคารพาณิชย์จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง แต่ก็ขึ้นอยู่กับการบริหารธุรกิจของแต่ละแห่งด้วย สำหรับสถาบันการเงินขนาดใหญ่ในต่างประเทศนั้น กินส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยเงินกู้กับเงินฝากแค่ครึ่งเปอร์เซ็นต์ แต่ธนาคารพาณิชย์ของไทยกลับกินส่วนต่างถึง 2%

เครดิต :
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดยหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์