พระอลงกตนัดผู้ว่าฯแจงเงินบริจาคผู้ป่วยเอดส์25เม.ย.นี้

ผู้ป่วยเอดส์วอนทุกฝ่ายให้ความเป็นธรรมวัดพระบาทน้ำพุ ชี้ข่าวที่เกิดมีผลต่อผู้ป่วยทุกคน ยันได้รับการดูแลดี ผู้ว่าฯลพบุรี เผย พระอลงกต จะนำเอกสารเงินบริจาคมาแสดงวันที่ 25 เม.ย.นี้ เอ็นจีโอเอดส์จี้แจงบัญชีใช้จ่าย ติงวัดไม่มีระบบรักษาที่ดี นำผู้ป่วยอยู่รวมกัน แถมไม่มีแพทย์ประจำ
 

ความคืบหน้าภายหลังสื่อต่างประเทศลงบทความของ นายแอนดรูว์ มาร์เชลล์ ที่วิพากษ์วิจารณ์และโจมตีวัดพระบาทน้ำพุ ต.เขาสามยอด อ.เมือง จ.ลพบุรี อย่างรุนแรง

โดยอ้างถึงประสบการณ์ร่วมเดินทางทัวร์วัดพระบาทน้ำพุ ที่มุ่งเน้นรับเงินบริจาคจากนักท่องเที่ยวด้วยการใช้ชะตากรรมของผู้ป่วยเอดส์ที่ใกล้สิ้นลมมาเป็นตัวกระตุ้นความสงสารและเห็นใจ เพื่อให้ได้รับเงินบริจาคจำนวนมาก และโจมตีว่าการบริหารจัดการอยู่ในสภาพล้มเหลว การช่วยเหลือรักษาผู้ป่วยโรคเอดส์ไม่ดีเท่าที่ควร
 

ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายในวัดพระบาทน้ำพุหลังมีบทความของสื่อนอกออกมาโจมตีว่าเป็นไปอย่างเงียบเหงา

โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เคยเดินทางมาที่วัด วันนี้ลดลงอย่างชัดเจน จากเดิมแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวเฉลี่ยประมาณ 200 คน แต่วันนี้เหลือเพียง 30 คน ขณะเดียวกัน พระอุดมประชาทร หรือพระอาจารย์อลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ที่ติดกิจนิมนต์อยู่ที่ จ.เพชรบุรี ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่วัดนำเอกสารและข้อมูลการบริจาคต่างๆ ทั้งเงินและสิ่งของมาเปิดเผยให้ประชาชนรับทราบ


เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว นายต้อย (นามสมมติ) อายุ 30 ปี ผู้ป่วยเอดส์ที่อยู่วัดพระบาทน้ำพุมานานกว่า 2 ปี กล่าวว่า

ช่วงแรกที่มาอยู่วัดพระบาทน้ำพุไม่มีเงินติดตัวเลย ขณะที่ญาติพี่น้องก็ไม่สนใจ แต่หลังจากมาอยู่ที่วัดก็ได้รับกำลังใจ กินยารักษาอย่างต่อเนื่องจากกระทรวงสาธารณสุข ทำให้มีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้น สามารถช่วยงานในวัดได้มากขึ้น ส่วนข่าวที่พาดพิงถึงวัดในขณะนี้ ต้องขอความเป็นธรรมจากสังคมให้เจ้าอาวาสและทางวัดด้วย
 

"ผมเห็นว่าวัดทำงานอย่างหนัก เพื่อหาเงินมาบริหารวัดให้ผู้ป่วยเอดส์อยู่ หากยังเป็นข่าวในทางที่เสียหายต่อวัดพระบาทน้ำพุอีก ผู้ที่จะได้รับผลกระทบไปเต็มๆ ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากผู้ที่ติดเชื้อเอดส์ เพราะไปอยู่ที่ไหนไม่ได้ เนื่องจากสังคมยังเปิดกว้างน้อยมาก ที่วัดเหมือนบ้านหลังใหม่ที่ให้ความอบอุ่นแก่ผู้ป่วยเอดส์ ทุกคนไม่ว่าจะจนหรือรวยก็อยู่ในที่เดียวกันแบบเพื่อนช่วยเพื่อน" นายต้อยกล่าว
 

นายธนะชัย ไม้ประดิษฐ์ ไวยาวัจกรวัดพระบาทน้ำพุ กล่าวว่า แต่ละเดือนวัดจะมีเงินบริจาคเข้ามาที่วัดเฉลี่ย 3-5 ล้านบาท

ข้าวสารประมาณ 100-200 กระสอบ สิ่งของอื่นๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งเงินสดที่ได้มาจะนำมาเป็นค่าใช้จ่ายภายในวัด ส่วนข้าวสารทางวัดได้ตั้งโรงครัวทำอาหารให้แก่ผู้ป่วย ทั้งนี้หากวัดดูแลผู้ป่วยเอดส์ไม่ดี อาสาสมัครจากต่างชาติที่จะเข้ามาดูแลผู้ป่วยคงไม่มี แต่วันนี้ยังมีอาสาสมัครมาช่วยเหลือผู้ป่วยอีกหลายคน
 

วันเดียวกัน พระเมธีรัตโนดม เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี กล่าวถึงเรื่อดังกล่าวว่า

จนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้ร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องที่ตกเป็นข่าวแต่อย่างใด หากมีเรื่องร้องเรียนก็จะต้องตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง แต่คงต้องหารือกับพระมหาเถระชั้นผู้ใหญ่ว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องโด่งดังระดับชาติ หากจะเข้าไปดูแลก็ต้องมีข้อร้องเรียนที่เป็นลายลักษณ์อักษรมาถึง อีกทั้งจะต้องหาหลักฐานมาประกอบข้อร้องเรียนด้วย


ด้านนายจารุพงษ์ พลเดช ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี กล่าวเรื่องเดียวกันว่า

เบื้องต้นได้พูดคุยกับพระอาจารย์อลงกต เกี่ยวกับเรื่องที่สื่อต่างประเทศเขียนโจมตีแล้ว และวันที่ 25 เมษายน พระอาจารย์อลงกต พร้อมกับประธานมูลนิธิธรรมรักษ์ จะมาพบที่ศาลากลางจังหวัด เพื่อนำเอกสารต่างๆ จากการรับบริจาคเงินและสิ่งของมาแสดงให้ดู นอกจากนี้จะหารือถึงแนวทางป้องกัน เบื้องต้นจะให้เจ้าหน้าที่ไปช่วยดูแลภายในวัดมากขึ้น เพื่อไม่ให้มีปัญหาตามมา เพราะวัดพระบาทน้ำพุเป็นเหมือนบ้านแห่งที่สองของผู้ป่วยเอดส์ จังหวัดจะให้กำลังใจพระอาจารย์อลงกต เพราะที่ผ่านมาเสียสละตนเองมานานกว่า 16 ปี แต่กลับมาถูกโจมตีในเรื่องนี้



ด้านความคิดเห็นของกลุ่มเอ็นจีโอต่างๆ ภายหลังมีบทความของสื่อนอกออกมาวิจารณ์วัดพระบาทน้ำพุ

วันเดียวกัน พญ.ประคอง วิทยาศัย กรรมการมูลนิธิเกื้อดรุณ ผู้ดูแลเด็กติดเชื้อเอชไอวี กล่าวว่า ไม่อยากพูดถึงเรื่องเงินบริจาคของวัดพระบาทน้ำพุ เนื่องจากเป็นเงินที่ได้มาจากประชาชนที่มีจิตศรัทธา ส่วนเงินนั้นจะนำไปใช้อย่างไรขึ้นอยู่กับผู้บริหารวัด แต่สิ่งที่รู้สึกติดใจมีอยู่เรื่องเดียวคือ ครั้งหนึ่งเคยเข้าไปเป็นวิทยากรให้ความรู้แก่ผู้ติดเชื้อ เห็นว่าที่วัดพระบาทน้ำพุนำผู้ป่วยเอดส์มาไว้รวมกัน แต่ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีอย่างที่ผู้ติดเชื้อเอดส์ควรจะได้รับ และที่สำคัญคือไม่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญประจำอยู่ที่วัดแต่อย่างใด


นายสำราญ ทะกัน ประธานศูนย์บ้านสีม่วง กล่าวว่า ไม่เคยรับรู้เรื่องบริหารเงินบริจาคของวัดพระบาทน้ำพุ

แต่ทราบจากคำบอกเล่าจากปากผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่เข้าไปรักษาตัว โดยทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวว่าไม่ได้รับการดูแลเหมือนที่เคยเห็นผ่านทางสื่อต่างๆ ครั้งแรกที่ได้ฟังยังไม่เชื่อ กระทั่งมีเพื่อนคนหนึ่งติดเชื้อเอชไอวีเข้าไปอยู่ และบอกว่าไม่ได้รับการรักษา มีแต่พระเทศน์ให้ฟังเท่านั้น ไม่มีการให้ยา ไม่มีการดูแลจากแพทย์ สุดท้ายจึงต้องออกมาจากวัด ขณะที่ นายนที ธีระโรจนพงษ์ ประธานกลุ่มเกย์การเมืองไทย ซึ่งเป็นอีกเครือข่ายที่รณรงค์ต่อต้านการติดเชื้อเอดส์ในกลุ่มชายรักชาย กล่าวว่า ขณะนี้ประเด็นเรื่องวัดพระบาทน้ำพุเป็นเรื่องที่คนในสังคมพูดถึงกันมาก หากวัดต้องการยุติเรื่องนี้ก็ต้องกล้าจะเปิดเผยเรื่องที่สังคมกำลังกังขา ส่วนตัวเห็นว่าวัดน่าจะจัดเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เข้าไปตรวจสุขลักษณะของผู้ป่วยให้ถูกต้องตามหลักการ ไม่ใช่ปล่อยให้ผู้ป่วยนอนอยู่ในวัดอย่างอนาถาตามที่มีคนกล่าวหา


ด้าน นายวิรัช ภู่ระหงษ์ ประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ประเทศไทย กล่าวว่า
 
ปัจจุบันผู้ป่วยเอดส์ไม่จำเป็นต้องเข้าไปพึ่งพิงขอความช่วยเหลือจากวัดหรือคนอื่นๆ มากมาย เนื่องจากสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้อย่างดี ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยในระบบประกันสุขภาพระบบใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นผู้ป่วยบัตรทองสามารถเข้ารับบริการในโรงพยาบาลของรัฐได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายอีกแล้ว


นายนทีกล่าวว่า เป็นโอกาสดีที่วัดจะได้พิสูจน์ให้โลกรู้ถึงข้อเท็จจริง

โดยอาจเชิญองค์กรที่เป็นกลางเข้าไปตรวจสอบในเรื่องค่าใช้จ่ายว่าเงินที่ได้รับบริจาคมาเดือนละ 4-5 ล้านบาท เอาไปใช้อะไรบ้าง ในเมื่อไม่ต้องเสียเงินซื้อยา ซึ่งได้รับจากกระทรวงสาธารณสุขแล้ว    


"ผมอยู่ในแวดวงการรณรงค์ต่อต้านโรคเอดส์มานานกว่า 18 ปี ทำให้มองเห็นอีกประเด็นสำคัญที่น่าเป็นห่วง คือการสาธารณสุข โดยกังวลว่าวัดซึ่งไม่ใช่สถานพยาบาลโดยตรงจะมีการสาธารณสุขที่ดีพอ เทียบเท่าสถานพยาบาลหรือไม่ เจ้าหน้าที่ที่ดูแลและอุปกรณ์เครื่องมือจะมีคุณภาพและมาตรฐานด้วยหรือไม่ สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือโรคเฉพาะทางอย่างวัณโรค หากไม่มีการสาธารณสุขที่ดี อาจกลายเป็นการแพร่เชื้อได้มากขึ้นจนกลายเป็นตัวเร่งให้ผู้ป่วยเสียชีวิต จึงอยากให้วัดช่วยพิจารณาในเรื่องนี้ด้วย" นายนทีกล่าว


นพ.ธวัช สุนทราจารย์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า

บทความที่เผยแพร่เป็นความเข้าใจผิด ควรให้กำลังใจพระครูอุดมประชาทรที่ช่วยดูแลกลุ่มคนซึ่งทุกข์ยากมากกว่าไปโจมตี แต่เมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา ยอมรับว่ามีผู้ติดเชื้อเอดส์ที่วัดพระบาทน้ำพุไม่ได้รับยาต้านไวรัสเอดส์ เพราะยาต้านไวรัสเพิ่งถูกคิดค้นและมีโครงการของรัฐเมื่อ 4-5 ปีที่ผ่านมา ทำให้ผู้ป่วยบางส่วน โดยเฉพาะที่ไม่มีบัตรทอง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวม้งและติดเชื้อจากการใช้เข็มฉีดยา ไม่สามารถเข้าถึงยาได้ ช่วงนั้นพระอาจารย์อลงกตได้ดูแลผู้ป่วยอย่างดีมาโดยตลอด และเมื่อมีโครงการเข้าถึงยาต้านไวรัสเอดส์ของรัฐบาล เหตุการณ์เหล่านั้นก็ไม่เกิดขึ้นอีก เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุขดูแลผู้ป่วยให้เข้าถึงยาอย่างมีคุณภาพทุกคน


“ส่วนประเด็นการละเมิดสิทธิผู้ป่วยในการนำร่างผู้เสียชีวิตมาทำเป็นพิพิธภัณฑ์นั้น คงต้องแล้วแต่มุมมองว่าจะคิดอย่างไร จะคิดว่าละเมิดก็ได้ หรือจะคิดว่าทำเพื่อให้การศึกษา เตือนใจประชาชนคนอื่นก็ได้เช่นกัน เพราะไม่มีกฎหมายห้ามไว้ ศพที่วัดพระบาทน้ำพุส่วนใหญ่มักไม่มีญาติพี่น้องมารับกลับหรือดูแล ทำให้วัดมีแนวคิดว่าอยากช่วยรณรงค์ โดยการทำเป็นพิพิธภัณฑ์มนุษย์แทน” นพ.ธวัชกล่าว


เครดิต :
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดยหนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์