บริโภคนิยมทำคนอีสานนิยมเป็นเมียฝรั่ง

ผลวิจัยชี้ "บริโภคนิยม" ทำหญิงอีสานดิ้นอยากแต่งฝรั่ง นักวิชาการระบุ แนวโน้มเพิ่มมากขึ้น เพราะเห็นช่องทางชีวิตดีกว่า นศ.ระดับปริญญายังเอ่ยปาก "ถ้าย้อนเวลาได้อยากมีแฟนฝรั่ง" ผอ.สพท.ขอนแก่น เขต 5 เผยมีเมียฝรั่งกระจายอยู่ทุกอำเภอ บางหมู่บ้านสืบทอดรุ่นต่อรุ่นจนเป็นเรื่องปกติ

จากกรณีที่นายธีระวุฒิ เจริญราษฎร์ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหนองคาย เขต 1 ระบุว่า

รู้สึกตัวชาเมื่อคราวได้ยินเด็กระดับอนุบาลบอกว่า "โตขึ้นหนูจะเป็นเมียฝรั่ง" เพราะเชื่อว่าทำให้รวย มีบ้านหลังใหญ่ ซึ่งเป็นการยึดติดวัตถุมากกว่าจิตใจ โดยปลัดกระทรวงวัฒนธรรมบอกว่า เพราะเด็กเห็นคนเป็นเมียฝรั่งมีความเป็นอยู่สบาย จึงซึมซับแนวคิดนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันดูแลแก้ไขนั้น


จากรายงานผลการศึกษาวิจัยของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เกี่ยวกับหญิงไทยในภาคอีสานที่สมรสกับชาวต่างชาติ ระบุว่า ประมาณปี 2546 ที่ผ่านมา มีคู่สมรสหญิงไทยกับชาวต่างชาติจำนวน 19,594 คู่ จาก 19 จังหวัดภาคอีสาน โดยได้สำรวจภาคสนามจำนวน 219 ตัวอย่าง ในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น อุดรธานี หนองคาย ร้อยเอ็ด และบุรีรัมย์  ผลการสำรวจพบว่า หญิงไทยที่แต่งงานกับชาวต่างชาติมีอายุต่ำสุด 17 ปี สูงสุด 60 ปี กลุ่มอายุระหว่าง 21-30 ปี มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 44.9 อายุระหว่าง 31-40 ปี คิดเป็นร้อยละ 39.7 อายุระหว่าง 41-50 ปี ร้อยละ 11.8 อายุระหว่าง 51-60 ปี ร้อยละ 0.7 อายุ 61 ปีขึ้นไป ร้อยละ 0.7 อายุต่ำกว่า 20 ปี ร้อยละ 2.2


ผลการศึกษาวิจัยยังพบว่า หญิงไทยที่แต่งงานกับคนต่างชาติจบการศึกษาระดับประถมศึกษาร้อยละ 69 รองลงมาคือระดับมัธยมศึกษา ร้อยละ 24

รายได้ของหญิงไทยในอีสานก่อนแต่งงานอยู่ที่ 2,900-4,600 บาท/คน/เดือน แต่หลังแต่งมีรายได้สำหรับใช้จ่ายส่วนตัวมากถึง 45,000 บาท/คน/เดือน โดยคู่สมรสชาวต่างชาติของหญิงไทยในภาคอีสาน ส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรป ได้แก่ เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ และอังกฤษ ซึ่งสามีชาวต่างชาติส่วนใหญ่มีหน้าที่การงานที่มั่นคงและรายได้สูง เฉลี่ยเดือนละ 120,000-200,000 บาท
 


นายมนตรี บุญพาณิชย์ ผอ.สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า

จากการศึกษาวิจัยหญิงไทยในภาคอีสานทั้งก่อนและหลังแต่งงานกับชาวต่างชาติ พบว่าส่วนใหญ่มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เมื่อวิถีการดำรงชีวิตเปลี่ยนไปโดยกลายเป็น "บริโภคนิยม" ทำให้เกิดค่านิยมเรื่องการแต่งงานกับชาวต่างชาติในกลุ่มหญิงไทย ซึ่งจากการวิจัยของนักวิจัยหลายสถาบันก็มีทั้งผลดีและผลเสีย ทั้งนี้ เมื่อเด็กๆ รับรู้ว่าการแต่งงานกับชาวต่างชาติทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ก็อยากยกฐานะตัวเองขึ้นมาด้วยวิธีนี้เช่นกัน เพราะเขาเห็นฐานะที่ร่ำรวยขึ้น มีรถยนต์ขับ หรือนั่งเครื่องบินไปต่างประเทศ ก็อาจทำให้คนรุ่นหลังคิดว่าวิธีการเช่นนี้จะทำให้ฐานะทางครอบครัวดีขึ้น แต่ในบางแง่มุมก็อาจมีข้อเสียก็ได้ แต่เขาไม่ได้รับรู้ในส่วนนั้น
 

"แต่ในทางกลับกัน แม้ว่าเด็กจะอยากแต่งงานกับชาวต่างชาติมากขึ้น กลับไม่มีผลต่อการตัดสินใจศึกษาต่อ เพราะเด็กยังสนใจที่จะเรียนต่อให้สูงที่สุด มีเพียงคนบางกลุ่มเท่านั้นที่คิดว่าเรียนไปก็หางานยาก จึงอยากรวยทางลัด ซึ่งแนวคิดดังกล่าวเชื่อว่าพื้นฐานทางครอบครัวเป็นสิ่งที่สำคัญ สภาพทางสังคมและการบริโภคนิยมเป็นตัวช่วยผลักดัน ทำให้คาดการณ์ว่าแนวโน้มเยาวชนอยากแต่งงานกับชาติต่างชาติมีสูงขึ้น" นายมนตรี กล่าว


ด้าน รศ.ดร.ศุภวัฒนากร วงศ์ธนวสุ อาจารย์ประจำวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ซึ่งเคยศึกษาวิจัยพฤติกรรมหญิงชาวอีสานที่นิยมแต่งงานกับชาวต่างชาติ กล่าวว่า  ในเรื่องนี้ยังไม่ได้มีการศึกษาวิจัยอย่างเป็นระบบ แต่จากการศึกษาวิจัยมาก่อนหน้านี้ คาดการณ์ว่าแนวโน้มหญิงไทยแต่งงานกับชาวต่างชาติจะเพิ่มมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้การศึกษาถือเป็นสิ่งที่สำคัญของชีวิต เป็นกุญแจสู่ความสำเร็จของชีวิต แต่ปัจจุบันกลับไม่เป็นเช่นนั้น วัยรุ่นมองไม่เห็นช่องทางหรือโอกาสในการก้าวหน้า เพราะผู้ที่จบการศึกษาในระดับปริญญาตรี-โท ก็ตกงานถมเถไป หรือมีรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย

เคยสอบถามนักศึกษาบางกลุ่มในระดับอุดมศึกษาว่า คิดอย่างไรกับการแต่งงานข้ามชาติ มีนักศึกษาบางรายที่มีแฟนแล้วตอบว่า "ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ก็อยากจะมีแฟนเป็นชาวต่างชาติ" เพราะเปลี่ยนแปลงชีวิตทันตาเห็น เป็นรูปธรรมที่จับต้องได้ ทั้งบ้าน รถ และเงินทอง ชี้ให้เห็นถึงทัศนคติว่า คนเชื่อมโยงกับสังคมวัตถุนิยมมากขึ้น เป็นตัวกระตุ้นให้คนมีความอยากมากขึ้น ใจร้อนมากขึ้น ไม่รอเก็บเงินเก็บทองเพื่อสร้างฐานะแต่อยากจะใช้วิธีนี้แทน เรียกได้ว่า "ใช้เศรษฐกิจเป็นตัวนำสังคม" 


ขณะที่นายอธิปปรัชญ์ ทัดพิชยางกูร ผอ.สพท.ขอนแก่น เขต 5 ซึ่งดูแลเขตพื้นที่ อ.ชุมแพ หนองเรือ ภูเวียง เวียงเก่า หนองนาคำ ภูผาม่าน และ สีชมพู กล่าวว่า

ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ พบว่ามีหญิงไทยแต่งงานกับสามีฝรั่งกระจายอยู่ทุกอำเภอ บางหมู่บ้านมีลักษณะสืบทอดรุ่นต่อรุ่น เมื่อเด็กนักเรียนหรือเยาวชนเห็นฝรั่งในเขตชุมชนก็จะกลายเป็นเรื่องปกติ และอาจกลายเป็นค่านิยมที่ทำให้เด็กอยากมีสามีเป็นชาวต่างชาติ


"ครั้งหนึ่งผมเคยสอบถามเด็กนักเรียนในสังกัด บอกว่า หลังจบการศึกษาภาคบังคับแล้ว จะไปอยู่ต่างประเทศ เนื่องจากคนในหมู่บ้านชักชวนไปทำงานบ้าน เพราะหากจะศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา ครอบครัวก็ไม่มีเงินส่งเรียน เนื่องจากมีฐานะยากจน ครั้งหนึ่งผมเดินทางไปที่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย พบลูกศิษย์รายหนึ่งที่มีโอกาสได้เรียนต่อต่างประเทศ เพราะพี่สาวได้แฟนเป็นชาวออสเตรเลียน สิ่งเหล่านี้เมื่อเยาวชนอื่นได้รับรู้ก็ใฝ่ฝันอยากได้สามีฝรั่ง ซึ่งยอมรับว่าค่านิยมแต่งงานกับชาวต่างชาติได้ค่อยๆ ซึมซับเข้าไปในความคิดของเยาวชนในปัจจุบัน"  นายอธิปปรัชญ์ กล่าว


เครดิต :
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดยหนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์