“หมอเอ้ก” ยกนิ้วรัฐบาลปลดล็อก หนุนไทยเป็น “ฮับกัญชาโลก”


“หมอเอ้ก” ยกนิ้วรัฐบาลปลดล็อก หนุนไทยเป็น “ฮับกัญชาโลก”

"หมอเอ้ก" หนุนไทยเดินหน้าปลดล็อก เป็น "ฮับกัญชาโลก" เปิดเสรี "ปลูก-ผลิต-สกัด" เพิ่มประสิทธิภาพอุตสาหกรรมกัญชา แนะรัฐบาลควรเป็นทัพหน้าเปิดตลาดโลก

นพ.คณวัฒน์ จันทรลาวัณย์ หรือ หมอเอ้ก จักษุแพทย์ รพ.จุฬาลงกรณ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊คระบุ
ถึงการปลดล็อกกัญชาตอนหนึ่งว่า

ขณะนี้เหมือนกับเรากำลังจะมาถูกทาง โอกาสของประเทศไทยในการเป็นผู้เล่นหลักของตลาดกัญชาโลกก็กำลังจะเปิดขึ้น รัฐบาลดูจะให้ความสำคัญและอยากผลักดันเรื่องของกัญชา ซึ่งก่อให้เกิดการถกเถียงว่าจะให้ใช้ 1. ทางการแพทย์เท่านั้น หรือ 2.ใช้ทั้งทางการแพทย์และใช้สันทนาการได้ หรือแม้กระทั่งถกเถียงกันว่าถ้าทางการแพทย์จะใช้ในกรณีใดได้บ้าง ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการถกเถียงที่ไม่รู้ว่าจะจบลงตรงไหน

ปัจจุบันมุมมองกัญชาในหลายประเทศเปลี่ยนไป กัญชาไม่ใช่พืชที่เป็นสารเสพติดอีกต่อไป แต่กัญชาได้กลายไปเป็น พืชเศรษฐกิจไปแล้ว หลายประเทศเปิดโอกาสให้มีการปลูก การผลิต การสกัด ให้ใช้ในทางการแพทย์ รวมถึงบางประเทศที่มีการเปิดให้มีการใช้เพื่อสันทนาการ หรือเพื่อความบันเทิงได้ (เช่น แคนาดา หรือ บางรัฐในสหรัฐอเมริกา)


สิ่งที่คิดว่าเป็นความกังวลคือ ผลของการเสพกัญชาเพื่อความบันเทิงต่อผลกระทบทางด้านสุขภาพของคนในประเทศ ซึ่งตรงนี้ยังไม่มีการศึกษาที่ได้คำตอบที่ชัดเจนนัก ที่จะยืนยันว่ามีความเกี่ยวข้องกับอันตรายต่อสุขภาพโดยรวมของประชาชน ผลวิจัยที่ผ่าน ๆ มายังเป็นการศึกษาในต่างประเทศเกือบทั้งหมด ราชวิทยาลัยด้านจิตแพทย์ของไทยก็ออกจดหมายเปิดผนึกถึงผลเสียของกัญชา อาจารย์แพทย์หรือคนในรัฐบาลก็ออกมาสนับสนุน ถกเถียงกัน จนรู้สึกว่าเรากำลังให้ความสนใจกันผิดจุดอยู่หรือเปล่า

สิ่งที่ผมคิดว่าควรจะพิจารณาเป็นสำคัญและไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน คือ เรื่องของการปลูก การผลิต การสกัด (รวมถึง supply chain อื่นๆ) สิ่งนี้ต่างหากที่อยากให้เปิดเสรี โดยที่ประชาชนหรือเอกชนสามารถที่จะทำได้เอง รัฐผันตัวเองไปเป็นผู้คุมกฏอย่างจริงจัง คอยดูแลเรื่องของมาตรฐานในการผลิต คุณภาพของผลผลิต ความปลอดภัย รวมถึงไม่ให้ประชาชนหรือเอกชนใดผูกขาดตลาดได้ทั้งหมด

เหตุผลก็เพราะว่า เรากำลัง แข่งขัน กับเวลา กับประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศอื่น ๆ ในโลกที่ต่างก็จ้องมองมาที่ตลาดกัญชาอยู่เช่นเดียวกัน การเปิดเสรีในการผลิต การปลูก หรือการสกัด ให้กับประชาชนหรือเอกชนจะเป็นการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้กับประเทศครับ เพราะเมื่อมีการแข่งขันก็ต้องมีการพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา

“หมอเอ้ก” ยกนิ้วรัฐบาลปลดล็อก หนุนไทยเป็น “ฮับกัญชาโลก”

สิ่งที่เราควรรีบให้ความสำคัญคือการเพิ่มประสิทธิภาพหากต้องการให้ไทยเป็นผู้นำในเรื่องของกัญชา สิ่งที่ผมอยากเสนอให้กับรัฐหรือผู้ที่จะทำหน้าที่รัฐต่อไปในการผลักดันทิศทางของการพัฒนากัญชาบ้านเรามีอยู่ 3 อย่าง

1. รัฐควรเปิดเสรีการปลูก ผลิต การสกัด ไม่ใช่ผูกขาดอยู่แค่กับรัฐที่เดียว หรือ ให้เฉพาะเอกชนบางรายที่รัฐเลือกมาร่วม

2. รัฐจะต้องส่งเสริมการวิจัยสายพันธุ์กัญชา รวมถึงวิจัยผลิตภัณฑ์ และปกป้องสิทธิบัตรสายพันธุ์กัญชาของไทย

3. รัฐจะต้องเป็นทัพหน้าให้กับประชาชนหรือเอกชนในการไปเปิดตลาดยังต่างประเทศครับ ใช้เครือข่ายทางพาณิชย์ หรือ หอการค้า ที่เรามีให้เป็นประโยชน์ และสิ่งที่รัฐควรจะทำหรือสนับสนุนในการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันนั้นมีอยู่ 3 อย่าง

 1. รัฐควรจะให้ความสำคัญในเรื่องของ ทรัพย์สินทางปัญญา ไม่ใช่เพื่อปกป้องผู้เล่นเดิมที่ผูกขาดตลาด แต่เพื่อเป็นการกระตุ้นเรื่องของการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ให้ได้

2. รัฐควรจะทำลายสิ่งกีดขวางในการเข้าสู่ตลาดครับ (barrier to entry) และจะดียิ่งขึ้นหากรัฐสนับสนุนและให้ใบอนุญาต ผู้ที่จะปลูก ผลิต หรือสกัด จะต้องมีการทำการวิจัยและพัฒนาร่วมด้วยเสมอ เพื่อทำให้มีการเพิ่มประสิทธิภาพของอุตสาหกรรมกัญชาของไทย

3. รัฐจะต้องบังคับใช้กฎหมายการห้ามผูกขาดทางการค้า

“หมอเอ้ก” ยกนิ้วรัฐบาลปลดล็อก หนุนไทยเป็น “ฮับกัญชาโลก”

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
คุณ : me
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 203.151.136.238

203.151.136.238,,238.136.151.203.sta.inet.co.th ความคิดเห็นที่ 2 [อ้างอิง]
wellcome


[ วันอาทิตย์ ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 11:11 น. ]
รวมข่าวในกระแส คลิ๊กเลย ++
กระทู้เด็ดน่าแชร์